FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


ธุรกิจการพนัน กับความเป็นไปทางเศรษฐกิจ

ธุรกิจการพนัน กับความเป็นไปทางเศรษฐกิจ เรื่องจริงที่ต้องมองให้ลึก การเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจการพนันกับประเทศไทยและทวีปเอเชีย เพลย์เทครายได้ทะลุเป้า จากยอดขายซอฟท์แวร์ให้คาสิโนออนไลน์ในเอเชีย บริษัทผลิตซอฟท์แวร์สำหรับเกมการพนันออนไลน์ ‘เพลย์เทค’ ได้เตรียมแผนการขยายผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดการพนันออนไลน์ในโซนเอเชีย เนื่องจากเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา ธุรกิจการพนันออนไลน์ในแถบดังกล่าวสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับบริษัท จากรายงานการอัพเดทของสำนักข่าวในต่างประเทศ บริษัทเพลย์เทคมียอดรายได้พุ่งทะลุเป้าไปที่ 38% เมื่อปี 2015 ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นจำนวนเงินที่ 630 ล้านยูโร ซึ่งทางเพลย์เทค ได้เปิดเผยว่า แหล่งรายได้ขนาดใหญ่ที่สุดที่ทำเงินให้กับบริษัทอย่างมหาศาลเมื่อปีที่ผ่านมา ได้แก่ เหล่าคาสิโนออนไลน์ ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากสถาบันในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งผู้ให้บริการรับพนันออนไลน์ส่วนใหญ่รวมทั้ง Fun88ก็ได้เปิดให้บริการในตลาดมืดโซนเอเชีย ซึ่งดูเหมือนว่า การเติบโตของตัวเลขรายได้ในครั้งนี้ จะทำให้เพลย์เทคมีแพลนจะขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง และเจาะกลุ่มเป้าหมายในโซนเอเชียมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เพลย์เทค คาดหวังไว้นั้น อาจจะยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่เท่าไหร่นัก เนื่องจากอัตราการก่ออาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นในโซนเอเชีย จึงทำให้พวกเขาอาจต้องชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน ความเป็นจริงอันสะท้อนถึงเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่อัตราอาชญากรรมที่สูงขึ้น เพราะอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบันว่า ในหลายประเทศทั่วโลก สามารถเปิดและยอมรับให้การพนันเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินไปได้อย่างถูกกฎหมาย ในขณะที่สังคมนั้นๆ ยังคงปลอดภัยและมีคุณภาพการดำเนินชีวิตที่ดี นอกจากนี้ประเทศยังได้รับเงินภาษี จากกำไรของธุรกิจรับพนัน มาหมุนเวียนเพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อีกมหาศาล กุญแจของเรื่องนี้จึงอยู่ที่'การจัดการและควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ' มากกว่า เรื่องนี้ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยังคงต้องเฝ้ามองกันต่อไป ในอนาคตประเทศไทย อาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้อีกครั้งก็เป็นได้...

แฉไทยแห่บ่อนชายแดนปีละ 12 ล. ธุรกิจการพนันแถบเอเชียเฟื่องจัด เจ้าของปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้าวัยรุ่น

แฉไทยแห่บ่อนชายแดนปีละ 12 ล. ธุรกิจการพนันแถบเอเชียเฟื่องจัด เจ้าของปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้าวัยรุ่น
กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล ศูนย์ข่าว TCIJ01 พฤษภาคม 2556
งานวิจัยแฉธุรกิจการพนันในเอเชียเฟื่อง ระบุไม่นานแซงหน้าสหรัฐฯ-ยุโรป เพราะรัฐต้องการหารายได้ เผยข้อมูลคดีการพนันสูงเป็นอันดับ3พบด่าน9แห่งที่ติดบ่อนชายแดน ปีเดียวมีคนข้ามไปเล่นมากถึง12ล้านคน ขณะที่เจ้าของบ่อนใช้เทคโนโลยีดึงลูกค้าวัยรุ่นเล่นพนันออนไลน์ นักวิชาการชี้บ่อนมีทั้งผลดี-ผลเสีย ถ้ายอมให้มีต้องควบคุมจัดการอย่างดี โปร่งใสตรวจสอบได้ ถ้าไม่เอาบ่อนต้องรับสภาพคอร์รัปชั่น บ่อนคาสิโนที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านรอบ ๆ ไทย เป็นที่รับรู้ต่อนักเล่นและผู้คนทั่วไปมานาน ซึ่งถูกมองว่า ดูดเม็ดเงินจากนักเล่นคนไทยออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ผู้สนับสนุนการอนุญาตเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายหยิบยกขึ้นมาใช้ จากงานศึกษาเรื่อง 'บ่อนการพนันตามแนวชายแดนไทย: ผลกระทบแนวทางการจัดการ' โดย ดร.รัตพงษ์ สอนสุภาพ จากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ในโครงการการศึกษาสถานการณ์ พฤติกรรมและผลกระทบการพนันในประเทศไทย คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ่อนคาสิโนที่มีแนวโน้มจะเป็นธุรกิจทำเงินของภูมิภาคนี้ ธุรกิจการพนันในเอเชียกำลังแซงหน้าสหรัฐฯ-ยุโรป งานวิจัยระบุว่า หลายประเทศในโลกอนุญาตให้ธุรกิจการพนันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย และมุ่งหารายได้จากธุรกิจนี้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรัฐบาลในภูมิภาคเอเชีย ที่ให้การสนับสนุนมากขึ้น ทำให้เอเชียกำลังจะกลายเป็นตลาดใหม่ของธุรกิจการพนันถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก จนมีการคาดการณ์ว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ธุรกิจการพนันในภูมิภาคนี้จะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นตลาดเก่า แต่รูปแบบของธุรกิจคาสิโนก็มีความเปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบธุรกิจคาสิโนเดิม เนื่องจากอิทธิพลของเทคโนโลยีที่ทำให้การพนันออนไลน์ค่อย ๆ เติบโตสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งรัฐบาลในหลายประเทศก็พยายามปรับเปลี่ยนให้คาสิโนแบบเดิม ๆ มีสภาพเป็นแหล่งบันเทิงกึ่งรีสอร์ท เช่น โครงการ Integrated Resort ของสิงคโปร์ ที่กำลังกลายเป็นต้นแบบให้อีกหลายประเทศลอกเลียน ตัวเลขธุรกิจการพนันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการเติบโตมากกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก ในปี 2553 มีมูลค่าสูงถึง 34,280 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ และคาดว่าถึงสิ้นปี 2558 ตลาดในภูมิภาคนี้จะโตเฉลี่ยร้อยละ 18.3 ต่อปี ซึ่งนอกจากปัจจัยที่รัฐต่าง ๆ ต้องการหารายได้แล้ว ยังเป็นเพราะพื้นฐานคนเอเชียส่วนใหญ่ชอบเล่นการพนันเป็นทุนเดิม จึงผลักดันให้ธุรกิจการพนันในเอเชียเติบโตสูงมาก คนไทย 12 ล้านคนข้ามด่านที่มีบ่อนชายแดน ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระหว่างปี 2549-2553 พบว่า คดีการพนันมีมากเป็นอันดับ 3 รองจากคดีอาชญากรรมและยาเสพติด ปริมาณคดีการพนันที่ขึ้นสู่ศาลชั้นต้นในปี 2548 มีถึง 84,326 ศาลอุทธรณ์ 743 คดี และศาลฎีกา 112 คดี สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการเปิดบ่อน จึงทำให้มีการลักลอบเปิดบ่อนเป็นจำนวนมาก บ่อนผิดกฎหมายในประเทศไทยขณะนี้ มีประมาณ 1,500 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ 15-22 บ่อน งานวิจัยยังระบุว่า การจะเปิดบ่อนผิดกฎหมายได้ต้องได้รับไฟเขียวจากเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ ซึ่งสิ่งนี้หมายถึงเกิดการตกลงราคาค่าเช่าทางเศรษฐกิจขึ้น ตัวเลขจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณการเงินหมุนเวียนในธุรกิจการพนันทุกประเภทเมื่อปี 2553 ว่า สูงถึง 357,275 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจบ่อนการพนัน 46,362 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13 เมื่อบ่อนการพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หนทางหนึ่งของนักพนัน จึงเป็นการเดินทางไปเล่นในบ่อนคาสิโนของประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นบ่อนถูกกฎหมาย ในพม่ามี 5 แห่ง ลาว 3 แห่ง กัมพูชา 10 แห่ง มาเลเซียและสิงคโปร์ประมาณ 3-4 แห่ง ลูกค้าร้อยละ 90 เป็นคนไทย จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า สถิติการเดินทางเข้า-ออกของด่านตรวจคนเข้าเมืองกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีบ่อนการพนัน 9 ด่าน ในปี 2552 โดยใช้หนังสือเดินทางและบัตรผ่านแดนมีจำนวนสูงกว่า 12 ล้านคน “เจ้าของบ่อนการพนันจำนวนไม่น้อยที่เป็นนักธุรกิจ นักการเมือง และผู้มีอิทธิพล ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำทางการเมืองทั้งฝั่งไทยและผู้นำของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้พื้นที่ที่เปิดบ่อนตามแนวชายแดนกับไทย มักจะเป็นพื้นที่พิเศษที่ต้องใช้อำนาจพิเศษควบคุมโดยตรงจากผู้มีอำนาจทางการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ” ดร.รัตพงษ์ กล่าว เจ้าของบ่อนใช้เทคโนโลยีดึงผู้เล่นวัยรุ่นหน้าใหม่ ดร.รัตพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้บ่อนชายแดนเริ่มมีการปรับตัวเพื่อขยายฐานผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ธุรกิจการพนัน โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเล่นไอทีและชื่นชอบกีฬาฟุตบอล ผู้ประกอบการยังนำเกมการพนันประเภทอื่น ๆ ที่เล่นในบ่อน เช่น บาคาร่า ไฮโล กำถั่ว หวย เข้าสู่ระบบออนไลน์ ได้แก่ เว็บไซต์ Gclub, Royal11688, Holiday Palace, Red Dragon, Ruby888, Sbobet, Ibcbet โดย 3 เว็บไซต์แรกเป็นเว็บไซต์ที่เป็นที่นิยมของผู้เล่น ผลดี-ผลเสียของธุรกิจการพนัน งานวิจัยได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบทั้งด้านบวกและลบจากธุรกิจการพนันไว้ ดังนี้ ด้านลบคือ -ปัญหาเงินตราไหลออกนอกประเทศ -เป็นแหล่งฟอกเงินของธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งการค้านอกระบบ การค้ายาเสพติด การค้าโสเภณีข้ามชาติ และการค้าสินค้าหนีภาษี -เป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากรที่หลบหนีการจับกุม -เกิดปัญหาสังคมต่างๆ เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว -การคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ด้านบวกคือ -สร้างงานให้แก่คนจำนวนหนึ่ง -สินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคภายในบ่อนการพนันส่วนใหญ่จะนำเข้าจากประเทศไทย -เจ้าของบ่อนส่วนหนึ่งเป็นนักธุรกิจ-นักการเมืองจากประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดคนเหล่านี้มีการนำเงินมาลงทุนหรือใช้จ่ายในประเทศไทย ทำให้เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเติบโต ธุรกิจการพนันบนทาง 2 แพร่ง การอนุญาตให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในไทยเป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่ได้ข้อยุติ แม้ว่าทางรัฐบาลจะมีนโยบายต้องการเปิดบ่อนคาสิโนในเมืองไทย เห็นได้จากความพยายามแก้กฎหมายการพนัน พ.ศ.2478 ที่กำลังอยู่ในกระบวนการแก้ไข ซึ่ง ดร.รัตพงษ์ เสนอแนวทางการจัดการทั้งสองทางเลือกเอาไว้ ทางเลือกแรก การเปิดบ่อนถูกกฎหมาย เชื่อว่าจะช่วยผ่อนคลายสังคม สร้างทางเลือกแก่นักพนัน และสร้างเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ แต่รัฐจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ควรจัดลำดับประเภทการพนันที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและหามาตรการเยียวยา ให้ความรู้แก่สังคมถึงผลดี-ผลเสียจากการพนัน ที่สำคัญรัฐจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียดให้สังคมได้รับรู้ ทั้งนี้ควรศึกษาบทเรียนและประสบการณ์จากต่างประเทศที่ทั้งสำเร็จและล้มเหลวเพื่อเป็นตัวแบบในการบริหารจัดการ ส่วนทางเลือกที่ 2 คือไม่อนุญาตให้เปิดบ่อนถูกกฎหมาย หากเลือกทางเลือกนี้ก็จะต้องปล่อยให้ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายเป็นไปตามสถานการณ์ที่เป็นจริง ที่ถูกกำหนดราคาค่าเช่าทางเศรษฐกิจจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ บนฐานผลประโยชน์ต่างตอบแทน ระหว่างเจ้าของบ่อนกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจในพื้นที่และส่วนกลาง เป็นเครือข่ายโยงใยเป็นทอด ๆ จากส่วนภูมิภาคไหลเข้าสู่ส่วนกลางอย่างเป็นระบบ และต้องยอมรับการหลั่งไหลไปเล่นบ่อนชายแดนของนักพนันชาวไทย รวมถึงข่าวคราวการจับกุมที่อาจเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับ TCIJ ออนไลน์ www.facebook.com/tcijthai

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : Technical Daily26-7-16

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : Technical Daily ภาพตลาดวันวาน  ดัชนีเปิดตลาดอ่อนตัวลงเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดของวันที่ 1508.20 จุด ลดลง 0.93 จุด ก่อนที่จะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น จากแรงหนุนในหุ้นกลุ่มขนส่ง แบงก์และอสังหาฯ พร้อมกับเหวี่ยง ตัวสลับขึ้นลง และไต่ขึ้นทำจุดสูงสุดของวันที่ 1516.95 จุด เพิ่มขึ้น 7.82 จุด ทำให้มีกรอบการ เคลื่อนไหวทั้งวันที่ 8.75 จุด ทั้งนี้ตลาดหันมาให้ความสนใจเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก ได้แก่ BEM, PACE, EA, QH, NETBAY, SOLAR ก่อนที่ดัชนีจะทำปิดที่ 1512.66 จุด เพิ่มขึ้น 3.53 จุด (+0.23%) มูลค่าการซื้อขาย 53,688 ล้านบาท ภาพตลาดวันนี้  ดัชนีวานนี้ยังคงมีความพยายามไต่ตัวขึ้นในลักษณะแกว่งตัวตัวแคบ ๆ ทั้งวันเพียง 8.75 จุด และอ่อนตัวเมื่อเข้าใกล้ High ที่ 1517 จุด จากการยก Low ขึ้น และทำปิดยืนเหนือ 1510 จุด ซึ่งดูเหมือนว่าดัชนีน่าจะระยะการไปต่อแต่คงมองแนวต้านที่จำกัด 1520-1525 จุด ขณะเดียว กันภาพรายชม.มีโครงสร้างที่เป็น Double Top + สัญญาณ Bearish Divergence ทำให้ต้อง ระมัดระวังการพักตัวเช่นกัน โดยแนวรับระยะสั้น 1500-1505 จุด กลยุทธ์ : แกว่งตัวผันผวน Support 1490 // 1480 // 1460 จุด Resistance 1514 // 1525- 1536 จุด พรรณนภา เขมะสุรัตน์ Technical Analystเลขทะเบียน : 060110 Tel 02- 6481124Email: phannapa.k@ktbst.co.th บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : Morning Bell Company Update & News Comment (0) GFPT : คาดกำไร 2Q16 ยังฟื้นตัวได้โดดเด่นจากฐานที่ต่ำ ปรับประมาณการลง(-) DCC: กำไรสุทธิ 2Q16 น่าผิดหวัง ลดลงทั้ง QoQ และ YoY(+) Sector ICT: ไอซีทีเร่งเดินเครื่องเน็ตให้ครบ7หมื่นหมู่บ้านหนุนหุ้นวางเครือข่ายโตMarket Trend ทิศทางตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นต่างประเทศคืนที่ผ่านมา ต่างได้รับผลกระทบจากราคา น้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง (WTI ปิดที่ $43.13 เหรียญ) จากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ ลดลงและการผลิตน้ำมันของผู้ผลิตต่างๆ ที่กำลังสูงขึ้น นอกจากนี้ นักลงทุนต่างเข้าลงทุน ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจาก วันนี้ (26 ก.ค.) ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC จะเริ่ม ประชุมนโยบายการเงินเป็นวันแรก ทั้งนี้ จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีทำให้โอกาสใน การที่ FOMC จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจากเดิมที่คาดว่าจะเป็นปีหน้านั้นอาจขยับเข้ามาเร็วขึ้น (แต่ไม่ใช่ครั้งนี้) เป็นเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่จะรอดูการแถลงหลังประชุมว่าท่าทีของ FED ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นจะเป็นอย่างไร ภาพของตลาดหุ้นต่างประเทศวันนี้ ส่วนใหญ่ จึงออกไปในทางลบ ................ ปัจจัยในประเทศ นักลงทุนต่างประเทศมีตัวเลขเป็น net buy 3.3 หมื่นล้านบาท ในเดือนนี้จะยังเป็นแรงขัยตลาดหุ้นที่สำคัญ แต่เราเชื่อว่า ด้วย P/E ตลาด ที่ขึ้นมาแตะ 23 เท่า จะทำให้แรงซื้อจากนักลงทุนกลุ่มนี้เบาบางลงและมีแรงขายจากนักลง ทุนกลุ่มอื่นๆ เข้ามามากขึ้น ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อตลาด จะเป็นการประชุม ครม. ที่มีวาระภาษี ช่วยธุรกิจ SMEs เข้าพิจารณา (เป็นบวกต่อหุ้นที่มีฐานรายได้ในเขตภูมิภาค) ขณะที่ปัจจัยลบ จะเป็นการสูงขึ้นของค่าพรีเมี่ยมในการป้องการความเสี่ยงตราสารหนี้ของไทย (Thai 5-year CDS) ที่ปรับตัวสูงขึ้น .............. เราประเมินทิศทางตลาดวันนี้ ว่ามีแนวโน้มที่ทรงๆ ตัว จน ถึงปรับตัวลดลง จากราคาน้ำมันดิบ และแรงขายทำกำไรหลังตลาดไม่มีข่าวเชิงบวกเข้ามาใน วันนี้ กลยุทธ์การลงทุน ความเป็นบวกของตลาดที่เริ่มน้อยลง ความกังวลจากราคาน้ำมันดิบ ที่ปรับตัวลดลงกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามาในตลาด เพราะอาจไปฉุดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตัว อื่นๆให้ปรับตัวลดลง (ตลาดหุ้นชอบราคาน้ำมันแพงมากกว่า) กลยุทธ์วันนี้ จึงแนะนำให้ชะลอ การลงทุนเพื่อรอดูทิศทางตลาด หรือเข้าลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก ........ สำหรับหุ้นที่เราคาดว่า จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน ประกอบด้วย IRPC , BA , EGCO , TCMC Stock in Focus SWC : (ราคาปิด 11.30 บาท; ไม่มีราคาที่เหมาะสม) โครงสร้างรายได้ ของ SWC ณ สิ้นปี 2558 มาจากผลิตภัณฑ์รักษาเนื้อไม้ : กำจัดแมลง : ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด : อื่นๆ คิดเป็นสัดส่วน 14 : 68 : 15 : 2 ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทฯ จะอิงกับการสร้างบ้าน และ ผลิตภัณฑ์แชมพูที่ใช้ในครัวเรือนเป็นหลัก ............ ธุรกิจของบริษัทฯ ได้ประโยชน์จาก การ สร้างบ้านหรือขายบ้านเพิ่มขึ้น ทำให้สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างบ้านเติยโตตามไปด้วย โดย เฉพาะผลิตภัณฑ์ยาฆ่าปลวก และยาฆ่าแมลง ที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 68% (ณ สิ้นปี 2558) ของบริษัทฯ ซึ่ง SWC มีผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างหลากหลาย ..........… SWC รายงานกำไรสุทธิงวด 1Q59 อยู่ที่ 54.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.7% YoY เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 315.56 ล้านบาท (+20.39% YoY) จากการขยายสาขา เพิ่มช่องทางการจำหน่าย และสินค้าใหม่ บวก กับต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง (แม้ว่าจะหักผลของต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง 12 ล้านบาท กำไรของ บริษัทฯก็ยังคงออกมาดี) ............. จากภาวะ oversupply ของน้ำมัน จะทำให้ราคาปิโตรเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนของบริษัทฯ อยู่ในระดับต่ำไปด้วย คาดว่าจะส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานของ SWC ในปีนี้ด้วย และ SWC ยังเป็นหุ้นที่มี Dividend Yield ค่อนข้างดี อยู่ที่ประมาณ 4% (จ่ายปีละสองครั้ง) ประเด็นสำคัญ ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (25 ก.ค.) - SET Index ปิดตัวที่ระดับ 1,512.66 จุด เพิ่มขึ้น 3.53 จุด หรือ +0.23% มูลค่าการซื้อขาย 53,688.14 ล้านบาท ตลาดฯแกว่างตัวในลักษณะ sideway up โดยตลาดฯกำลังจับตาดูผลประชุมธนาคารกลางหลายๆแห่งทั่วโลก อาธิ BOJ, FOMC, BOE, และ กนง. ตลาดหุ้นต่างประเทศ - ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,493.06 จุด ลดลง 77.79 จุด หรือ -0.42% ตลาดกำลังรอผลประชุม FOMC ในวันที่ 26-27 ก.ค. และราคา น้ำมันดับที่ลดลงกว่า 2% ยังส่งผลลบต่อตลาดฯอีกด้วย แต่ด้าน Stoxx Europe 600 ปรับตัว ขึ้น +0.18% ปิดที่ 340.93 จุด ราคาน้ำมันดิบ WTI - สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 1.06 ดอลลาร์ หรือ -2.4% ปิดที่ 43.13 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมอร์แกน สแตนลีย์และธนาคารบาร์เคลย์ส ได้แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ปริมาณน้ำมันในสหรัฐยังอยู่ในระดับที่สูงมาก เศรษฐกิจจีน - กระทรวงการคลังจีนเปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจจีน (SOE) มีผลกำไรรวม 1.13 ล้านล้านหยวน (1.69 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ลดลง 8.5% จากช่วง เดียวกันของปีที่แล้ว เศรษฐกิจไทย - สบน. เปิดเผยว่า สบน.รายงานสถานะหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2559 มีจำนวน 5.97 ล้านล้านบาท คิดเป็น 43.35% ของจีดีพี ลดลงสุทธิ 7.22 หมื่น ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก่อน เศรษฐกิจไทย - บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ปรับลดอันดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงิน บาทของประเทศไทยจาก A- เป็น BBB+ กลุ่มแบงก์ - ธปท. ระบุเอ็นพีแอล ครึ่งปีแรกพุ่ง 11.14% ฉุดกำไรแบงก์ทั้งระบบหด 5% แต่สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้รายย่อย และลูกหนี้รายเดิม เชื่อ ระดับกันสำรองแบงก์รับมือความเสี่ยงได้ กลุ่ม ICT - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ระบุว่าโครงการบรอดแบนด์ 70,000 หมู่ บ้านมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นสัปดาห์นี้เงื่อนไขหลักเกณฑ์ของกรอบการจัดซื้อจัด จ้าง(ทีโออาร์)จะสามารถลงนามได้ News Release :TRUEรับข่าวดีสองเด้ง! ยิงสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คว้าลิขสิทธิ์แอปฯ "โปเกมอน โก" ในไทย + "TRUE" ข่าวดีสองเด้ง "ทรูวิชั่นส์" ยึดบัลลังก์เจ้าพ่อฟุตบอลยุโรป จ่อแถลงคว้า ลิขสิทธิ์ยิงสด "พรีเมียร์ลีกอังกฤษ" 27 ก.ค.นี้ พร้อมจับตาแอปพลิเคชัน "โปเกมอน โก" จ่อบุก ไทย หนุน TRUE-COM7 รับผลบวกเต็มสูบ(ข่าวหุ้น) โบรกฯอัพJASIF ราคา13.50บาท ยีลด์ยังสูง8.5% + โบรกฯต่างปรับราคาเป้าหมายของ JASIF มองจะได้รับประโยชน์จากการปรับอัตราค่า เช่าเพิ่มทุกปี เผยผลตอบแทนปีนี้ยังสูง 8.5% พร้อมขยับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 13.50 บาท ส่วน เดือนส.ค.นี้เตรียมปันผลงวดที่ 2 ของปีนี้(ข่าวหุ้น) 'AOTกำไรQ3จ่อโต20% ผู้โดยสารพุ่ง90ล้านคน + "AOT" มีลุ้นไตรมาส 3 ซดกำไรทะลัก 4,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% หนุนงวด 9 เดือนกำไรทะลุ 15,000 ล้านบาท โต 17% ขานรับยอดผู้โดยสาร 9 เดือนแรกสูงเฉียด 90 ล้าน คน พุ่งขึ้น 12% โบรกฯเชียร์ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 460 บาท(ข่าวหุ้น) IRPCได้ดีUHVเดินเครื่อง บุ๊คกำไรไตรมาสละ800ล. + "ไออาร์พีซี" สยายปีก UHV ประกาศเดินเครื่อง COD เป็นทางการแล้ว จ่อปั๊มกำไรเพิ่ม 800 ล้านบาทต่อไตรมาสโบรกฯเชียร์ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท วอลุ่มเทรดแน่นวิ่งรับ ข่าวดี UHV (ข่าวหุ้น) 'PS'ไฮซีซันดันครึ่งหลังแจ่ม เร่งเครื่องปั๊มยอด5.3หมื่นล. + PS โชว์งบครึ่งปีหลังโตเด่น ยิ้มรับไฮซีซันธุรกิจ บิ๊ก "เลอศักดิ์ จุลเทศ" เร่งปั๊มโครงการ ใหม่ 38 โครงการมูลค่ารวมกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท พร้อมทุ่มงบ 1.6 หมื่นล้านบาท ซื้อที่ดินผุด โครงการอัพฐานธุรกิจแกร่ง มั่นใจทั้งปีรายได้ทะยานแตะ 5.3 หมื่นล้านบาท หลังเห็น สัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โบรกแนะ "ซื้อ" เคาะราคาเหมาะสม 33 บาท(ทันหุ้น) 'BEM'สตอรี่หนุนยาว วางพิกัดรับอนาคต9บ. + BEM ข่าวดีรอเสียบ จ่อบุ๊กรายได้เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง-ทางด่วนศรีรัช เดือน สิงหาคมนี้ ดันผลงานไตรมาส 3/2559 โตแรงส้มหล่นคว้างานสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายได้ อานิสงส์จากมาตรา 44 จับตาสร้างสตอรี่อีกยาว ฟากนักวิเคราะห์แห่ปรับราคาเป้าหมายใหม่ 9 บาท(ทันหุ้น) PAPผลงานเด่นเข้าตา ส่งซิกยอดขายQ3พีค อัพกำลังผลิตหนุนโต + PAP จ่อโชว์ผลงานไตรมาส 2/2559 ที่ 98 ล้านบาท เติบโต 68% จากปีก่อน จาก ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่งซิกยอดขายไตรมาส 3/2559 พีคสุดของปีพร้อมคง เป้ายอดขายทั้งปีที่ 3.5 แสนตัน เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4.5 ล้านตันในปีนี้ โบรกเคาะ เป้าหมาย 5.80 บาท(ทันหุ้น) CWTโดดรับสองเด้ง จัดทัพชิงPPAภาครัฐ + CWT คึกคัก! ไฮซีซันยานยนต์-ธุรกิจส่งออกไม้ หนุนผลงานครึ่งหลังปี 2559 กระหึ่ม บิ๊ก "วีระพล ไชยธีรัตต์" การันตีปี 2559 รายได้ตามฝัน 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.38 พันล้านบาท ออเดอร์ทะลักอื้อซ่า-ธุรกิจใหม่หนุนแถมเดินหน้าประมูล PPA ภาครัฐรอบ ใหม่ เสริมแกร่งด้านพลังงานส่วนดีลลงทุนโรงไฟฟ้าภาคเหนือหวังชัดเจน Q4/2559 ฟากนัก วิเคราะห์ แนะ "เก็งกำไร" ลุ้นวิ่งยาว 4.20 บาท(ทันหุ้น) นักวิเคราะห์ : มงคล พ่วงเภตรา นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ License No: 001937 Tel: 02-648-1123 และทีมวิเคราะห์

บล.ซีไอเอ็มบี : Thailand Trading Picks(PM)26-7-16

บล.ซีไอเอ็มบี : Thailand Trading Picks(PM) SET Index: แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1540 แนวรับสำคัญ 1500   SET Index: 1515.31 เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่บริเวณ 1510 จุด หลังจากปรับตัวเพิ่ม ขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1520 จุด ในขณะที่โครงสร้างแนวโน้มขา ขึ้นยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1540 จุด และมีแนวรับที่ 1500 จุดเป็น จังหวะในการเข้าซื้อหุ้น แต่ถ้าปรับตัวลดลงหลุดระดับ 1500 จุดลงไป จะมีแนวรับถัดไปที่ 1480-1485 จุดเป็นจังหวะซื้อเพิ่ม   แนวต้าน : 1518 และ 1520   แนวรับ : 1515 และ 1510 BEM = 7.80 / 7.90, AOT = 397 / 400, TRUE = 9.10 / 9.20, CK = 31.50 / 32.00, BANPU = 15.60 / 16.00 M.D.X. (MDX TB; THB 6.50) - ซื้อ   แนวต้าน : 7.00 และ 7.50 / เป้าหมาย 8.40   แนวรับ : 6.50 และ 6.40   ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ค่อนข้างสูง หลังจากเคลื่อนไหวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานที่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และ มีสัญญาณทะลุผ่านแนวโน้มลงขึ้นมาได้แล้ว   MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนว โน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 60   แนะนำซื้อ MDX โดยมีแนวรับที่ 6.50 และ 6.40 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบ แนวต้านที่ 7.00 และ 7.50 เป็นจุดขายทำกำไร   STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 6.20 ลงไป Singer Thailand (SINGER TB; THB 12.70) - ซื้อ   แนวต้าน : 13.50 และ 14.00   แนวรับ : 12.70 และ 12.50   ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไรในระยะสั้น แต่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ไปทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้น   MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้ม ขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 70   แนะนำซื้อ SINGER โดยมีแนวรับที่ 12.70 และ 12.50 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไป ทดสอบแนวต้านที่ 13.50 และ 14.00 เป็นจุดขายทำกำไร   STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 12.00 ลงไป SET50 Index Futures   S50U16 เคลื่อนไหวในกรอบแคบเหนือระดับ 950 หลังจากปรับตัวลดลงจากแรงขาย ทำกำไรมาทดสอบแนวรับของกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ 950-952 ซึ่งเราคาดว่า แนวโน้มหลักยังมี โอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านที่ 965-970 และมีเป้าหมายขึ้นในระยะยาว ไปที่ระดับ 1000 โดยมีแนวรับสำคัญในระยะสั้นที่ 950   แนวต้าน : 958 และ 960   แนวรับ : 954 และ 952   คำแนะนำ: เราแนะนำให้เน้นการ Open Long ใน S50U16 ที่แนวรับ 952-954 เพื่อคาดหวัง การปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 965-970   STOP LOSS สถานะ Long ถ้า S50U16 ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 950 ลงไป TRUEU16X   ปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 9.00 หลังจากปรับตัวลดลงจากแรงขายทำ กำไรในระยะสั้น ซึ่งเราคาดว่า แนวโน้มหลักยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 9.50 และมีแนวรับสำคัญในระยะสั้นที่ 8.80 ถ้าหลุดจะมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไป ทดสอบแนวรับถัดไปที่ 8.60 และ 8.20   แนวต้าน : 9.30 และ 9.40   แนวรับ : 9.15 และ 9.10   คำแนะนำ: เราแนะนำให้ Open Long ใน TRUEU16X ที่แนวรับ 9.10 เพื่อคาดหวังการปรับ ตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 9.40-9.50   STOP LOSS สถานะ Long ถ้า TRUEU16X ปรับตัวลดลงหลุด 8.90 ลงไป BEMU16   ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านที่ 8.00 หลังจากเกิดสัญญาณซื้อทาง เทคนิคทะลุผ่านแนวต้านสำคัญที่ 7.00 ขึ้นไปได้ พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างแข็ง แกร่ง แต่เราคาดว่า ในระยะสั้นน่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมาที่บริเวณแนวต้านสำคัญ และมี แนวรับที่ 7.60   แนวต้าน : 7.90 และ 8.00   แนวรับ : 7.70 และ 7.60   คำแนะนำ: เราแนะนำให้ขายสถานะ Long ใน BEMU16 ที่แนวต้าน 8.00 หลังจากปรับตัว เพิ่มขึ้นเร็วเกินไป และมีแนวรับที่ 7.60 เป็นจังหวะในการกลับเข้าไป Long   STOP LOSS สถานะ Long ถ้า BEMU16 ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 7.50 ลงไป Analysts : Teerasak Tanavarakul +662 657-9231 -Teerasak.ta@cimb.com บล.ซีไอเอ็มบี : Investment Strategy(AM) SET...อสังหาและโรงแรมบางตัวยังไม่ไปไหน   กลุ่มอุตสาหกรรมที่หนุน SET ขึ้นมาในระดับเหนือ 1500 จุด คือ กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร ค้าปลีก สื่อสารและธนาคารพาณิชย์ โดย 3 กลุ่มแรกขึ้นมาประมาณ 30% ส่วน 2 กลุ่มหลังขึ้นประมาณ 25%และ 20% ขณะที่ดัชนี SET ขึ้นมาเกือบ 20% แนวโน้มที่ดัชนีจะ ขึ้นต่อหรือปรับตัวลง ยังคงอิงกับหุ้นในกลุ่มเหล่านี้ สำหรับในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี คาด ยังต้องติดตามดูทิศทางราคาน้ำมัน แต่ที่จะเป็นปัจจัยหนุนจริงๆในตอนนี้คือ ผลการดำเนินงาน Q2/16 ที่คาดว่าจะดีขึ้น ส่วนในกลุ่มสื่อสารและธนาคารพาณิชย์ ผลการดำเนินงานที่ออกมา ถือว่ายังประคับประคองตัวหรืออ่อนตัวลงเล็กน้อย แต่ราคาหุ้นกลับยืนๆ เนื่องจากตลาดกลับ ให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงาน Q2   ทิศทางดัชนี SET ในเดือน ส.ค. นี้ โดยรวมถือว่ายังไม่มีประเด็นอะไรที่จะเขย่าตลาด เนื่อง จากมองจะมีปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางใหญ่ แต่ในทางเทคนิค ยังมีประเด็นที่อาจทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงได้ คือ ดัชนีขึ้นสร้างสถิติสูงสุด ขณะที่ดัชนี VIX ทรงตัวในระดับต่ำกว่า 13 ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปัจจุบัน ภาวะอย่างนี้ส่วนใหญ่ตลาดหุ้น สหรัฐจะปรับตัวลง (แต่ปรับตัวลงเพื่อขึ้นรอบใหม่) นอกจากประเด็นดังกล่าว ยังมีการประกาศ ของ MSCI Quarterly review ในช่วง 12 ส.ค. ซึ่งจะส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยทั้งทางบวก และลบ   เรามองว่าจังหวะที่จะซื้อหรือขายหุ้นในรอบนี้อาจจะต้องพิจารณาในช่วงเวลาดังกล่าว หากมี ปัจจัยลบแล้วส่งผลต่อดัชนี SET เรามองว่าดัชนีจะลงมาต่ำกว่า 1500 จุดหรือกรอบดัชนีที่ 1470-1480 จุด แต่หากไม่มีปัจจัยลบแต่ดัชนีกลับไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จากสภาพคล่อง ดัชนีจะขึ้น ไปที่กรอบ 1530 +/-จุดแล้วพักเพื่อรอปัจจัยหนุนใหม่ๆ เหตุที่มองดัชนีน่าจะพักตัวในบริเวณดัง กล่าวมาจาก ยังไม่เห็นดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมไหนที่จะเข้ามาหนุนให้ไปต่อ หากมีคือ พลังงาน แต่ราคาน้ำมันต้องดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือ 50 ดอลลาร์ต่อบารเรล์   หากทิศทางตลาดเป็นอย่างที่ว่า การซื้อหุ้นเพื่อถือ ยังไม่ใช่ กลยุทธ์ที่เหมาะในภาวะดังกล่าว เรายังมองเป็น ซื้อเก็งกำไรหุ้นรายตัวและเปลี่ยนตัวหุ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเห็นทิศทางตลาด เป็นขาขึ้นเต็มตัวหรือมีปัจจัยหนุนที่ดีพอในระยะกลางถึงยาว หุ้นที่ยังให้เน้นซื้อเก็งกำไรไปก่อน คือหุ้นที่ผลการดำเนินงาน Q2/16 ออกมาดีกว่าคาด หุ้นที่มีนักวิเคราะห์ปรับเพิ่ม EPS เพิ่มขึ้น หรือหุ้น Turnaround ซึ่งหุ้นเหล่านี้จะเป็นหุ้นขนาดกลางถึงเล็ก สำหรับหุ้นใหญ่ในกลุ่มหลัก แม้หลายกลุ่มกำลังมีสัญญาณการกลับตัว แต่ราคาหุ้นยังทรงตัวในระดับที่สูงมาก   กลุ่มที่น่าสนใจในการเก็งกำไรช่วงสั้นๆนี้ เรามอง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์สร้างบ้าน (LH PS) และโรงแรม (ERW CENTEL) (รูปด้านซ้ายและขวา) แม้ภาพอุตสาหกรรมยังไม่ดี แต่ดัชนีกลุ่ม และราคาหุ้นหลายตัวยังน่าสนใจ ขณะภาพใหญ่ทางมหภาคยังเป็นตัวหนุนทั้งทิศทางดอกเบี้ย และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว   ทิศทางตลาดวันนี้คาดยังอยู่ในภาวะซึมตัวและแกว่งในกรอบแคบ โดยอาจมีแรงขายทำกำไร ออกมากดดัชนีให้อยู่ในแดนลบหลังขาดปัจจัยใหม่หนุน ดัชนีในภูมิภาคส่วนใหญ่ที่ปรับตัวลด ลง, ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานและรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในวันที่ 26-27 ก.ค. ว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ตามคาดหรือไม่ เรา แนะนำ ทยอยขายทำกำไรหุ้นกลุ่มหลักอย่างกลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อสารในระยะสั้นและพัก เงินในกลุ่มปลอดภัยอย่างกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS) และกลุ่ม laggard ตลาดอย่าง AOT PS SPRC TOP วันนี้ให้แนวรับที่ 1503-1508 และแนวต้านที่ 1517-1520 จุด Analysts : Kiatkong Decho +662 657-9236 -Kiatkong.de@cimb.com บล.ซีไอเอ็มบี : Trend Spotter(PM) Morning Market Summary...  SET ช่วงเช้าปิดที่ 1,515.31 จุด เพิ่มขึ้น 2.65 จุด (+0.18%) มูลค่าการซื้อขาย 27,355.76 ล้านบาท หุ้นไทยเช้านี้แกว่งแคบ แม้จะมีแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลัง ราคาน้ำมันปรับตัวลง Fund Flow ยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง ด้านตลาดภูมิภาคแกว่งบวก-ลบ ขณะที่ตลาดกำลังจับตาการประชุม FOMC (26-27 กค.นี้) BOJ (28-29 กค.) Afternoon Perspective...  แนวโน้มตลาดบ่าย คาด Sideway ในทิศทางเดียวกับช่วงเช้า ตลาดยังคงมีแรงหนุนจาก Fund Flow อย่างไรก็ดีหากดัชนียังแกว่งเหนือ 1500 จุด ตลาดยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ปัจจัยที่ยังคงต้องติดตามคือการประชุมของ FOMC และ BOJ ในสัปดาหนี้ รวมถึง แถลงการณ์หลังการประชุมเพื่อจะประเมินทิศทางของเศรษฐกิจต่อไป บ่ายมองแนวรับ 1510 จุด แนวต้าน 1520 จุด Technical Pick (PM)...  M.D.X. (MDX TB; THB 6.50) - ซื้อ   Singer Thailand (SINGER TB; THB 12.70) - ซื้อ Analysts : Teerawut Kanniphakul +66(2) 657 9233 - teerawut.ka@cimb.com/ pornvilai.sa@cimb.com

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน26-7-16

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน กลยุทธ์การลงทุน แม้ปัจจัยแวดล้อมเชิงพื้นฐานจะขาดแรงส่งทางบวกเพิ่ม และยังมีประเด็นกดดันจาก เศรษฐกิจโดยรวม และ Market Earning Yield Gap ที่แคบลง แต่แรงหนุนจาก fund flow ยัง อยู่ ทำให้ SET Index ยังยืนที่ระดับสูงได้ จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดย ขายหุ้นที่ราคาปรับขึ้นมาเกิน Fair Value และสลับเข้า Laggard/ปันผลสูง (ADVANC, ASK, BBL, RATCH, SCCC, TMB) Top picks เลือก ADVANC(FV@B189) และ RATCH (FV@B60) ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก กดดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ ความเสี่ยงต่อการชะลอตัวเศรษฐกิจทั่วโลก จากผลของ Brexit ที่จะเกิดขึ้นในระยะ กลาง-ยาว ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาทั้งธนาคารโลก (World Bank) และ IMF ได้ทยอยปรับลด คาดการณ์เศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว โดยสัปดาห์นี้นอกเหนือจาก ประเด็นการประชุมธนาคารกลางหลักๆของโลก อาทิ 26 -27 ก.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คาดว่าจะยืนดอกเบี้ยตามเดิม และ 28-29 ก.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะมีลด อัตราดอกเบี้ยเงินฝากกระแสรายวันที่ธนาคารพาณิชย์ฝาก BOJ จากปัจจุบัน ติดลบ 0.1% สะท้อนจากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg พบว่า 22% คาดว่า BOJ จะลด ดอกเบี้ยเงินฝาก ธ.พ.เป็นติดลบ 0.3%, 23% คาดลดเป็นติดลบ 0.2% และ 50% คาดคงที่ ติดลบ 0.1% หลังจาก เงินเฟ้อกลับมาหดตัวในแดนลบนาน 3 เดือน ล่าสุด ติดลบ 0.4%  พบว่ายังมีประเด็นที่ควรจะให้น้ำหนัก คือ การรายงาน GDP Growth งวด 2Q59 (ครั้งที่ 2) ของประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ นำโดย 27 ก.ค. อังกฤษ ตลาดคาด GDP Growth ขยายตัว 0.5% QoQ จากครั้งก่อนหน้าขยายตัว 0.4% 29 ก.ค. สหรัฐคาดขยายตัว 2.6%QoQ จากครั้งก่อนหน้า 1.1% และยุโรป คาดเพิ่ม 0.3% ชะลอจาก 0.6% ครั้งก่อนหน้า อย่างไรก็ตามจากความเสี่ยงต่อการปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวที่ ไม่มั่นคงของประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเป็นคู่ค้าต่อไทยที่ชะลอตัวลงดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่าจะส่ง ผลกระทบต่อยอดการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน มิ.ย. ให้ชะลอตัวลง โดย 27 ก.ค. รายงานยอดส่งออก (X) ตลาดคาดติดลบ 2% (ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3) และการนำเข้า (M) คาดติดลบ 10% เพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการ GDP Growth กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย อีกทางเลือกของการลงทุน : PS หุ้นปันผล & PACE หุ้น Turnaround กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย นับว่าเป็นกลุ่มที่ค่อนข้าง laggard กว่าตลาดมาก กล่าวคือ นับ จากต้นปีถึงปัจจุบัน กลุ่มฯ ปรับขึ้นเพียง 10.6%ytd ขณะที่ SET Index วิ่งขึ้นแล้วถึง 17.4%ytd อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นวานนี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจาก คาดการณ์ผลประกอบการ 2Q59 ที่มีแนวโน้มสดใสตามที่ฝ่ายวิจัยได้เคยนำเสนอในรายงาน วิเคราะห์กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย 14 ก.ค.59 โดยผู้ประกอบการ 12 รายที่ฝ่ายวิจัยศึกษาในกลุ่ม พัฒนาที่อยู่อาศัย พบว่า ยอด Presale (รวมโครงการ JV) เท่ากับ 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากงวด 1Q59 ที่ระดับ 4.9 หมื่นล้านบาท มาจากยอดขายโครงการคอนโดฯ เพิ่มขึ้น 21% qoq อยู่ที่ 2.15 หมื่นล้านบาท ขณะที่โครงการแนวราบฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น 2.6% อยู่ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้หากพิจารณารายบริษัท พบว่ามีเพียง SIRI. SENA, AP และ PS ที่มีการเติบ โตของ Presale โดดเด่นจากงวดก่อนระดับ 70%, 43%, 41% และ 20% qoq สำหรับยอด Presale สะสม 1H59 อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท โดยยอด Presale สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ PS มียอดราว 2.16 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 21% ของยอด Preale รวม ตามด้วย SIRI สัด ส่วน 12.5% หรือ 1.28 หมื่นล้านบาท ส่วน LH อยู่ในลำดับ 3 มีมูลค่า Presale อยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท หรือสัดส่วน 11% แม้ภาพรวมยอด Presale ของกลุ่มฯ งวด 1H59 คิดเป็นสัด ส่วนเพียง 37% ของเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทกำหนดไว้ 2.7 แสนล้านบาท แต่แนวโน้มจะปรับตัว ดีขึ้นใน 2H59 ตามแผนการเปิดตัวโครงการเชิงรุกราว 158 โครงการ มูลค่ารวม 2 แสนล้าน บาท เทียบกับงวด 1H59 เปิดไปเพียง 71 โครงการ สำหรับแนวโน้มผลประกอบการงวด 2Q59 คาดว่าจะยังมีความโดดเด่น เนื่องจาก เป็นช่วงเวลาที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ทำให้ธุรกรรมการโอนฯ อยู่ใน ระดับสูง โดยหลายรายมียอดโอนฯ เดือน เม.ย.59 เดือนเดียวใกล้เคียงกับ 1Q59 ทั้งไตรมาส ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายจัดแคมเปญส่งเสริมการขายโดยให้สิทธิผู้ซื้อเหมือนกับอยู่ภายใต้ มาตรการอสังหาฯของรัฐต่อ ทำให้สามารถมียอดโอนฯ ที่สูงขึ้น ถือเป็นกลยุทธ์ในการเร่งระบาย สต๊อกสินค้าคงเหลือขายในโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว หุ้นพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่คาดผลประกอบการโดดเด่น มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลด้วย Dividend Yield ที่สูง และราคาหุ้น Laggard ชัดเจนที่สุดได้แก่ PS (FV@B38.00) นอกจากนี้ ยังมีหุ้น Turnaround ที่คาดว่าผลประกอบการจะพลิกเป็นกำไรในงวด 3Q59 และราคายังต่ำ กว่า Fair Value มาก อย่าง PACE (FV@B5.20) เลือกทั้ง 2 บริษัทเป็น Top Picks ของกลุ่ม ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นทั้งภูมิภาคอีกครั้ง วานนี้ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นในภูมิภาคต่อเนื่องเป็นวันที่ 13 ด้วยมูลค่ารวม 446 ล้านเหรียญ และเป็นการกลับมาซื้อสุทธิทั้ง 5 ประเทศอีกครั้ง นำโดยไต้หวันถูกซื้อสุทธิสูงสุด ในภูมิภาคราว 193 ล้านเหรียญ (ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 12) ตามมาด้วยเกาหลีใต้ถูกซื้อสุทธิ 177 ล้านเหรียญ (ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 11), ฟิลิปปินส์ 13 ล้านเหรียญ, อินโดนีเซีย 8 ล้านเหรียญ (หลังจากขายสุทธิเพียงวันเดียว) และไทยที่ถูกซื้อสุทธิราว 55 ล้านเหรียญ หรือ 1.9 พันล้าน บาท (ซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 11 โดยมียอดรวมอยู่ที่ 3.0 หมื่นล้านบาท) ตรงข้ามกับนักลง ทุนสถาบันฯที่ขายสุทธิเล็กน้อยราว 156 ล้านบาท   ขณะที่ตลาดตราสารหนี้ไทย นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิราว 2.1 หมื่นล้านบาท ต่าง กับนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิราว 3.3 พันล้านบาท (ขายสุทธิเป็นวันที่ 4) สภาพคล่องเริ่มหดลง ยังเน้นขายทำกำไรหุ้นแพง และซื้อหุ้น Domestic เงินปันผลสูง ด้วยสภาพคล่องที่มีอยู่ล้นระบบการเงิน ทำให้เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกพันธบัตรระยะสั้น วงเงิน 1.045 ล้านล้านบาท เพื่อดูดซับสภาพคล่องส่วนเกิน โดยแบ่ง เป็น พันธบัตรอายุ 1 วัน มูลค่า 8.68 แสนล้านบาท พันธบัตรอายุ 7 วัน มูลค่า 1.72 แสนล้าน บาท และ พันธบัตรอายุ 14 วัน มูลค่า 4.25 พันล้านบาท ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้มีผลกระทบต่อเม็ด เงิน เนื่องจากเป็นการทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีของ ธปท. (Bilateral Repurchase Transactions) แต่ก็มีผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลกระตุกขึ้นในทุกช่วงอายุนับจาก วันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา กล่าวคือ พันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปี จาก 1.44% ขึ้นเป็น 1.46%, พันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี จาก 1.67% ขึ้นเป็น 1.72% และ พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี จาก 2.00% ขึ้นเป็น 2.11% สำหรับแผนงานในอนาคตอันใกล้ จะมีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้าง พื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) มูลค่า 1 แสนล้านบาท ที่ ครม. ได้ อนุมัติไปเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยในปี 2559 น่าจะเริ่มระดมทุน 1-2 หมื่นล้านบาท ผลจากการที่ Bond Yield ดีดตัวสูงขึ้นทำให้ Market Earning Yield Gap แคบลง ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการเพิ่มขึ้นทุกๆ 10 bps ของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปี จะทำ ให้ระดับ P/E เป้าหมาย ลดลงราว 0.26 เท่า (หากกำหนดสมมติฐานให้ Earning Yield Gap คงที่ระดับ 4.75%) จึงทำให้ upside ของ SET Index ยิ่งจำกัดลงไปอีก ด้วยภาวะที่สภาพคล่องที่เริ่มถูกจำกัด Upside ที่เหลือน้อย และ Valuation ที่ค่อน ข้างแพง จึงทำให้โอกาสในการปรับฐานลงยังมีได้อยู่ตลอด หากนักลงทุนต้องการ trading จึง จำเป็นที่จะต้องจำกัดความเสี่ยงด้วยการกำหนดจุดล็อกกำไรทุกครั้ง และยังคงแนะนำให้ขาย หุ้นที่เกิดมูลค่าพื้นฐานปี 2559 ได้แก่ BAY, SCB, KTB, KBANK, TRUE, JAS, HMPRO, ROBINS, CPALL, THAI, BEM, AAV, VGI, BANPU, LANNA, TISCO, EGCO, SIM, RML, CHG, TFG, MCOT และ GUNKUL เป็นต้น และให้ switch มายังหุ้น Domestic ราคาหุ้น laggard มีกระแสเงินสดมั่นคง และมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราที่สูง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้คัดกรองหุ้นด้วยวิธีวิเคราะห์เชิงปริมาณ แนะนำหุ้นปันผลเด่น 3 บริษัท คือ RATCH, ADVANC, SCCC ซึ่งมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอหลังประกาศงบงวด 2Q59 และที่สำคัญมีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด โดยฝ่ายวิจัยแนะนำให้ซื้อก่อนขึ้น เครื่องหมาย XD ราว 1 เดือน และขายทำกำไรในวันขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งมีโอกาสให้ผลตอบ แทนเฉลี่ยสูงถึง 6.14%, 3.61% และ 3.23% ตามลำดับ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมักจะปรับฐาน แรงในเดือน ส.ค. สังเกตได้จากข้อมูลสถิติย้อนหลัง 5 ปี พบว่า มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบสูงถึง 2.47% (นักลงทุนสามารถติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทวิเคราะห์ Quantitative Analysis : Dividend Play ในวันนี้) ภรณี ทองเย็น เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 004146เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 004132พบชัย ภัทราวิชญ์ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 052647ภราดร เตียรณปราโมทย์ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365พาสุ ชัยหลีเจริญ ผู้ช่วยนักวิเคราะห์ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยนักเศรษฐศาสตร์


   
   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
002414838
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987657220
4527
17653
2382282
98198
106216
2414838
Your IP: 54.158.248.233
Thu, 28 Jul 2016 18:12:47 +0000
   
© ALLROUNDER