FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

ais16

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


ปตท. ให้คุณสุขได้มากขึ้นทุกการเดินทางด้วย Friendly Design พร้อมโชว์นวัตกรรมหล่อลื่นจักรยานยนต์ และโปรโมชั่นหล่อลื่นลดสูงสุด 40%

ปตท. ให้คุณสุขได้มากขึ้นทุกการเดินทางด้วย Friendly Design พร้อมโชว์นวัตกรรมหล่อลื่นจักรยานยนต์ และโปรโมชั่นหล่อลื่นลดสูงสุด 40% เมื่อเร็วๆ นี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมเปิดบูธ ปตท. ภายในงาน'The 38th Bangkok International Motor Show 2017'อย่างเป็นทางการ นำเสนอนวัตกรรมหลากหลาย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านพลังงาน และสถานีบริการน้ำมันที่ห่วงใยใส่ใจทุกคน ตั้งแต่วันนี้ – 9 เม.ย. 2560 ณ อิมแพค เมืองทองธานี นายอรรถพล เปิดเผยว่า ในปีนี้ บูธ ปตท. นำเสนอสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในรูปแบบ Friendly Design สัญลักษณ์แห่งความห่วงใย ที่ทำให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สถานีบริการน้ำมันที่ห่วงใยใส่ใจทุกคน พร้อมดูแลผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย ให้สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ทุกๆ พื้นที่ในสถานีบริการด้วยความสะดวกและปลอดภัย ภายใต้แนวคิด Care & Safety For All โดยการปรับองค์ประกอบต่างๆ ภายในสถานีบริการ อาทิ ที่จอดรถผู้ทุพพลภาพและสตรี ห้องน้ำพิเศษเพื่อการใช้งานสำหรับทุกคน ทางลาดสำหรับรถเข็นขึ้นทางเท้า เข้าร้านค้า และห้องน้ำพิเศษ กล้อง CCTV ปุ่มกดแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งออกแบบและจัดทำป้ายสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ตำแหน่งของจุดใช้งานต่างๆ ให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท. เป็นมากกว่าสถานีบริการน้ำมัน เป็นสถานีเติมความสุขหรือ Life Station สำหรับทุกคน อีกทั้ง ยังนำเสนอนวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่นสำหรับจักรยานยนต์ PTT Challenger Synthetic 4T SAE 10W-40 สูตรใหม่ ด้วยแนวคิด'What is Your Challenge: จิตวิญญาณที่ท้าทาย ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อตัวเอง'ที่ออกแบบและพัฒนาภายใต้แนวความคิดของความท้าทายในทุกการขับขี่ ตอบสนองการขับขี่ในทุกรูปแบบ ครอบคลุมการใช้งานในรถจักรยานยนต์ทุกประเภท ทั้งรถ Big Bike ที่ต่ำกว่า 600 cc. และจักรยานยนต์สมรรถนะสูงมาแนะนำให้ผู้บริโภคได้รู้จัก พร้อมแนะนำบริการที่ Fit Auto ให้คุณเตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวได้อย่างสบายใจ รวมทั้งนำผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพมาจำหน่ายในราคาลดพิเศษสูงสุด 40% และยังมีกิจกรรมร่วมสนุก เปิดโอกาสให้ผู้สนใจยังได้พบกับนักแข่งในทีม ปตท. ที่มาร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมรับของที่ระลึกมากมาย นอกจากนี้ ยังได้เตรียมจุดรับสมัครบัตร PTT Blue Card บัตรสะสมคะแนนเพื่อใช้แทนเงินสด โดยผู้บริโภคจะสามารถรับคะแนนสะสมได้จากการซื้อผลิตภัณฑ์และบริการของ ปตท. ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ร้านกาแฟคาเฟ่อเมซอน ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ และศูนย์บริการ Fit auto นอกจากนั้นยังสามารถแสดงบัตรรับส่วนลด หรือ สิทธิพิเศษต่างๆ ที่ร้านอาหาร โรงแรม สปา และร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ ตลอดจนใช้แลกของรางวัลและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นเอกสิทธิเฉพาะสมาชิก PTT Blue Card เท่านั้น โดย ปตท. ได้จัดเตรียมจุดรับสมัคร PTT BLUE CARD เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคที่สนใจสมัครสมาชิกได้ฟรี พร้อมรับเลยทันที 200 คะแนนและของที่ระลึกเมื่อสมัครสมาชิกภายในงานอีกด้วย ปตท. จับมือ 4 หน่วยงานสนับสนุนโครงการ'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง'ปี 2560 พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ จาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การประปาส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าวและเปิดโครงการ'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง'ประจำปี 2560 ณ กองบัญชาการกองทัพบก โดย ปตท. ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 รวมยอดเงินช่วยเหลือถึง 77.4 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ประสบปัญหา ภัยแล้ง เกิดการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค –บริโภค โดยเฉพาะเขตทุรกันดารและพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งพี่น้องเกษตรกรที่มักจะประสบปัญหาภัยแล้ง ซ้ำซากในหลายพื้นที่ นายเทวินทร์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่พี่น้องประชาชนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ดี ปตท.และหน่วยงานภาคีดังกล่าว ล้วนตระหนักถึงปัญหาภัยแล้งที่จะมาถึง จึงได้ร่วมดำเนินโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจช่วยภัยแล้ง' ประจำปี 2560 โดย ปตท.บริจาคเงินสนับสนุนผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง ถังบรรจุน้ำ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และดำเนินงานโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในปีนี้เป็นจำนวนเงิน 5,600,000 บาท นอกจากการสนับสนุนน้ำแข็งแห้งแก่โครงการฝนหลวงเพื่อทำฝนเทียมบรรเทาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง นายเทวินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่ม ปตท. เตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกภูมิภาคที่อาจจะประสบภัยธรรมชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย และภัยหนาว ซึ่งนำความเสียหายมาสู่พี่น้องไทยมาอย่างมากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา การสนับสนุนโครงการ 'ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง'จึงถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักของ ปตท. นอกเหนือไปจากการจัดหาและสำรองความมั่นคงทางด้านพลังงานให้แก่ประเทศชาติ

กรุงศรีมองเงินบาทสัปดาห์นี้ยังแข็งค่าในกรอบ 34.35-34.65 คาดกนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย

กรุงศรีมองเงินบาทสัปดาห์นี้ยังแข็งค่าในกรอบ 34.35-34.65 คาดกนง. คงดอกเบี้ยนโยบาย ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีความเห็นต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องและเคลื่อนไหวในกรอบ 34.35-34.65 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับปิดที่ 34.66 บาทต่อดอลลาร์ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยล่าสุดเปิดซื้อขายสัปดาห์นี้ที่ระดับแข็งค่าสุดในรอบ 20 เดือน ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไรดอลลาร์จากความกังวลของตลาดเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์จะล่าช้าออกไป โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยมูลค่า 4.3 พันล้านบาท และ 1.19 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ ดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ จากความวิตกกังวลว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจไม่สามารถผลักดันร่างกฏหมายผ่านสภาคองเกรสได้สำเร็จ ขณะที่เงินปอนด์ได้แรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษที่สูงเกินคาดและเหตุก่อการร้ายกลางกรุงลอนดอนไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่ตลาดฝากความหวังไว้สูง เช่น แผนปฏิรูปภาษีและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ยังคงมีอุปสรรค ภายหลังพรรครีพับลิกันถอนร่างกฏหมายประกันสุขภาพออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐเนื่องจากขาดเสียงสนับสนุน โดยในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 28 มีนาคม ขณะที่เงินบาทอาจได้รับอิทธิพลจากความต้องการซื้อดอลลาร์ช่วงปิดงบไตรมาส ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกมีแนวโน้มพักฐานก่อนจะขยับขึ้นในระยะต่อไป หลังทิศทางนโยบายการเงินและการคลังของสหรัฐชัดเจนมากขึ้น สำหรับ ปัจจัยในประเทศจะอยู่ที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 มีนาคม กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่า กนง.จะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% เพื่อช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป แม้ว่ายอดส่งออกและนำเข้าเดือนกุมภาพันธ์จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ทั้งนี้ การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาท และเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังฟื้นตัวได้ช้า คาดว่าผู้ดำเนินนโยบายจะแสดงท่าทีระมัดระวังต่อเนื่อง เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่ต้องรีบส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในระยะนี้

กรุงศรีมุ่งเป็นธนาคารหลักลูกค้า SME ครบวงจรทั้งสินเชื่อและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจดันสินเชื่อปีนี้โต 6.8%

กรุงศรีมุ่งเป็นธนาคารหลักลูกค้า SME ครบวงจรทั้งสินเชื่อและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจดันสินเชื่อปีนี้โต 6.8% กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยกลยุทธ์กลุ่มงานลูกค้าธุรกิจ SME ในปี 2560 มุ่งสู่การเป็นธนาคารหลักสำหรับลูกค้าธุรกิจ SME ด้วยความเชี่ยวชาญและความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งของกรุงศรีผนึกศักยภาพที่แข็งแกร่งระดับโลกของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มุ่งสู่การเป็นธนาคารหลักสำหรับลูกค้าธุรกิจ SME ด้านสินเชื่อ (Main Lending Bank) และด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน (Main Operating Bank) พร้อมร่วมขับเคลื่อนพันธกิจ National e-Payment สู่ดิจิทัลอีโคโนมี สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจ SME ไทยและเศรษฐกิจของประเทศ โดยตั้งเป้าสินเชื่อ SME ขนาดกลางและขนาดเล็กปีนี้ โต 6.8% นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า “กลุ่มธุรกิจ SME ถือเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และเป็นกลุ่มธุรกิจที่กรุงศรีให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับปี 2560 นี้ กรุงศรีจะต่อยอดความเติบโตด้านธุรกิจลูกค้า SME ผ่าน 3 กลยุทธ์สร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าในการยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้า คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ในการช่วยลูกค้าขยายโอกาสทางธุรกิจ ทั้งด้านเงินทุนหมุนเวียน การค้าต่างประเทศ และ Supply Chain Solution เป็นต้น มุ่งสู่การเป็นธนาคารหลักของลูกค้าด้านสินเชื่อที่ให้บริการอย่างครบวงจรทั้งด้านการเงินและเป็นที่ปรึกษาที่คอยดูแลสนับสนุนผ่านกิจกรรมการให้ความรู้ จับคู่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์จากกรุงศรีและ MUFG นอกจากนี้ กรุงศรียังมุ่งสู่การเป็นธนาคารหลักของลูกค้าในการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งรับ-จ่าย ทั้ง 3 กลยุทธ์ทำให้กรุงศรีนำเสนอ Total Solution สำหรับลูกค้าธุรกิจ SME ได้อย่างแข็งแกร่งและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ SME ได้อย่างครบถ้วน” “ลูกค้าธุรกิจ SME ของกรุงศรีจะได้รับประโยชน์จากศักยภาพอันโดดเด่นของกรุงศรีอันเกิดจากการผสานความร่วมมือของกรุงศรีกับ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ที่มีเครือข่ายทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสให้ลูกค้าสามารถขยายธุรกิจอย่างไร้พรมแดน” นายสยามกล่าวเพิ่มเติม สำหรับ ปีนี้ กรุงศรียังคงขยายฐานลูกค้าและพอร์ตสินเชื่อ SME อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ได้ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 6.8% จากปี 2559 ที่ 153,566 ล้านบาท เป็น 164,049 ล้านบาท ในปี 2560 “ภารกิจที่สำคัญอีกประการที่กรุงศรียึดถือคือการร่วมขับเคลื่อนโรดแม็ป National e-Payment ของภาครัฐ โดยในปีนี้กรุงศรีได้ออกแคมเปญ กรุงศรี พร้อมเพย์ พร้อมฟรี สำหรับนิติบุคคล ให้ SME โอนฟรีไม่จำกัด เน้นเพิ่มการทำธุรกรรมของลูกค้ากลุ่ม SME ผ่านระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนการให้ความร่วมมือแก่ทุกภาคส่วนในการสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจของประเทศ”นายสยามกล่าวในที่สุด เกี่ยวกับกรุงศรี กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และดำเนินธุรกิจมานานกว่า 70 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 695 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 658 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 37 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 30,800 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 8.0 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด) อีกด้วย กรุงศรี มีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เกี่ยวกับ MUFG (มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป) มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) เป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงโตเกียว ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในการดำเนินธุรกิจกว่า 350 ปี MUFG มีเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,000 แห่ง ราว 50 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 140,000 คน ซึ่งนำเสนอบริการที่หลากหลายครอบคลุมทั้งธนาคารพาณิชย์ ทรัสต์ แบงก์กิ้ง ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจบัตรเครดิต ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธุรกิจเช่าซื้อ ซึ่งรวมทั้งธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ, มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ทรัสต์ แอนด์ แบงก์กิ้ง คอร์เปอเรชั่น (ทรัสต์แบงก์ชั้นนำของญี่ปุ่น) และมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ซิเคียวริตี้ โฮลดิ้ง หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น MUFG มีเป้าหมายที่จะเป็น “กลุ่มสถาบันทางการเงินที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในโลก” ตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน MUFG จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ตลาดหลักทรัพย์นาโกยา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

KTAM ขายตราสารหนี้ 6 เดือนชู 1.45%ต่อปี

KTAM ขายตราสารหนี้ 6 เดือนชู 1.45%ต่อปี นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่าย กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 140 เสนอขายตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 เมษายน 2560 อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท เน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำBank of China , Macau Branch อัตราผลตอบแทน 1.75 % ต่อปี , China Construction Bank (Asia) Corporation Limited อัตราผลตอบแทน 1.80% ต่อปี , Agricultural Bank of China (Hong Kong Branch ) อัตราผลตอบแทน 1.80% ต่อปี , AI Khalij Commercial Bank อัตราผลตอบแทน 1.72% ต่อปี , Union National Bankอัตราผลตอบแทน 1.70% ต่อปี และ Qatar Nation Bank อัตราผลตอบแทน 1.68% ต่อปี กองทุนจะลงทุนในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 18% ยกเว้น เงินฝากประจำ Qatar Nation Bank ลงทุน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 0.30% ต่อปี ดังนั้น ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.45%ต่อปี กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน สำหรับ อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศ มีการปรับตัวขึ้นลงในช่วงแคบ ตามแรงซื้อขายของนักลงทุนในแต่ละช่วงอายุ โดยตลาดตอบรับการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุคงเหลือ 10 ปี ค่อนข้างดี โดยมี Bid Coverage Ratio 2.13 เท่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นยอดซื้อสุทธิจำนวน 11,942 ล้านบาท ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารอายุต่ำกว่า 1 ปี ในขณะที่ตราสารอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปอัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงจากแรงซื้อ หลังจากอัตราผลตอบแทนในช่วงก่อนหน้าได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับ (Price in) กับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ และครั้งหน้าไปแล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านผลกระทบจากนโยบายการคลังของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลังสภาผู้แทนสหรัฐอเมริกายกเลิกการโหวต America Health Care Bill เนื่องจากเสียงสนันสนุนยังไม่พอ โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวลดลง 7 bps.มาอยู่ที่ 1.26% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 10 bps.มาอยู่ที่ 1.93% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวเลดลง 10 bps.มาอยู่ที่ 2.40% ต่อปี สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นการดำเนินนโยบายการคลังของสหรัฐอเมริกา แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจโลกในระยะเวลาข้างหน้า ผลกระทบของ Brexit ต่อ EU และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ “ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้ และผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต”นักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือ โทร 0-2686-6100 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ / สำนักประชาสัมพันธ์ คุณแสงสิริ เนตรอัมพร / โทรศัพท์ 0-2686-6206 / 082-082-2121 บลจ.กรุงไทย เสนอขายกองทุนตปท.อายุ 6 เดือน คาดผลตอบปทน 1.45% เปิดจองถึง 3 เม.ย. นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 140 เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 3 เม.ย.60 อายุกองทุน 6 เดือน มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท กองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเงินฝากประจำBank of China , Macau Branch อัตราผลตอบแทน 1.75 % ต่อปี, China Construction Bank (Asia) Corporation Limitedอัตราผลตอบแทน 1.80% ต่อปี, Agricultural Bank of China (Hong Kong Branch ) อัตราผลตอบแทน 1.80% ต่อปี , AI Khalij Commercial Bankอัตราผลตอบแทน 1.72% ต่อปี, Union National Bank อัตราผลตอบแทน 1.70% ต่อปี และ Qatar Nation Bank อัตราผลตอบแทน 1.68% ต่อปี กองทุนจะลงทุนในสัดส่วนสถาบันการเงินละ 18% ยกเว้นเงินฝากประจำ Qatar Nation Bank ลงทุน 10% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 0.30% ต่อปี ดังนั้น ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.45%ต่อปี กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน นางชวินดา กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศ มีการปรับตัวขึ้นลงในช่วงแคบ ตามแรงซื้อขายของนักลงทุนในแต่ละช่วงอายุ โดยตลาดตอบรับการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุคงเหลือ 10 ปี ค่อนข้างดี โดยมี Bid Coverage Ratio 2.13 เท่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นยอดซื้อสุทธิจำนวน 11,942 ล้านบาท ส่วนอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในตราสารอายุต่ำกว่า 1 ปี ในขณะที่ตราสารอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปอัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงจากแรงซื้อ หลังจากอัตราผลตอบแทนในช่วงก่อนหน้าได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตอบรับ (Price in) กับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้และครั้งหน้าไปแล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านผลกระทบจากนโยบายการคลังของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลังสภาผู้แทนสหรัฐอเมริกายกเลิกการโหวต America Health Care Bill เนื่องจากเสียงสนันสนุนยังไม่พอ โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปี ปรับตัวลดลง 7 bps.มาอยู่ที่ 1.26% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 10 bps.มาอยู่ที่ 1.93% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวเลดลง 10 bps.มาอยู่ที่ 2.40% ต่อปี สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นการดำเนินนโยบายการคลังของสหรัฐอเมริกา แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและเศรษฐกิจโลกในระยะเวลาข้างหน้า ผลกระทบของ Brexit ต่อ EU และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ

บลจ.กรุงศรี เสนอขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ KFFIF6M18

บลจ.กรุงศรี เสนอขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ KFFIF6M18 บลจ.กรุงศรี เสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ 6M18 (KFFIF6M18) อายุประมาณ 6 เดือน เสนอขายระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 3 เมษายน 2560 ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท จ่ายผลตอบแทนประมาณ 1.55% ต่อปี บลจ.กรุงศรี เปิดขายกองตราสารหนี้ ตปท.6 เดือนช่วง 28 มี.ค.-3 เม.ย.คาดผลตอบแทน 1.55% ต่อปี น.ส.ศิรพร สินาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเปิเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ 6M18 (KFFIF6M18) อายุประมาณ 6 เดือน เสนอขายระหว่างวันที่ 28 มี.ค.-3 เม.ย.60 ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท จ่ายผลตอบแทนประมาณ 1.55% ต่อปี กองทุน KFFIF6M18 มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีระยะเวลาลงทุน 6 เดือน เช่น เงินฝากธนาคาร First Gulf Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สัดส่วนการลงทุน 19% ประมาณการผลตอบแทน 1.62% เงินฝากธนาคาร Bank of China (BOC) (จีน) สัดส่วนการลงทุน 19% ประมาณการผลตอบแทน 1.72% เงินฝากธนาคาร Union National Bank (UNB) (สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์) สัดส่วนการลงทุน 19% ประมาณการผลตอบแทน 1.75% เงินฝากธนาคาร Al Khaliji Bank (การ์ต้า) สัดส่วนการลงทุน 12% ประมาณการผลตอบแทน 1.78% เงินฝากธนาคาร Commercial Bank of Qatar (CBQ) (การ์ต้า) สัดส่วนการลงทุน 12% ประมาณการผลตอบแทน 1.65% และเงินฝากธนาคาร China Construction Bank (CCB) (จีน) สัดส่วนการลงทุน 19% ประมาณการผลตอบแทน 1.70% ความเสี่ยงกองทุนระดับ 4 : เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ1.55%ต่อปี (ประมาณการค่าใช้จ่ายของกองทุนที่ 0.1605% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ) หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป บริษัทอาจไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราดังกล่าว และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป" “สำหรับ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปลี่ยนแปลง 0.00 – 0.07% โดยที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวมีความแตกต่างกันน้อยลง ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยจำนองได้ปรับตัวสูงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงหลังการเลือกตั้ง และขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากตลาดคาดว่านโยบายการคลังจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวดีขึ้น และส่งผลให้เฟดปรับดอกเบี้ยขึ้น ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยแกว่งตัว 0.00 – 0.02% โดยที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางปรับตัวลดลงมากกว่าช่วงอื่นๆ" น.ส.ศิริพร กล่าว


   

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : วิเคราะห์ทางเทคนิค12-5-16

Category: บทวิเคราะห์
Published on Thursday, 12 May 2016 11:55
Hits: 475

CSG copyบล.คันทรี่ กรุ๊ป : วิเคราะห์ทางเทคนิค

 

แนวโน้มตลาดวันนี้ (12 พ.ค. 59)
แนะนำ/แนวโน้ม ปล่อยวาง ปลอดภัย แนวรับ 1 1,375 แนวต้าน 1 1,388
ดัชนีปิดเมื่อวาน 1,382.41 (-7.72) แนวรับ 2 1,368 แนวต้าน 2 1,395
  SET แกว่งตัว คาดเดาทิศทางได้ยากตลอดสัปดาห์ทีผ่านมา จนกระทั่งการทิ้งตัวเมื่อวานนี้ทำให้ยืนยันแรงกดดันจากเส้นค่าเฉลี่ย 3 กษัตริย์ที่ม้วนตัวลง ส่วนแท่งเทียนทึบและ RSI ที่ปักหัวลงใน Sell Zone ทำให้เราประเมินความเสี่ยงในการอ่อนตัวได้เปรียบมากยิ่งขึ้น และไม่จำเป็นที่จะต้องเสี่ยงในการวัดใจอะไรต่อไป นอกจากปล่อยให้กราฟไหลลงไปยังแนว support ที่ 1354 จุดแล้วค่อยว่ากันใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่แข็งแรงเพื่อหนีการตกนี้ กราฟจะต้องกระชากตัวกลับปิดสูงให้ได้เท่านั้น หากทำไม่ได้ให้ปล่อยวาง เพื่อความปลอดภัย

กลยุทธ์
  1. ลดปริมาณการเก็งกำไรลง ใช้กลยุทธ์ขายเมื่อปรับขึ้น และซื้อเมื่ออ่อนตัวเท่านั้น ไม่ใช้กลยุทธ์การไล่ซื้อตามหุ้นบวก
  2. ยิ่งปิดต่ำ ยิ่งเป็นสัญญาณลบต่อทิศทาง ถือหุ้นกลับบ้านปริมาณจำกัด
  3. หากปิดสูงกว่าเปิดเป็นสัญญาณเก็งกำไร ถือหุ้นพอเพียง

วิเคราะห์ทางเทคนิค รายหลักทรัพย์
  EASON ราคาปิด 3.54 บาท
  แนวรับ 3.50 บาท แนวต้าน 3.80 บาท
  แนว cut loss เมื่อราคาจะหลุด 3.44 บาท
  กราฟ EASON (month) มีแนวโน้มเชิงบวกในระยะกลาง หลังตัดผ่านกรอบสามเหลี่ยมขึ้นไป และ RSI ชี้ขึ้นต่อเนื่อง จึงมีแนวโน้มเดินหน้าต่อทางเทคนิค ไปยังเป้าหมายใกล้ 4 บาท แนะนำเก็งกำไร

  PRIN ราคาปิด 1.34 บาท
  แนวรับ 1.32 บาท แนวต้าน 1.56 บาท
  แนว cut loss เมื่อราคาจะหลุด 1.28 บาท
  กราฟ PRIN(week) กราฟมีโครงสร้างแบบ Bottom out ทั้งในแท่งเทียนและ MACD ซึ่งจะผลักดันให้ราคาปรับตัวขึ้นเป็นรูปถ้วยหงาย มีแนวต้านที่ 1.56 บาท แนะนำเก็งกำไร

* ประเด็นเด็ด หมายถึงการจับประเด็นข่าวที่เป็นจริงหรือเอ่ยอ้างในการซื้อขายเข้ามาเป็นข้อมูลแนบในหุ้นนั้นๆ โดยไม่ได้เป็นการนำมาเป็นข้อมูลแนะนำ

 

   

SME300

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
005351257
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987662795
6008
22632
5285553
190282
257479
5351257
Your IP: 54.145.183.43
Wed, 29 Mar 2017 22:43:11 +0000
   
© ALLROUNDER