FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


BRR‘น้ำตาลบุรีรัมย์’ จับตาการเคลื่อนไหวราคาน้ำตาลใกล้ชิด

BRR‘น้ำตาลบุรีรัมย์’จับตาการเคลื่อนไหวราคาน้ำตาลใกล้ชิด นายภัทรพงศ์ พงศ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน)หรือBRRเปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำตาลในตลาดโลก พบว่า มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดนิวยอร์คNo. 11ช่วงเดือนมีนาคม 2015 ปรับตัวสูงขึ้นที่จากระดับราคา 14.87 เซนต์/ปอนด์ ขึ้นมาอยู่ที่ 16.15 เซนต์/ปอนด์ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2015ก่อนจะปิดตลาดที่ราคาเกือบ 16 เซนต์/ปอนด์โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการปรับตัวขึ้นของราคาดังกล่าว มาจากปริมาณฝนที่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของบราซิลและการปรับขึ้นอัตราภาษีน้ำมันของบราซิล ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการใช้เอทานอลมากขึ้น และมีการดึงอ้อยไปผลิตเอทานอลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ค่าเงินเรียลของบราซิลที่แข็งค่าขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 11.75%เป็น 12.25%จึงนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจของน้ำตาลบุรีรัมย์และอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไทยโดยรวมที่สามารถสร้างเม็ดเงินรายได้จากการส่งออกน้ำตาลทรายไปยังประเทศคู่ค้าได้มากขึ้น *************************************** เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ โดยบริษัท มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (ในนาม บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม :ฐิยาภรณ์ ศรีอดุลย์พันธุ์(ด๊ะ)โทร.02 612 2081ต่อ 124 หรือ087-556-6974 Email :comebackagains@hotmail.com

อ๋อย ฟันธงถอดปู มีเจตนา ขยี้ชินวัตร พท.แฉโดนขู่'รายงานตัว' ถ้าไม่เลิกแถลงโต้สนช. ครูหยุยขอโทษ-ปัดเย้ย ปมคลิปทำท่าเชือดคอ กกต.ลุยคดีทัวร์นกขมิ้น

อ๋อย ฟันธงถอดปู มีเจตนา ขยี้ชินวัตร พท.แฉโดนขู่'รายงานตัว'ถ้าไม่เลิกแถลงโต้สนช. ครูหยุยขอโทษ-ปัดเย้ย ปมคลิปทำท่าเชือดคอ กกต.ลุยคดีทัวร์นกขมิ้น

ถูกเชือด- คลิปนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ทำท่าใช้นิ้วชี้เลื่อนไปมาบริเวณลำคอ คล้ายอาการแสดงออกถึงการถูกเชือด มีผู้บันทึกไว้ได้หลัง สนช.ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์จนต้องออกมาขอโทษในที่สุด เมื่อวันที่ 25 มกราคม รุมถล่มคลิป"ครูหยุย"แสดงท่าเชือดคอ ปม สนช.ลงมติฟัน"ปู" เจ้าตัวขอโทษ ปัดถากถาง อ้างแปลกใจคะแนนท่วม กลุ่ม 40 ส.ว.เย้ยทำน้องรับกรรม "จาตุรนต์"โพสต์จวกหวังกำจัดตระกูล"ชินวัตร" ซัด คสช.อ้างปรองดองแค่เงื่อนไขทำรัฐประหาร @ รุมถล่มคลิปท่า"ครูหยุย"เชือดคอ เมื่อวันที่ 25 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 49 วินาที ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศหลังจากที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ฐานปล่อยให้มีการทุจริตโครงการจำนำข้าว โดยมีภาพ สนช.หลายคนถ่ายรูปผลคะแนนบนกระดาน และมีภาพนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. ถ่ายรูปคู่กับกระดานผลคะแนนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมทั้งชูนิ้วชี้ข้างขวาขึ้น เมื่อถ่ายรูปเสร็จ นายวัลลภได้ใช้นิ้วชี้ปาดที่คอตัวเอง 3 ครั้ง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังจากมีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ว่าการกระทำของนายวัลลภเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และมีการระบุถึงวุฒิภาวะในการเเสดงออกเนื่องจากเป็นการเยาะเย้ย น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ถูกเชือด @ "วัลลภ"ขออภัยปัดเยาะเย้ย ด้านนายวัลลภให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้มีเจตนาเยาะเย้ยหรือถากถางใคร ขอชี้แจงว่าท่าทีที่ออกไปอาจเป็นเพราะความประหลาดใจ เพราะหลังจากที่มติออกมาคือ 190 ต่อ 18 เสียงนั้นถือว่าเยอะมาก เนื่องจากเท่าที่ติดตามข่าวและประเมินเสียงด้วยตัวเองนั้น คาดการณ์ว่าเสียงถอดถอนน่าจะอยู่ที่ 135 โดยประมาณ "คงเป็นอาการที่แปลกใจว่า มติ 190 เยอะทะลักขนาดนี้ คือจะเชือดกันเชียวหรือ เพราะเท่าที่ผมติดตามข่าวยังประเมินเสียงที่จะออกมาว่าอาจจะ 135-140 โดยประมาณ ขนาดมีข่าวว่าเสียงออกมาจะถึง 150 ผมยังไม่เชื่อเลย ดังนั้น จึงเป็นอาการแปลกใจ แม้ว่าภาพลักษณ์ของผมก่อนหน้านี้ที่เคยขึ้นเวที กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) มาก่อน ก็ถูกมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกันแล้วก็ตาม ทั้งที่เรื่องนี้วิปมีมติให้ผมเป็นกรรมการซักถามคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ปฏิเสธแล้ว" นายวัลลภกล่าว และว่า ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอย่างนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เยาะเย้ย ถากถาง หรือสะใจใครทั้งนั้น แต่ถ้ามีคนเข้าใจผิด ต้องขออภัยจริงๆ ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของจริยธรรมอะไรเลย @ พะจุณณ์จี้พวกเห็นต่างใช้หนี้ข้าว พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ และนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่า สนช.รับใบสั่งจากผู้มีบารมีให้ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าไม่ใช่เรื่องจริง เชื่อว่า สนช.ทุกคนช่วยกันวิเคราะห์หาความสมเหตุสมผล ไม่มีใครมาสั่งได้ ถึงเวลานี้คนส่วนใหญ่ของประเทศน่าจะแยกแยะออกว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีความผิดจริงหรือไม่ "หากพวกเห็นต่างหรือใครคิดว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำถูกต้องแล้ว ไม่ทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว หรือใครว่าไปไล่ล่า ก็ควรไปช่วยกันรวบรวมเงินมาลงขันใช้หนี้ค่าข้าวที่ไปกู้มา 6-7 แสนล้านบาทให้ด้วย พวกผมจะได้ไม่ต้องมาวางบรรทัดฐานของประเทศที่ถูกต้องอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้ เชื่อว่าคนไทยจะรู้ได้ตัวเองว่านี่คือข้อบกพร่องอย่างร้ายแรงของนักการเมืองไทย จะเห็นจากผลสำรวจหัวหน้าชุมชนที่ออกมา ก็เห็นว่า สนช.ทำถูกต้องแล้ว และมีความหวังว่าต่อไปการเมืองน่าจะดีขึ้น จะเห็นว่าขณะนี้คนทั่วไปเข้าใจดีขึ้น เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการเมืองที่ผ่านมา" พล.ร.อ.พะจุณณ์กล่าว @ ชี้รธน.ออกแบบสกัดคนชั่ว พล.ร.อ.พะจุณณ์ กล่าวว่า สำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะออกแบบมาลงโทษนักการเมืองที่เลว และปกป้องไม่ให้คนชั่วเข้ามาสู่การเมือง โดยจะมีมาตรการกำหนดบทลงโทษที่เรียกว่า เห็นผิดรับโทษรวดเร็ว และรุนแรง เพื่อสกัดนักการเมืองที่เลวทุกขั้นตอน ซึ่งต่อไปนักการเมืองจะเข้ามาเล่นการเมืองต้องระวัง จะทำอะไรอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้ว "จากภาวะปกติไม่สามารถถอดถอนนักการเมืองคนใดได้เลยในช่วงที่อยู่ในตำแหน่ง หรือให้หยุดทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้หยุดสร้างความเสียหายต่อรัฐ แต่ไม่เคยได้ผล และนักการเมืองยังใช้อำนาจในหน้าที่ต่อไป โดยไม่เคยถูกระงับยับยั้งลงได้ เวลานี้พวกเรากำลังวางบรรทัดฐานที่ดีให้กับการเมืองไทย ภายใน 1 ปีเมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ การเมืองต้องดีขึ้น" พล.ร.อ.พะจุณณ์กล่าว และว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้เขียนรัฐธรรมนูญมาไล่ล่าใคร แต่ต้องการขจัดนักการเมืองเลวให้สิ้นซาก ตามตัวบทกฎหมายที่ถูกต้องและมีคุณธรรม @ 40 ส.ว.เย้ยพี่ทำน้องรับกรรม นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. กล่าวถึงการลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ทำให้ฝ่ายที่ถูกถอดถอนและบริวารออกมาตอบโต้ว่าถูกกลั่นแกล้ง ถูกตามล้างตามล่า ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ความจริงแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก ควรจะกล่าวโทษคนที่อยู่ต่างประเทศมากกว่า เพราะเป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คิด เพื่อไทยทำ แต่คนรับกรรมคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ "มติที่ออกมา 190 ต่อ 18 เสียง ถือเป็นเสียงประวัติศาสตร์ที่คะแนนถอดถอนท่วมท้นขนาดนี้เนื่องจาก 1.มีพยานเชิงประจักษ์มากมายที่ปรากฏต่อสาธารณะมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งทางการเงิน 2.หาก สนช.ไม่ยอมถอดถอน กระแสจะตีกลับ ทำให้ สนช.และ คสช.ต้องรับหน้าเสื่อไปเต็มๆ ซึ่งจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า การถอดถอนแม้จะเกิดแรงกดดันตามมา แต่ก็บางเบา และอยู่ในขอบเขตที่รัฐบาลและ คสช.สามารถควบคุมได้" นายประสารกล่าว และว่า 3.ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาตอบคำถามในที่ประชุม แสดงถึงความไม่เคารพ สนช. เหมือนที่เคยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐสภาตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี และทำให้ข้อครหาเรื่องการไม่กล้าตอบคำถามสดในสภาเป็นประเด็นที่มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ดังนั้น คำตอบโต้ของฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ว่าถูกกลั่นแกล้งก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะ ป.ป.ช. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และอนุกรรมการปิดบัญชีจำนำข้าว ของกระทรวงการคลัง สนช.และอัยการสูงสุด ต่างมีข้อยุติที่ตรงกันว่า โครงการนี้เป็นมหกรรมทุจริตเกิดผลสะเทือนทางลบต่อประเทศไทยไปอีกยาวนาน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่องค์กรเหล่านี้จะสมคบคิดกันกลั่นแกล้งคนคนหนึ่งอย่างไร้หลักฐานไร้เหตุผลรองรับ @ ป.ป.ช.ขู่"ปู"หนีเจอหมายจับ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงขั้นตอนการประสานงานกับอัยการสูงสุด (อสส.) ในการนำตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องฐานทุจริตต่อหน้าที่ในโครงการจำนำข้าว ว่า ต้องรอ อสส.ร่างสำนวนคำฟ้องคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ทราบว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เมื่อ อสส.ร่างสำนวนเสร็จแล้ว จะประสานงานมา ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช.ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ถูกฟ้องทราบ เพื่อให้เดินทางไปรายงานตัวต่ออัยการสูงสุดในวันที่จะส่งฟ้องคดี "หากผู้ถูกฟ้องไม่ไปรายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนด อสส.จะประสานมายัง ป.ป.ช.อีกครั้ง เพื่อให้ดำเนินการนำตัวให้ได้มาในการส่งฟ้อง ซึ่ง ป.ป.ช.อาจจะติดต่อไปยังผู้ถูกฟ้องโดยตรง หรือหากพบว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จะประสานงานกับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการออกหมายจับ แต่เชื่อว่า ผู้ถูกฟ้องพร้อมที่จะสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม" นายสรรเสริญกล่าว @ แจ้งข้อหาส.ส.เสียบบัตรแทน นายสรรเสริญ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้องค์คณะไต่สวนสำนวนคดีอาญากรณีอดีต ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ได้รวบรวมหลักฐานเสร็จในเบื้องต้นแล้ว จะสรุปข้อเท็จจริงเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่อดีต ส.ส.ที่มีความผิดในการเสียบบัตรแทนกัน ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการเสียบบัตรแทนกัน "จะพิจารณาไปถึงอดีต ส.ส.บางส่วนที่อยู่ในคลิปเหตุการณ์ที่เสียบบัตรแทนกันว่า มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรแทนกันด้วยหรือไม่ ถือเป็นความผิดเฉพาะตัว ไม่สามารถเหมารวมเอาผิดอดีต ส.ส.ทั้งสภาได้" นายสรรเสริญกล่าว @ มั่นใจหลักฐานมัดผิด 38 ส.ว. นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะได้รับมอบหมายจาก ป.ป.ช.ให้เป็นตัวแทนไปแถลงเปิดคดีอดีต 38 ส.ว. แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบต่อที่ประชุม สนช.ในเดือนกุมภาพันธ์ กล่าวถึง การพิจารณาคดีถอดถอนอดีต 38 ส.ว. ว่า ไม่สามารถนำผลการลงมติการไม่ถอดถอนคดีถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. มาเทียบเป็นบรรทัดฐานในคดี 38 อดีต ส.ว.ได้เพราะไม่มีความผิดเหมือนกัน "แม้ว่ามีฐานความผิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันก็ตาม เพราะการกระทำความผิดของอดีต 38 ส.ว. มีพฤติการณ์ในการกระทำผิดที่แตกต่างกันไป ดังนั้นผลการลงมติในคดีนี้อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกับคดีนายนิคมหรือนายสมศักดิ์ก็ได้" นายวิชัยกล่าว @ ชี้เทียบคดี"นิคม-ขุนค้อน"ไม่ได้ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.มั่นใจในข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนคดี 38 อดีต ส.ว.ที่ส่งไปให้ สนช.พิจารณาถอดถอน แต่จะเอาผิดได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ สนช. อย่างไรก็ตาม คดีนายนิคมและนายสมศักดิ์ กับคดีอดีต 38 ส.ว.มีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน เพราะคดีนายนิคมและนายสมศักดิ์เป็นเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานที่ประชุม "แต่คดีอดีต 38 ส.ว.เป็นเรื่องการลงมติ ซึ่งใน 38 คน มีพฤติการณ์กระทำผิดแตกต่างกันไป ไม่เหมือนกันทุกคน เช่น บางคนเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว บางคนไปลงมติโหวตในมาตราที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ให้อดีต ส.ว.ลงสมัครเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องเว้นวรรค หรือบางคนทั้งเข้าชื่อเสนอกฎหมายและลงมติในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย ดังนั้น ฐานความผิดทั้ง 38 คนจึงไม่เหมือนกัน จึงขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.จะมีมติอย่างไร" นายปานเทพกล่าว @ กกต.ปัดเป็นดาบสองเอาผิด"ปู" นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคัดค้านการเลือกตั้งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก กรณีใช้บุคลากรและทรัพยากรของรัฐไปเดินสายตรวจราชการในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 (ทัวร์นกขมิ้น) ว่าสำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ยังไม่ทราบรายละเอียดของสำนวนว่าคืบหน้าไปอย่างไรและไม่รู้ว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมตามที่มีข่าวระบุออกมาหรือไม่ "เนื่องจากต้องพิจารณาด้วยความรอบ คอบมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการทำงาน กกต.จะไม่พิจารณาไปตามกระแสสังคมเด็ดขาด การที่มองว่า กกต.จะเป็นดาบที่สองในการเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อจาก สนช. ไม่เป็นความจริง ทุกสำนวนทุกคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของ กกต.จะพิจารณาด้วยความรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หากไม่ผิดก็คือไม่ผิด จะไม่กลั่นแกล้งแน่นอน" นายศุภชัยกล่าว @ ยังไม่เคาะเลือกตั้งสูญ3พันล. นายศุภชัย กล่าวถึงความคืบหน้าการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 3,000 ล้านบาทจากบุคคลที่ทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะ ว่า ทางคณะทำงานด้านกฎหมายได้ขอเลื่อนการส่งข้อมูลให้ กกต.พิจารณาออกไปก่อน เนื่องจากยังรวบรวมพยานหลักฐานไม่แล้วเสร็จ จึงต้องการกลับไปรวบรวมเอกสารและหลักฐานให้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ กรณีดังกล่าวจำเป็นต้องค่อยๆ ดำเนินการและต้องพิจารณาให้รอบคอบมากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับคนหลายฝ่าย จะพิจารณาเมื่อใดนั้นคงขึ้นอยู่กับคณะทำงานฯว่าจะรวบรวมข้อมูลได้แล้วเสร็จเมื่อใด @ "ดิเรก"ตัวแทน38ส.ว.แถลงเปิดคดี นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช. ในฐานะ 1 ใน 38 อดีต ส.ว.ที่ถูกยื่นถอดถอนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีในการแถลงเปิดคดีวันที่ 25 กุมภาพันธ์ว่า อดีต ส.ว.ทุกคนคงจะมอบให้ตนเป็นผู้แถลงเปิดคดีชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อที่ประชุม สนช. ซึ่งตนจะชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด "ขอยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาดำเนินการแก้ไขได้ อีกทั้งการลงมติตามในมาตราใดๆ ยังได้รับเอกสิทธิคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอีก จึงมั่นใจว่า ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นการทำตามหน้าที่" นายดิเรกกล่าว @ พท.ยัน"ปู"ไม่หนีพร้อมสู้คดี นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป รัฐบาล) กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกถอดถอน พรรคเพื่อไทยจะอยู่นิ่ง ไม่ปลุกระดม ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย อยากให้บ้านเมืองสงบ เรารู้ตั้งแต่ต้นว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ กระบวนการยุติธรรมเสียหายหมด ใครทำผิด ถูก รู้อยู่แก่ใจ คิดว่าผลกรรมจะตอบสนองเอง กฎหมายไม่เป็นกฎหมายบ้านเมืองมันไปไม่ได้ "เชื่อมั่นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่หนีออกนอกประเทศแน่นอนเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่าจะสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่" นายอำนวยกล่าว และว่า สมควรอย่างยิ่งที่ต้องมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม หากพูดว่าปรองดอง แต่ไม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม มันก็ไม่ปรองดอง ต้องทำควบคู่กันไป อยากฝากให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ดูเรื่องนี้ด้วย นายอำนวยกล่าวว่า พท.รู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้มาก เพราะกระบวนการยุติธรรมดูเร่งรีบ รวบรัด ตัดตอน ขาดความรอบคอบในการพิจารณาตัวบทกฎหมาย ทั้งที่ประเทศอยู่ในความสงบ ให้ความร่วมมือทุกอย่าง แต่ท้ายสุดเรื่องจบแบบนี้ พท.เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายมาโดยตลอดและที่นิ่ง เพราะอยากให้เป็นประชาธิปไตย กลับไปสู่โหมดการเลือกตั้งโดยเร็ว นี่คือเป้าหมายอยากให้ กมธ.ยกร่างฯเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หากไม่เป็นประชาธิปไตยก็จะยุ่งไปอีก @ จาตุรนต์ชี้หวังกำจัด"ชินวัตร" นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ Chaturon Chaisang ระบุว่า "ที่มาก กว่าการถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ทั้งก่อนและหลังการถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ มีเสียงเรียกร้องจากแม่ทัพนายกองให้ยอมรับการถอดถอน แต่การถอดถอนนี้ขัดหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมอย่างสิ้นเชิงมาตั้งแต่ต้น ใครที่รักความถูกต้องเป็นธรรมคงไม่อาจยอมรับได้ "วัตถุประสงค์สำคัญที่ชัดเจนของการถอดถอนคือ การกำจัดตระกูลชินวัตรให้พ้นไปจากการเมืองและทำลายศักยภาพของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีคนมองอีกมุมหนึ่งว่า กลับทำให้ฝ่ายที่ถูกทำลายล้างได้รับความเห็นใจและพรรคเพื่อไทยจะยิ่งชนะการเลือกตั้งแต่การเมืองไทยจากนี้ไป ไม่ใช่เรื่องที่จะสรุปอะไรง่ายๆ อย่างนั้นเสียแล้ว" นายจาตุรนต์ระบุ และว่า การถอดถอนครั้งนี้เป็นผลจากการรัฐประหารและเป็นไปตามความมุ่งหมายของผู้ทำรัฐประหารและผู้ที่สนับสนุนให้เกิดการรัฐประหาร ไม่มีการรัฐประหารก็ไม่มีการถอดถอนแบบนี้ @ ซัดคสช.พูดปรองดองแค่อ้าง นายจาตุรนต์ระบุอีกว่า การถอดถอนครั้งนี้แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้เหตุผลว่าจำเป็นจะต้องเข้ายึดอำนาจเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม และต่อมามักพูดถึงการปรองดองอยู่บ่อยๆ นั้นเป็นเพียงข้ออ้าง เอาเข้าจริงมิใช่เช่นนั้นเลย ที่สำคัญกระบวนการต่อเนื่องของการรัฐประหารยังไม่จบแค่นี้ "การถอดถอนอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่จะต้องมีหลักประกันว่า เมื่อยอมให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว อำนาจในการบริหารปกครองประเทศยังต้องอยู่ในมือของคนส่วนน้อยที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชน" นายจาตุรนต์ระบุ @ ชี้ชนชั้นนำทำลายระบอบปชต. นายจาตุรนต์ระบุอีกว่า หากติดตามการนำเสนอแนวความคิดของชนชั้นนำและผู้มีอำนาจทั้งหลายตั้งแต่ก่อนการรัฐประหารมาจนถึงช่วงนี้ พอจะถอดรหัสได้ไม่ยากว่าการสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยดังกล่าวนี้เกิดขึ้นโดย 1.กำจัดตระกูลชินวัตรออกจากการเมืองและลดศักยภาพของพรรคเพื่อไทย 2.ลดอำนาจและบทบาทของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหลาย 3.กำหนดให้คนนอกเป็นนายกฯได้ 4.วุฒิสภาและองค์กรอิสระ หรือองค์กรตรวจสอบที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สามารถกำหนดที่มาและการดำรงอยู่ของรัฐบาลได้ "5.นโยบายในการบริหารประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาวถูกกำหนดไว้หมดแล้วในรัฐธรรมนูญ และแนวทางการปฏิรูปและวิสัยทัศน์ของประเทศ 6.มีกลไกที่คอยกำกับให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องทำตามสิ่งที่กำหนดไว้ และป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ 7.เพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพื่อให้ผู้มีอำนาจสามารถเปลี่ยนรัฐบาลและแก้ไขกติกาได้ โดยไม่ต้องทำรัฐประหารให้เหนื่อยแรง" นายจาตุรนต์กล่าว และว่า นี่คือโรดแมปของการสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นและต้องการให้ดำรงอยู่ไปอีกนาน @ ปลุกผู้รักปชต.ช่วยยับยั้ง นายจาตุรนต์ระบุอีกว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นจะไม่มีความหมายอย่างการเลือกตั้งในอารยประเทศ ฉะนั้น ความคิดหรือความเชื่อที่ว่าปล่อยให้พวกเขาทำไปเถอะ เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ดีเองนั้นใช้ไม่ได้แน่แล้ว แต่การสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนี้ขัดแย้งและสวนทางกับพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย และแตกต่างจากความคาดหวังของประชาชนที่มีประสบการณ์จากพัฒนาการทางการเมืองใน 10-20 กว่าปีมานี้อย่างมาก หากดำเนินต่อไปย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีเกิดเป็นความขัดแย้งและความเสียหายอย่างมากสำหรับสังคมไทย "ผู้รักประชาธิปไตยและผู้ที่ต้องการให้บ้านเมืองพัฒนาไปโดยไม่ติดหล่มแห่งความขัดแย้ง จึงจำเป็นต้องช่วยกันระงับยับยั้งกระบวนการสร้างระบบการปกครองที่ล้าหลังและเป็นอันตรายอย่างยิ่งนี้" นายจาตุรนต์ระบุ และว่า การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เพียงแต่เป็นความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นแก่บุคคลหรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก เป็นส่วนหนึ่งของการทำลายประชาธิปไตย การปล้นอำนาจไปจากประชาชนแล้วไม่ยอมคืน และการสร้างระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ต้องการให้คงอยู่อย่างถาวร @ ขอพลังปชช.ช่วยหยุดหายนะ นายจาตุรนต์ระบุว่า ต้องช่วยกันแปรความไม่พอใจ ความอัดอั้นตันใจที่เกิดจากการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นความเข้าใจต่อความเลวร้ายและหายนะที่กำลังเกิดขึ้นกับบ้านเมือง และช่วยกันหาทางป้องกันแก้ไขเท่าที่จะทำได้ "ผมไม่ได้กำลังเสนอให้ใครไปชุมนุมหรือเดินขบวนที่ไหน แต่เสียงของประชาชนก็ยังมีความหมายเสมอ และหากประชาชนเห็นปัญหาร่วมกันมากขึ้นๆ เสียงของประชาชนก็ย่อมมีพลังพอที่จะช่วยกันหยุดยั้งหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ได้ เห็นผู้ที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญและปฏิรูปประเทศเขาบอกว่ายินดีรับฟังความเห็นประชาชนไม่ใช่หรือ?" นายจาตุรนต์ระบุ @ อัดพฤติกรรมสนช.ทำลายปชต. นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ สนช. มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ และอัยการสูงสุด (อสส.) มีมติสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ในคดีอาญา รวมถึง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าทำให้ประชาคมโลกรู้ได้ทันทีว่า องคาพยพที่มีเจตนาไล่ล่าทางการเมืองไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทหารลงมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนอย่างเต็มตัว มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจึงต้องส่งตัวแทนมารับฟังปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในทันที การถอดถอนของ สนช.เป็นการบ่อนทำลายประชาธิปไตย สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ผิดๆ ให้กับสังคม แต่ในขณะนี้ประชาชนอาจทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎอัยการศึก แต่แน่นอนว่ามีการเลือกตั้งเมื่อใด ประชาชนจะเข้าคูหาทำให้เห็นเองว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นอย่างไร "ขอยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวในตอนนี้ แต่ถ้าหากสัญญาที่ คสช.ให้ไว้ว่า โรดแมป ระยะ 3 การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมไม่เกิดขึ้นจริง ในฐานะนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งก็คงต้องไปทวงสัญญาจากชายชาติทหาร" นายสมคิดกล่าว @ ยันส.ส.ไม่มีวันทิ้งพรรค นายสมคิดกล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์และนายนิคมไม่ถูกถอดถอนว่า จะเป็นบรรทัดฐานให้สำนวนถอดถอนของ 38 ส.ว.และ ส.ส.อีกกว่า 200 คนไม่ถูกถอดถอนด้วยเช่นกัน เนื่องจากมองว่านี่คือเกมการเมืองที่จ้องทำลายตระกูลชินวัตรเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การยึดอำนาจ แต่คงจะไม่กล้าเปิดแนวรบกับตัวแทนของประชาชนอีก 200 กว่าคนอย่างแน่นอน เพราะผลกระทบที่ตามมาจะมีมาก "ยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนปี 2552 ที่พรรคพลังประชาชนเจอปัญหาทางการเมือง แล้ว ส.ส.หลายรายหนีออกไปตั้งพรรคใหม่เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง ส.ส.เพื่อไทยทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานจะไม่ทิ้งพรรคอย่างแน่นอน อย่างกลุ่ม ส.ส.อีสานของพวกผมกว่า 20 คน ยังไม่มีใครพูดถึงการลาออกเลย" นายสมคิดกล่าว @ เผยมทภ.1สั่งห้าม"ปู"แถลง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิงห์ทอง บัวชุม คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้เขียนข้อความชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุเหตุผลที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ไปแถลงข่าวที่โรงแรมเอสซีปาร์ค เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมาว่า "อยากจะบอกความลับ ให้รู้ในวันที่ทหาร-ตํารวจเข้าควบคุมพื้นที่โรงแรมเอสซีฯมีนายทหารยศพันโท-ตํารวจยศพันตํารวจเอก ในนาม คสช. มาพบคุยกับผมบอกว่า คสช.ห้ามแถลงข่าว เป็นคําสั่งเด็ดขาดของแม่ทัพภาคที่ 1 ถ้าไม่เชื่อฟัง จะใช้กฎอัยการศึก และในวันรุ่งขึ้นจะให้อดีตนายกฯพร้อมทนายความเข้ารายงานตัวทันที ทําให้ผมต้องออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครับ" @ "จารุพงศ์"ปลุกปชช.ยึดอำนาจคืน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 7 ผ่านทางยูทูบ มีความยาว 21 นาที ระบุว่า ที่ผ่านมามีคนบางกลุ่มใช้อำนาจที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด ร่วมมือกันทำลายกลไกประชาธิปไตยที่มาจากเสียงประชาชนลงอย่างสิ้นเชิง ในการทำรัฐประหารและการตามทำลายล้างคู่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างไม่ละอายต่อบาป และนำอำนาจทั้งหมดมาสร้างผลประโยชน์ให้กลุ่มก้อนของพวกตนอย่างไม่มีจิตสำนึก ทำให้ประเทศชาติเสียหายสะสม จนใกล้จุดต่ำสุดของประวัติศาสตร์ชาติไทย "การถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขัดหลักกฎหมายไทยและกฎหมายสากล พร้อมทั้งมีการยัดเยียดคดีอาญา ดังนั้น ทำให้เห็นชัดแล้วว่าประเทศและประชาชนชาวไทย ถูกครอบงำ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการรัฐประหารมาแล้ว 19 ครั้ง ระยะเวลากว่า 80 ปี เมื่อมีพรรคการเมืองที่ชนะพรรคที่กลุ่มคนเหล่านี้ให้การสนับสนุน ก็จะยุบพรรคตรงข้ามนั้นเสีย ขณะนี้ทราบว่ามีความพยายามยุบพรรคเพื่อไทยอย่างแยบยล" นายจารุพงศ์กล่าว นายจารุพงศ์กล่าวว่า ประเทศกำลังตกอยู่ในความมืดมิด คนยากจน ชาวนา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานจะยิ่งยากจนลง และไม่มีปากเสียง ไม่สามารถปริปากพูดอะไรได้เพราะมีกฎอัยการศึก จึงใช้โอกาสทำลายโครงสร้างประชาธิปไตย ทำลายความเป็นมนุษย์ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ถึงเวลาแล้วที่จะขอให้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อล้มอำนาจเหล่านี้ให้เด็ดขาด เพื่อปลดปล่อยและยึดคืนอำนาจให้กลับมาเป็นของประชาชน เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ด้วยการกระจายข้อมูลข่าวสารให้ได้มากที่สุด สร้างเครือข่ายประสานงานลับๆ พร้อมทั้งร่วมประสานกับเครือขายเสรีไทย และตนสามารถสร้างเครือข่ายที่กระจายตัวแล้วใน 10 ประเทศทั่วโลก นับวันจะยิ่งแข็งกร้าวในการขับไล่มวลมาร @ พท.ย้ำสู้ตามกระบวนการยุติธรรม นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการกำหนดท่าทีของพรรคเพื่อไทย หลัง สนช.ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย จะรู้สึกถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่จะไม่นำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อจุดไฟความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เวลานี้เป็นเวลาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยต้องแสวงหาความยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรมเท่าที่มี ดังนั้น กระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย จะแถลงข่าวกำหนดท่าทีตามสถานที่ต่างๆ นั้นไม่เป็นความจริงและควรยุติได้แล้ว นายอนุสรณ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวซึ่งแม้จะเจ็บปวด แต่ก็ไม่ควรนำมากำหนดท่าทีใดๆ บรรยากาศประชาธิปไตยที่วังเวงอยู่ขณะนี้ ถูกจับตามองทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ถูกตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่การยืนยันว่าประชาธิปไตยในประเทศไทยตายแล้วจริงหรือ หากฝ่ายผู้มีอำนาจปล่อยให้มีการไล่ล่า ไม่จบสิ้น ระบบนิติธรรมเสื่อมสลาย ความยุติธรรมไม่มี ความสามัคคีก็ไม่เกิด เหตุการณ์อาจจะเกิดซ้ำเหมือนกับปัญหาในบางพื้นที่ของประเทศ ที่แก้ปัญหาไม่จบ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยอยากเห็นประเทศไทยมีความสงบสุขและเดินหน้า ต่อไปได้ ลำพังให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็หนักแล้ว จึงไม่ควรจะมีใครมาเคลื่อนไหวซ้ำเติมปัญหาอีก แต่สำหรับความรู้สึกของประชาชนแต่ละคนนั้นห้ามกันไม่ได้ และหวังว่าเมื่อประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะได้รับความยุติธรรม @ คสช.เผย"ปู"ยังไม่แจ้งไปนอก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ภายหลัง สนช.ถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ยังไม่พบว่ามีการเคลื่อนไหวหรือการแสดงออกใดๆ ที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่เหตุวุ่นวาย แต่มีเพียงการแสดงความคิดเห็นโดยทั่วไปของผู้เห็นต่างเหมือนที่ผ่านมาเท่านั้น ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและข้อกฎหมายเป็นคนละส่วนกับงานปรองดองสมานฉันท์ และเชื่อมั่นว่าไม่มีการชี้นำ สนช.ให้ลงมติ เพราะ สนช.มาจากหลายส่วนและไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับ คสช. "ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้แจ้ง คสช.เพื่อขอเดินทางออกนอกประเทศในช่วงนี้แต่อย่างใด ซึ่งหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือบุคคลที่เคยถูก คสช.ให้เข้ารายงานตัวจะเดินทางออกนอกประเทศก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิมของ คสช.ในการขออนุญาตตามขั้นตอน" พ.อ.วินธัยกล่าว @ ชี้ถอด"ปู"กระทบปรองดองน้อย นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาแนวทางการสร้างความปรองดอง กล่าวว่า การที่ สนช.ลงมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจส่งผลกระทบต่อแนวทางการสร้างความปรองดองบ้างเล็กน้อยแต่ไม่มาก เนื่องจากอารมณ์และความรู้สึกของสังคมไทยไม่ได้เป็นความรู้สึกเดียวกันทั้งหมด เพราะก่อนยึดอำนาจก็แบ่งอารมณ์และความรู้สึกออกเป็นสองฝ่ายอยู่แล้ว พอเกิดเรื่องนี้ก็คงกระทบแต่ละฝ่ายไม่เหมือนกัน "จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจและเร่งเดินหน้ายืนหยัดทำให้เกิดบรรยากาศความปรองดองและรู้รักสามัคคี แต่ต้องคำนึงว่าเรื่องความปรองดองนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำกันระยะยาว และการทำเรื่องสันติภาพไม่ได้แปลว่าจะปราศจากคลื่นลมทุกครั้งไป ดังนั้น เมื่อมีหน้าที่ทำให้เกิดความปรองดอง จะต้องพยายามทำให้ทุกฝ่ายพูดคุยกันให้ได้ตามที่ได้วางแนวทางเอาไว้" นายเอนกกล่าว @ ยกร่างฯ2สัปดาห์คืบ130ม. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาร่างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ภาคที่ 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 2 ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พิจารณาแล้วเสร็จไปเพียง 1 มาตราเท่านั้น สาระสำคัญของหมวดดังกล่าวจะว่าด้วยเรื่องของการถอดถอนออกจาตำแหน่ง การตรวจสอบทรัพย์สินและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ป.ป.ช. และ กกต. เป็นต้น "ทั้งนี้ ภาพรวมของการพิจารณาร่างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา

ครูหยุยโต้-ปาดคอ ไม่ได้เย้ย แค่ตกใจผลถอดปู พิเชษฐติงมาร์ค เชียร์ถอดถอน ทีมสหรัฐถึงไทย ตู่สั่งแจงโรดแม็ป มท.จ่อเด้งผวจ. เซ่นคดีปุ๋ยแพง

วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8825ข่าวสดรายวัน ครูหยุยโต้-ปาดคอ ไม่ได้เย้ย แค่ตกใจผลถอดปูพิเชษฐติงมาร์ค เชียร์ถอดถอน ทีมสหรัฐถึงไทย ตู่สั่งแจงโรดแม็ป มท.จ่อเด้งผวจ. เซ่นคดีปุ๋ยแพง
แจงวุ่น - ภาพเหตุการณ์ "ครูหยุย" นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ แสดงท่าเชือดคอในที่ประชุม สนช. เมื่อทราบผลคะแนนถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล่าสุดเจ้าตัวออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นความสะใจเยาะเย้ย แค่ตกใจผลคะแนน
ผู้แทนสหรัฐมาไทยวันนี้ เข้าพบ"ธนะศักดิ์"และกลุ่มการเมือง 'วีรชน"ยันไม่เกี่ยวเหตุถอดถอน'ปู'เผย'บิ๊กตู่'สั่งกต.ชี้แจงโรดแม็ป โฆษกคสช.ย้ำไม่มีคำสั่งห้ามไปนอก เพื่อไทยซัดมติถอดถอน หวังล้มตระกูลชินวัตร-พท. แต่จะไม่นำมาเป็นชนวนขัดแย้ง พร้อมสู้คดี มั่นใจส.ส.เหนือ กลาง อีสาน ไม่ทิ้งพรรคซ้ำรอยปี"52 น้องชายกมนเกดเหยื่อ 6 ศพวัดปทุมฯ ผวาคดี 99 ศพหลุด หลังสนช.ที่มาจากสรรหาถอดนายกฯจากการเลือกตั้งได้ ปธ.กกต.โต้เร่งคดีเอาผิด'ปู' ปมทัวร์นกขมิ้น ป.ป.ช.เตรียมลงดาบส.ส.เสียบบัตรแทน 'พิเชษฐ'เตือนมาร์ค อย่าลืมอุดมการณ์ปชต. ฉะพวกสอพลอ ทำพรรคเสื่อม มหาดไทยจ่อเด้งผู้ว่าฯเข้ากรุกว่า 10 ตำแหน่ง เซ่นคดีจัดซื้อปุ๋ย-ยาปราบศัตรูพืช-เปิดภัยพิบัติเก๊ หลังสตง.ส่งข้อมูลเอาผิดทางแพ่งในพื้นที่เหนือและอีสาน คสช.โต้-ห้าม'ปู'ไปต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงสถานการณ์หลังสมาชิกสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือการแสดงออกใดๆ ที่มีแนวโน้มจะนำไปสู่เหตุวุ่นวาย มีเพียงการแสดงความคิดเห็นโดยทั่วไปของผู้เห็นต่างเหมือนที่ผ่านมา ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและข้อกฎหมาย เป็นคนละส่วนกับงานปรองดองสมานฉันท์ และเชื่อมั่นว่าไม่มีการชี้นำสนช.ให้ลงมติ เพราะสมาชิก สนช.มาจากหลายส่วน และไม่มีความเชื่อมโยงกับคสช. รวมทั้งเชื่อว่า สนช.พิจารณาลงมติตามเหตุผล ข้อเท็จจริง พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าคสช.สั่งห้ามน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศนั้น ไม่เป็นความจริง ปกติหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือบุคคลที่เคยถูกคสช.ให้เข้ารายงานตัว มีเงื่อนไขอยู่แล้วว่าหากจะเดินทางออกนอกประเทศต้องขออนุญาตคสช.ก่อน แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้มีการ แจ้งมาทางคสช.เพื่อขอเดินทางออกนอกประเทศในช่วงนี้ ย้ำประเมินสถานการณ์ตลอด "การดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมยังเป็นไปตามปกติ มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดูแลสถานการณ์ภายใต้กฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ครอบคลุมทุกด้านและกกล.รส. ประเมินสถานการณ์ตลอดเวลาอยู่แล้ว" โฆษกคสช. กล่าว พ.อ.วินธัยกล่าวว่า ในวันที่ 26 ม.ค. พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ผอ.ศปป.) จะชี้แจงความคืบหน้าการจัดเวทีระดมความคิดเห็นการปฏิรูปภายใต้กลไกของกอ.รมน.สนับสนุนการทำงานของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และการรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ จากทุกภาคส่วนทั่วประเทศเพื่อเสนอต่อคสช.ต่อไป 'บิ๊ก'มะกันเยือนไทยไม่เกี่ยวถอด'ปู' พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค คณะทำงานนายกฯ เปิดเผยถึงการเยือนประเทศไทยของนายแดเนียล รัสเซล ผู้แทนรัฐบาลสหรัฐประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในวันที่ 26 ม.ค.นี้ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาส่งตัวแทนมาเยือนไทย ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญ เป็นแขกพิเศษของไทย หลังจากคสช.เข้ามาควบคุมอำนาจ พล.ต.วีรชน กล่าวอีกว่า นายแดเนียล ยังมีกำหนดเยือนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้อีก 3 ประเทศ ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น ซึ่งการเยือนครั้งนี้เป็นไปตามกำหนดการที่สหรัฐวางไว้ ไม่เกี่ยวกับการที่สนช.มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่ง ให้เว้นวรรค ทางการเมือง 5 ปี ทั้งนี้ ผู้แทนรัฐบาลสหรัฐมีกำหนดการพบกับผู้นำทางการเมืองของไทย และจะเข้าพบพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ในวันที่ 26 ม.ค.นี้ โดยไม่มีกำหนดการเข้าพบนายกฯเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด 'ตู่'สั่งแจงโรดแม็ป-ค้ามนุษย์ พล.ต.วีรชนกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.รับทราบกำหนดการเยือนของผู้แทนรัฐบาลสหรัฐ และมองว่าเป็นโอกาสดีและสำคัญที่รัฐบาลจะชี้แจงแผนงาน และยืนยันถึงความบริสุทธิ์ในการเข้ามาแก้ปัญหาทางการเมืองที่มีความขัดแย้งมานาน พร้อมสั่งการให้พล.อ.ธนะศักดิ์ และกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงถึงการแก้ปัญหาสถานการณ์ในประเทศทุกด้านให้ชัดเจน โดยเฉพาะโรดแม็ปของรัฐบาล รวมถึงชี้แจงผลการปราบปรามการค้ามนุษย์ด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับแขกคนสำคัญนี้ ตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ สำหรับการเยือนไทยของผู้แทนรัฐบาลสหรัฐมีกำหนดเข้าพบกับพล.อ.ธนะศักดิ์ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในวันที่ 26 ม.ค. เวลา 11.00 น. โดยไม่มีกำหนดการเข้าพบกับพล.อ.ประยุทธ์ เป็นการส่วนตัว นอกจากนั้นยังมีกำหนดพบกับผู้นำกลุ่มการเมืองกลุ่มต่างๆ ด้วย อ๋อยซัดถอดปูหวังล้ม'ชินวัตร-พท.' นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ แสดงความเห็นกรณีการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรว่า ก่อนและหลังการถอดถอน มีเสียงเรียกร้องจากแม่ทัพนายกองให้ยอมรับการถอดถอน ซึ่งขัดหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมอย่างสิ้นเชิง ใครที่รักความถูกต้องไม่อาจยอมรับได้ โดยมีวัตถุประสงค์คือกำจัดตระกูลชินวัตรให้พ้นการเมืองและทำลายศักยภาพของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผลจากการรัฐประหารและตามความมุ่งหมายของผู้ทำรัฐประหารและผู้สนับสนุน หากไม่มีรัฐประหารก็ไม่มีการถอดถอนแบบนี้ แต่อีกมุมหนึ่งมองว่าฝ่ายที่ถูกทำลายล้างได้รับความเห็นใจและพรรคเพื่อไทยจะยิ่งชนะเลือกตั้ง นายจาตุรนต์ ระบุว่า การถอดถอนครั้งนี้ ชัดเจนตามที่คสช.ให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องยึดอำนาจเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม และที่พูดถึงการปรองดองอยู่บ่อยครั้ง เป็นเพียงข้ออ้างเพราะเอาเข้าจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น ที่สำคัญ กระบวนการต่อเนื่องของรัฐประหารยังไม่จบแค่นี้ การถอดถอนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่ต้องมีหลักประกันว่าเมื่อยอมให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น อำนาจบริหารปกครองประเทศยังอยู่ในมือของคนส่วนน้อยที่ไม่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชน ชี้เป็นโรดแม็ปครองอำนาจ อดีตรมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า หากติดตามการนำเสนอแนวคิดของชนชั้นนำและผู้มีอำนาจก่อนรัฐประหาร มาถึงช่วงนี้ จะถอดรหัสได้ไม่ยากว่าการสร้างระบบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่เกิดขึ้น มีโรดแม็ปเพื่อให้อยู่ไปอีกนาน โดย 1.กำจัดตระกูลชินวัตรออกจากการเมืองและลดศักยภาพของพรรคเพื่อไทย 2.ลดอำนาจและบทบาทของพรรค นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง 3.กำหนดให้คนนอกเป็นนายกฯได้ 4.วุฒิสภาและองค์กรอิสระ หรือองค์กรตรวจสอบที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง สามารถกำหนดที่มาและการดำรงอยู่ของรัฐบาลได้ 5.นโยบายบริหารประเทศ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวถูกกำหนดไว้หมดแล้วในรัฐธรรมนูญ แนวทางการปฏิรูปและวิสัยทัศน์ของประเทศ 6.มีกลไกคอยกำกับให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องทำตามสิ่งที่กำหนดไว้และป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ 7.เพิ่มอำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพื่อให้ผู้มีอำนาจสามารถเปลี่ยนรัฐบาลและแก้ไขกติกาได้ โดยไม่ต้องทำรัฐประหารให้เหนื่อยแรง ฉะนั้น ความคิดหรือความเชื่อที่ว่าปล่อยให้พวกเขาทำไป เลือกตั้งเมื่อใดก็ดีเองนั้นใช้ไม่ได้แน่นอน หากยังดำเนินต่อไป เป็นไปได้สูงที่จะเกิดความขัดแย้งและความเสียหายอย่างมากสำหรับสังคมไทย ปลุกผู้รักปชต.ช่วยหยุดยั้ง นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ผู้รักประชาธิปไตยและผู้ที่ต้องการให้บ้านเมืองพัฒนาโดยไม่ติดหล่มแห่งความขัดแย้ง ต้องช่วยกันระงับยับยั้งกระบวนการสร้างระบบการปกครองที่ล้าหลังและเป็นอันตรายอย่างยิ่งนี้ ซึ่งการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่แค่ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับบุคคลหรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับประชาชนอีกจำนวนมาก เป็นส่วนหนึ่งของการทำลายประชาธิปไตย การปล้นอำนาจไปจากประชาชนแล้วไม่ยอมคืน และการสร้างระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยที่ต้องการให้คงอยู่อย่างถาวร เราต้องช่วยกันแปรความไม่พอใจ ความอัดอั้นตันใจที่เกิดจากการถอดถอนนี้ ให้เข้าใจต่อความเลวร้ายและหายนะที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง และช่วยกันหาทางป้องกันแก้ไขเท่าที่จะทำได้ "ผมไม่ได้เสนอให้ใครไปชุมนุมหรือเดินขบวน แต่เสียงของประชาชนยังมีความหมายเสมอ หากเห็นปัญหาร่วมกันมากขึ้นๆ เสียงของประชาชนย่อมมีพลังพอจะช่วยกันหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดขึ้นนี้ได้ ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญและปฏิรูปประเทศเขาบอกว่ายินดีรับฟังความเห็นประชาชนไม่ใช่หรือ" นายจาตุรนต์กล่าว ยันไม่นำปมถอดถอนจุดไฟขัดแย้ง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่จะไม่นำเรื่องการถูกถอดถอนมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวเพื่อจุดไฟความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอีก ช่วงนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย ต้องแสวงหาความยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเองผ่านการต่อสู้ตามกระบวน การยุติธรรม นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทย จะแถลงข่าวถึงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อแสดงท่าทีต่อเรื่องดังกล่าวนั้น ไม่เป็นความจริง บรรยากาศเรื่องประชาธิปไตยในขณะนี้ถูกจับตามองทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเกิดคำถามว่าประชาธิปไตยในไทยตายแล้วจริงหรือ ดังนั้นหากฝ่ายผู้มีอำนาจปล่อยให้มีการไล่ล่า ไม่จบสิ้น ไม่มีระบบนิติธรรม ไม่มีความยุติธรรม ความสามัคคีก็ไม่เกิดและเหตุการณ์อาจเหมือนกับปัญหาในบางพื้นที่ของประเทศที่แก้ปัญหาไม่จบ ลั่นรอเวลาแสดงออกในคูหาลต. "น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย อยากเห็นประเทศไทยมีความสงบสุขและเดินหน้าต่อไปได้ ลำพังให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็หนักแล้ว จึงไม่ควรมีใครมาเคลื่อนไหวซ้ำเติมปัญหาของประเทศ ส่วนความรู้สึกแต่ละบุคคลคงห้ามกันไม่ได้ และหวังว่าเมื่อประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยจะได้รับความยุติธรรม เราอยากเห็นประชา ธิปไตยกลับมาสู่ประเทศไทยโดยเร็ว และประชาชนเฝ้ามองปรากฏการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ไม่จำเป็นต้องมีใครไปขับเคลื่อน ประชาชนไปไกลมากแล้ว ทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ต้องเก็บไว้ในใจเพื่อรอเวลาแสดงออกในคูหาเลือกตั้งอย่างเต็มที่" นายอนุสรณ์กล่าว มั่นใจ'ปู'ไม่เผ่นนอก นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะอยู่นิ่ง ไม่ปลุกระดม ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย อยากให้บ้านเมืองสงบ เรารู้ตั้งแต่ต้นว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ กระบวน การยุติธรรมเสียหายหมด ใครทำผิด ถูก รู้อยู่แก่ใจ คิดว่าผลกรรมจะตอบสนองเอง กฎหมายไม่เป็นกฎหมายบ้านเมืองมันไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่หนีออกนอกประเทศเพราะยืนยันว่าจะสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ มองว่าสมควรอย่างยิ่งที่ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม หากพูดว่าปรองดองแต่ไม่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม มันก็ไม่ปรองดอง ต้องทำควบคู่กันไป อยากฝากให้คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ดูเรื่องนี้ด้วย "เราเสียใจกับเรื่องถอดถอนมาก เพราะกระบวนการยุติธรรมดูเร่งรีบ รวบรัด ตัดตอน ขาดความรอบคอบในการพิจารณาตัวบทกฎหมาย ทั้งที่เราอยู่ในความสงบ ให้ความร่วมมือทุกอย่าง แต่ท้ายสุดเรื่องก็จบแบบนี้ เราเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายมาตลอดและที่เรานิ่ง เพราะอยากให้เป็นประชาธิปไตย กลับไปสู่โหมดการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงอยากให้กมธ.ยกร่างฯ เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หากไม่เป็นประชา ธิปไตยก็จะยุ่งไปอีก" นายอำนวยกล่าว ลั่นพท.-นปช.ไม่ก่อเหตุป่วน นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ของป.ป.ช.และการแถลงสั่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ คดีอาญาในโครงการรับจำนำข้าว ทำให้ประชาคมโลกรู้ทันทีว่าองคาพยพที่มีเจตนาไล่ล่าทางการเมืองไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทหารลงมาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนอย่างเต็มตัว มหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จึงส่งตัวแทนมารับฟังปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในทันที นายสมคิด กล่าวว่า การถอดถอนของ สนช.ถือเป็นการบ่อนทำลายประชาธิปไตย สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่ผิดให้กับสังคม ขณะนี้ประชาชนยังคงทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก แต่มีการเลือกตั้งเมื่อไร ประชาชนจะเข้าคูหาทำให้เห็นว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นอย่างไร ยืนยันว่าพรรคและกลุ่ม นปช.จะไม่เคลื่อนไหว เพราะจะกลายเป็นตัวป่วนขาดความชอบธรรม แต่จะรอสัญญาตามโรดแม็ปที่คสช.ให้ไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือนต.ค. 2558 เรารอได้ แต่ถ้า คสช.ไม่ทำตามสัญญา เราจะต้องทวงถามสัญญาจากชายชาติทหาร ยันอดีตส.ส.ไม่ทิ้งพรรคแน่ นายสมคิด กล่าวว่า จากกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ไม่ถูกถอดถอนนั้น เชื่อว่าจะเป็นบรรทัด ฐานให้สำนวนถอดถอนของ 38 ส.ว. และส.ส.อีกว่า 200 คน ไม่ถูกถอดถอนด้วยเช่นกัน เนื่องจากมองว่านี่คือเกมการเมืองที่จ้องทำลายตระกูลชินวัตรเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การยึดอำนาจ แต่คงไม่กล้าเปิดแนวรบกับตัวแทนประชาชนอีก 200 กว่าคน เพราะผลกระทบที่ตามมาจะมีมาก "ยืนยันจะไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนปี 2552 ที่พรรคพลังประชาชนเจอปัญหาทางการเมือง แล้วส.ส.หลายรายหนีไปตั้งพรรคใหม่เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน จะไม่ทิ้งพรรคอย่างแน่นอน กลุ่มส.ส.อีสานของพวกผมกว่า 20 คน วันนี้ก็ยังไม่มีใครพูดถึงการลาออกเลย" อดีตส.ส. อุบลฯ กล่าว ซัดป.ป.ช.ชี้นำศาลออกหมายจับ นายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.นครพนม และแกนนำส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเลขาธิการป.ป.ช.ระบุจะขอออกหมายจับหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ไปรายงานตัวต่ออสส.ในวันส่งฟ้องคดีอาญาโครงการจำนำข้าวว่า เชื่อมั่นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมต่อสู้คดีตามที่ได้แถลงต่อสังคมว่าจะยืนหยัดสู้ตามกระบวน การในระบอบประชาธิปไตย และที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นว่าไม่มีท่าทีหลบหนี มีการแจ้งขออนุญาตคสช.เดินทางออกนอกประเทศอย่างถูกต้อง ส่วนประเด็นทางกฎหมายควรปล่อยตามขั้นตอนกระบวน การ ให้ศาลใช้ดุลพินิจ ไม่ควรมีการชี้นำใดๆ "การขู่ออกหมายจับเพื่อทำให้สมเจตนาและเหตุผลของการยึดอำนาจ ผมไม่แปลกใจเพราะบทบาทแต่ละคนถูกกำหนดให้แสดงออกแตกต่างกันไป สุดท้ายก็เป็นกลุ่มเดียวกันที่มีจุดประสงค์ขับไล่กลุ่มการเมือง แต่ขอให้คำนึงถึงประเทศชาติด้วยว่าจะเกิดความเสียหายอย่างไรต่อไป" นายไพจิตกล่าวและว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีตนายกฯ ชาวบ้านและสังคมโลกดูอยู่และพิจารณาได้เองว่าใครเป็นอย่างไร เพียงแต่เขาไม่เคลื่อนไหวในช่วงนี้ เชื่อว่าในใจของชาวบ้านรอเวลาแสดงออกเพื่อให้เกิดประชา ธิปไตยและความเป็นธรรม ซึ่งสมาชิกพรรคได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ระวังการเคลื่อนไหว อย่าฝ่าฝืนกฎหมาย ญาติ 99 ศพชี้ถอด'ปู'ซ้ำเติมขัดแย้ง นายณัฐภัทร อัคฮาด น้องชายของน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมที่วัดปทุมฯ เมื่อปี 2553 กล่าวถึงการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ส่วนตัวเห็นว่า นี่เป็น การเล่นเกมการเมืองของคณะรัฐประหารที่ใช้อำนาจผ่านสนช.ถอดถอนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งไม่เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย หากคนที่ถูกถอดถอนเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ ตนก็เห็นใจเช่นกัน เพราะตนยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ตัวบุคคล ซึ่งการถอดถอนดังกล่าวจะยิ่งส่งผลให้การปรองดองแทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ซ้ำเติมให้บรรยากาศการเมืองแย่ลง ส่งผลให้ความขัดแย้งยิ่งร้าวลึก "ผมกังวลว่าเมื่อให้สภาที่มาจากการสรรหาถอดถอนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งได้ คดีวีรชน 99 ศพ ที่หลายสิบคดี ศาลไต่สวนและชี้ชัดแล้วว่ากระสุนมาจากฝั่งทหาร จะหลุดทั้งหมด ความเป็นธรรมจะไม่เกิดขึ้น เหมือนที่ ป.ป.ช.ใช้เวลาเพียง 1 ปี 6 เดือน ชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่คดีเสียชีวิตของวีรชนปี 2553 จะครบรอบ 5 ปี ในเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ ยังไม่ถึงไหน ในเร็วๆ นี้ผมจะไปยื่นขอความเป็น ธรรมกับป.ป.ช. ต่อกรณี 99 ศพด้วย เพื่อให้หลักนิติธรรมปรากฏ พิสูจน์ว่ามี 2 มาตรฐานหรือไม่" นายณัฐภัทรกล่าว เผยสปช.รับช่วยนักโทษการเมือง นายณัฐภัทร กล่าวว่า ตั้งแต่การสลายการชุมนุมปี 2553 เป็นต้นมา สะท้อนชัดเจนว่ากองทัพคือ 1 ในคู่ขัดแย้งกับประชาชน จึงอยากให้กองทัพยอมรับในส่วนนี้ เพื่ออย่างน้อยให้เป็นการเยียวยาทางจิตใจของประชาชนว่าทหารก็รู้ตัว ส่วนความผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ให้ต่อสู้กันตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป นายณัฐภัทรกล่าวว่า จากที่แม่ของตนเข้าร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการปรองดองของ สปช. เบื้องต้นมีการรับปากแล้วว่าจะช่วยเหลือให้นักโทษทางการเมืองทุกคนทุกสีเสื้อที่ยังอยู่ในเรือนจำได้รับการประกันตัวตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรมี แล้วให้สู้กันตามกระบวนการยุติธรรม ภายในเดือน เม.ย.นี้ แต่กรณีนี้ยังไม่รวมถึงนักโทษการเมืองที่ต้องคดี 112 เพราะสปช.ขอนำประเด็นนี้ไปหารือที่ประชุมใหญ่อีกครั้งว่าจะเห็นเป็นอย่างไร 'ครูหยุย'พัลวันเหตุทำท่าเชือดคอ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสนช. กล่าวถึงการที่มีภาพหลุดในโซเชี่ยลมีเดียจนถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากกรณีทำท่าเชือดที่คอหลังจากสนช.มีมติ ถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ว่า ตนยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเยาะเย้ยหรือถากถางใคร ขอชี้แจงว่าท่าทีที่ออกไป อาจเป็นเพราะความประหลาดใจ หลังจากมติออกมา 190 ต่อ 18 เสียงถือว่าเยอะมาก เนื่องจากเท่าที่ตนติตามข่าวและประเมินเสียง คาดการณ์ว่าเสียงถอดถอนน่าจะอยู่ที่ 135 เสียง ขนาดมีข่าวว่าเสียงออกมาจะถึง 150 เสียง ตนยังไม่เชื่อเลย จึงเป็นอาการแปลกใจ "แม้ภาพลักษณ์ของผมก่อนหน้านี้ที่เคยขึ้นเวที กปปส.มาก่อน ก็ถูกมองว่า เป็นฝ่ายตรงข้ามกันแล้ว ทั้งที่เรื่องนี้วิปสนช.มีมติให้ผมเป็นกรรมการซักถามคดีคุณยิ่งลักษณ์ ผมก็ปฏิเสธแล้ว ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอย่างนั้น ยืนยันว่าไม่ได้เยาะเย้ยถากถางหรือสะใจใครทั้งนั้น แต่ถ้ามีคนเข้าใจผิด ผมต้องขออภัยจริงๆ ผมไม่ได้มีเจตนาทำให้เกิดการวิจารณ์ในเรื่องของจริยธรรมอะไรเลย" นายวัลลภกล่าว กกต.ปัดฟันดาบสอง-ทัวร์นกขมิ้น นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าสำนวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯและพวก กรณีลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน (ทัวร์นกขมิ้น) โดยใช้ทรัพยากรของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐไปหาเสียงระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน กกต. ซึ่งตนยังไม่เห็นสำนวน ส่วนจะพิจารณาเสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค. นี้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอนุกรรมการ ซึ่งกกต.ไม่สามารถก้าวก่ายการทำงานได้ "ยืนยันว่ากกต.จะไม่พิจารณาตามกระแสสังคมเด็ดขาด การที่มองว่ากกต.จะเป็นดาบที่สองเอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อจากสนช.นั้น ไม่เป็นความจริง ทุกสำนวนทุกคดี กกต.พิจารณาด้วยความรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หากไม่ผิดก็คือไม่ผิด เราจะไม่กลั่นแกล้งแน่นอน" นายศุภชัยกล่าว ป.ป.ช.ขู่งัดหมายจับ'ปู'หากหนีคดี นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงขั้นตอนการประสานงานกับอัยการสูงสุด(อสส.) นำตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ต้องรออสส.ร่างสำนวนคำฟ้องคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งทราบว่าจะใช้เวลา 1 เดือน เมื่ออสส.ร่างสำนวนเสร็จแล้ว จะประสานป.ป.ช.เพื่อให้ป.ป.ช.ทำหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องทราบ เพื่อให้ไปรายงานตัวต่ออสส.ในวันที่จะส่งฟ้องคดี หากผู้ถูกฟ้องไม่ไปรายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนด อสส.จะประสานป.ป.ช.อีกครั้ง เพื่อให้นำตัวมาให้ได้ในการส่งฟ้อง ซึ่งป.ป.ช.อาจติดต่อไปยังผู้ถูกฟ้องโดยตรง หรือหากพบว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จะประสานกับพนักงานสอบสวน เพื่อออกหมายจับต่อไป แต่เชื่อว่าผู้ถูกฟ้องพร้อมสู้คดีในกระบวน การยุติธรรม จ่อแจ้งข้อกล่าวหาเสียบบัตรแทน นายสรรเสริญ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ องค์คณะไต่สวนสำนวนคดีอาญากรณีอดีตส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ได้รวบรวมหลักฐานเสร็จแล้ว จะสรุปข้อเท็จจริงเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่อดีตส.ส.ที่มีความผิดในการเสียบบัตรแทนกัน ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการเสียบบัตรแทนกัน นอกจากนี้จะพิจารณาถึงอดีตส.ส.บางส่วนที่อยู่ในคลิปเหตุการณ์ที่เสียบบัตรแทนกันว่า มีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความผิดเฉพาะตัว ไม่สามารถเหมารวมเอาผิดอดีตส.ส.ทั้งสภาได้ นายสรรเสริญ กล่าวถึงการแสวงหาข้อเท็จจริง กรณีสำนักนายกรัฐมนตรีจัดซื้อไมโครโฟนราคา 1.4 แสนบาท ติดตั้งห้องประชุมครม.ว่า เจ้าหน้าที่จะสรุปข้อมูลเบื้องต้นและเสนอเรื่องให้ที่ประชุมพิจารณาแล้ว ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า ข้อมูลยังไม่ละเอียดมากพอ จึงให้ไปปรับสำนวนใหม่ให้ละเอียดกว่าเดิม เพราะยังมีข้อมูลบางอย่างที่คลุมเครือ ตีโจทย์ไม่แตก จึงให้ไปปรับสำนวนใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุป เร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรณีสำนักนายกฯ จัดซื้อไมโครโฟนติดตั้งห้องประชุมครม.มูลค่า 1.4 แสนบาท ซึ่งมองว่ามีราคาที่แพงเกินจริง ชี้คดีอดีต 38 ส.ว.ไม่เหมือนคดี'นิคม' นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าทีมนำคณะไปแถลงเปิดคดีอดีต 38 ส.ว.แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบต่อที่ประชุมสนช. ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ กล่าวว่า ไม่สามารถนำผลการลงมติไม่ถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา มาเทียบเป็นบรรทัดฐานในคดี 38 อดีตส.ว.ได้ว่าจะไม่มีความผิดเหมือนกัน แม้มีฐานความผิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมือนกันก็ตาม เพราะอดีต 38 ส.ว. มีพฤติการณ์กระทำผิดที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ผลการลงมติในคดีนี้อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกับคดีนายนิคมหรือนายสมศักดิ์ก็ได้ ด้านนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช. มั่นใจในข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนคดี 38 อดีตส.ว.ที่ส่งให้สนช. แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสนช. ซึ่งคดีนายนิคมและนายสมศักดิ์ กับคดีอดีต 38 ส.ว.มีข้อเท็จจริงต่างกัน เพราะคดีนายนิคมและนายสมศักดิ์ เป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานที่ประชุม แต่คดีอดีต 38 ส.ว.เป็นเรื่องการลงมติ ซึ่งใน 38 คนก็มีพฤติการณ์กระทำผิดแตกต่างกัน เช่น บางคนเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว บางคนลงมติโหวตในมาตราที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนให้อดีตส.ว.ลงสมัครเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องเว้นวรรค หรือบางคนทั้งเข้าชื่อเสนอกฎหมายและลงมติในเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย ดังนั้นฐานความผิดทั้ง 38 คนจึงไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับที่ประชุมสนช.จะมีมติอย่างไร อดีตส.ว.เบาใจ'นิคม-ขุนค้อน'หลุด นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสปช. ในฐานะ 1 ใน 38 อดีตส.ว.ที่ถูกยื่นถอดถอนว่า แนวทางการต่อสู้คดีในการแถลงเปิดคดีวันที่ 25 ก.พ.นั้น อดีตส.ว.ทุกคนคงจะมอบให้ตน เป็นผู้แถลงเปิดคดีชี้แจงต่อที่ประชุมสนช.ในวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งจะชี้แจงไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ขอยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาแก้ไขได้ อีกทั้งการลงมติตามในมาตราใดๆ ยังได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอีก จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหา ทุกอย่างทำตามหน้าที่ ส่วนที่สนช.มีมติไม่ถอดถอนนายนิคม และนายสมศักดิ์นั้น ทำให้อดีต 38 ส.ว.สบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีตส.ว.อุทัยธานี 1 ใน 38 ส.ว. ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลถอดถอน กล่าวว่า จากการลงมติถอดถอนของ สนช. ทำให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจสูงสุดต้องการจัดสมดุลคู่ขัดแย้งทางการเมือง ด้วยการมีผล ออกมาทั้งให้ถอดถอนและไม่ถอดถอนซึ่งในสำนวนถอดถอนนายนิคม และนาย สมศักดิ์ ที่สนช.มีมติไม่ถอดถอนนั้น มีส่วนที่เหมือนกับสำนวนของ 38 ส.ว. คือรัฐ ธรรมนูญ ปี 2550 สิ้นสุดไปแล้ว แต่มีส่วนที่แตกต่างคือสำนวนของ 38 ส.ว.นั้นเบากว่า 2 อดีตประธาน เนื่องจากเป็นเรื่องอุดมการณ์ที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีเจตนากระทำผิดอย่างร้ายแรง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเมื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้ว พวกตนต้องได้รับเสียงไว้วางใจจากประชาชนก่อนอยู่ดี จึงเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากสนช. พิเชษฐชี้สอพลอทำปชป.เสื่อม นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส. กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กำลังให้สัมภาษณ์ โดยนายพิเชษฐ เขียนข้อความระบุว่า "ให้สัมภาษณ์เรื่อง สนช. ถอดถอน ส.ส. ส.ว. ผมว่าช่วงนี้ให้สัมภาษณ์น้อยๆ ก็ดี ต้องไม่ลืม พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เราเคยมีอุดมการณ์ต่อสู้เผด็จการทุกรูปแบบ" จากนั้นมีคนเข้ามาแสดงความเห็นต่อท้ายว่า อย่าลืมว่านายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรค ในเมื่อมีคนมาสัมภาษณ์ ก็ต้องตอบ ไม่ได้เป็นใบ้ ในเมื่อเขาถามแบบม้า จะให้ไปตอบเป็ดหรือไง นายพิเชษฐ อคติกับหัวหน้าพรรคเกินไป ไม่พูดก็ว่าพูดก็ว่า เอาไงดี ไม่อย่างนั้นนายชวน หลีกภัย จะเลือกนายอภิสิทธิ์ มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเห็นแล้วว่านายอภิสิทธิ์เหมาะสมที่สุด แล้วเป็นคนรุ่นใหม่ หรือนายพิเชษฐ ว่ามันไม่จริง นายพิเชษฐ ตอบโต้ความคิดเห็นดังกล่าวในทันทีว่า "คุณนั่นแหละเป็นแม่ยกที่สอพลอ จนทำให้คนดีๆ เสียคน พรรคจะหายนะ เพราะคนอย่างพวกคุณเป็นขุยไผ่ ผมไม่จำเป็นต้องไปอคติกับใคร แต่ผมสร้างพรรคนี้มาเหมือนกัน แต่คุณนอกจากคอยสอพลอแล้ว คุณเคยทำประโยชน์อะไรแก่ปชป.บ้าง ปชป.เข้าสู่ยุคเสื่อมเพราะสอพลอ" กมธ.ยกร่างฯเริ่มถกถอดถอน นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาร่างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ในภาคที่ 3 นิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หมวด 2 ว่าด้วยการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พิจารณาแล้วเสร็จไปเพียง 1 มาตราเท่านั้น สาระสำคัญของหมวดดังกล่าวจะว่าด้วยเรื่องการถอดถอนออกจากตำแหน่ง การตรวจสอบทรัพย์สินและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อาทิ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นต้น นายคำนูณ กล่าวว่า ภาพรวมของการพิจารณาร่างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ผ่านมา 2 สัปดาห์ พบว่ากมธ.ยกร่างฯพิจารณาเสร็จไป 130 มาตรา ถือว่าน่าพอใจ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางแผนไว้ว่าจะต้องพิจารณาให้เสร็จเฉลี่ยวันละ 18 มาตรา ดังนั้น จึงเชื่อว่าน่าจะยกร่างเป็นรายมาตราเสร็จทันภายในเวลาที่กำหนดไว้ แต่ถ้ามาตราใดมีสมาชิกกมธ. ยกร่างฯขออภิปรายและแสดงความเห็นกันมาก ก็อาจจะให้แขวนมาตรานั้นไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาพิจารณาในช่วงท้าย เพื่อป้องกันไม่ให้การยกร่างต้องเสียเวลา

จับตาหุ้นเด่นวันนี้26-1-15

จับตาหุ้นเด่นวันนี้ *SOLAR-นสพ.รายงาน พ้นบ่วงเทรดเงินสดวันนี้ ด้านโบรกเกอร์ แนะ "ซื้อ" เป้าไกล 19.50 บาท ฟันธงกำไร Q4/2557 เด่นสุดในรอบปี หลังงานบุ๊กอื้อซ่า แถมส่อแววปันผลหุ้นละ 0.05 บาท ฟากบิ๊ก "ปัทมา วงษ์ถ้วยทอง" ปักธงปี 2558 รายได้โต 30% จากปีก่อน อานิสงส์นโยบายรัฐ หนุนโปรเจ็กต์เรียงคิวเพียบ พร้อมเปิดไลน์ผลิตใหม่ 120 เมกะวัตต์ช่วง Q2 นี้ *TFI-นสพ.รายงาน ซุ่มทำดีลใหญ่ ลั่นภาครัฐเปิดฉากพลังงานทดแทน กุมภาพันธ์-มีนาคมนี้ พร้อมมีเอี่ยวขอใบอนุญาตผุดโรงไฟฟ้า หลังตั้งบริษัทย่อยแล้วแถมศึกษาธุรกิจยาวนานกว่า 2 ปี งัดวิธีขายหุ้นเพิ่มทุน PP 800 ล้านหุ้นให้ฝรั่ง โกยเงิน 2-3 พันล้านบาท ปูทางโรงไฟฟ้า ส่วนปี 2558 ลุ้นพลิกกำไรอัพเกรดแผ่นฟิล์ม ฮุบฐานญี่ปุ่น ยุโรปวงการชี้อาจเห็น 100 เมกะวัตต์ ต้าน 2.50 บาท *AJD-นสพ.รายงาน เล็งปรับโครงสร้างรายได้ เครื่องใช้ไฟฟ้า-บันเทิง-พลังงาน งัดกลยุทธ์ระดมทุนRO-PP-หุ้นกู้ สร้างฐานเร็วๆ นี้ โวปี 2558 กำไรกระโดด บิ๊กบอส "อมร มีมะโน" เตรียมคลอดหนังฟอร์มใหญ่ทำเงิน Q1/2558 พร้อมโกอินเตอร์ไปจีน และประเทศเพื่อนบ้าน แถมผลิตละครและรายการให้ช่องหนุนรายได้สูงปรี๊ด เชื่อ "แฮปปี้ วิชั่น" โกยกำไร 100 ล้านบาท ดันเข้าเทรด mai ปี 2559 นี้ *CSS-นสพ.รายงาน เตรียมสอยงานใหญ่มูลค่า 400-500 ล้านบาท ภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมลุ้นรายได้โทรคมนาคมตุงกระเป๋า รับอานิสงส์ค่ายมือถือเร่งลงทุนโครงข่าย 3จี และ 4จี มั่นใจรายได้รวมปีนี้แตะระดับ 5,000 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ วางแผนลุยโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่นต่อเนื่อง ด้านโบรกเทคนิคส่องราคาหุ้น CSS เริ่มปรับฐาน แต่คาดมีลุ้นรีบาวด์ทดสอบแนวต้าน 7.80 บาท *TKS-นสพ.รายงาน เคาะเป้าปี 2558 รายได้แตะ 1.7 พันล้านบาท อานิสงส์พอร์ตลูกค้าโตต่อเนื่อง แถมจ่อควักงบราว 90 ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักร หวังดันมาร์จิ้นแตะ 25% แถมลุยเจรจาพาร์ตเนอร์ในพม่า คาดชัดเจนช่วงกลางปีนี้ ส่วนดีลเข้าซื้อกิจการขายไลน์ธุรกิจใหม่ เชื่อสรุปได้ไม่เกิน Q2/2558 *PERM-นสพ.รายงาน ปีนี้สดใส คาดผลงานโตโดดเด่นต่อเนื่องจากปีก่อน จ่อรับงานใหม่เพียบ จับตาร่วมทุนพันธมิตรผุดธุรกิจพลังงานทดแทน คาดสรุปได้ในไตรมาส 1/2558 นี้ ด้านผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2558 โต 10% ที่ 6,600 ล้านบาท ทุ่ม 160 ล้านบาท ขยายการผลิตรับออเดอร์ใหม่ โบรกเคาะเป้า 4 บาท *GIFT-นสพ.รายงาน ส่งซิกปี 2558 ผลงานมีลุ้นทำนิวไฮต่อจากปี 2557 หลังธุรกิจเคมีภัณฑ์ยังโต บวกธุรกิจคลอลาเจนหนุน ล่าสุดอยู่ระหว่าง Test Run พร้อมโกยรายได้เข้ามือตั้งแต่ไตรมาส 2/2558 นี้ ดีดลูกคิดฟันรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท ฟากเทคนิคสั่งลุยให้ต้าน 4.60 บาท *TAKUNI-นสพ.รายงาน เปรยแผนงานปี 2558 เน้นรับงานยิลด์สูง พร้อมจ้องดีลงาน ปตท. และศึกษาแผนพลังงานทดแทน ลุ้นโกยงานก่อสร้างใหม่ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ บอสหญิงแกร่ง "นิตา ตรีวีรานุวัฒน์" การันตีผลงานโค้งแรกโตแรง รับอานิสงส์งานก่อสร้าง-ยอดขาย LPG หนุน *DCC-นสพ.รายงาน ตั้งเป้ายอดขายปี 2558 โต 10% จากปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 2 หลักตามยอดขาย หลังเน้นจับตลาดระดับบนที่มีมาร์จิ้นสูงกว่า 50% มากขึ้น เล็งขยายตลาดไปกลุ่มตะวันออกกลางเพิ่ม ขณะที่ตั้งงบลงทุนหลักร้อยล้านบาท ปรับปรุงสาขา โบรกแนะปี 2558 ดีขึ้น กำลังซื้อในต่างจังหวัดหนุน ให้ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท *THANA-นสพ.รายงาน วางหมากปี 2558 ดันรายได้โต 10-15% จากปี 2557 พร้อมเดินเกมทุ่มงบพันล้านบาท ผุดโครงการใหม่ ล่าสุดถือฤกษ์ดี 14 กุมภาพันธ์ 2558 เปิดตัวขายพรีเซลโครงการ "ธนา ฮาบิแทต" หวังปั๊มยอดกระฉูด ส่งซิกสัญญาณซื้อฟื้นตัว พร้อมเล็งหาซื้อที่ดินเพิ่มรองรับโครงการในอนาคต ด้านโบรกสั่งลุย วางพิกัดต้าน 3.80 บาท *KBANK-นสพ.รายงาน เชื่อ ECB ออก QE ไม่กระทบค่าเงินบาท คาด GDP โต 4% รับอานิสงส์โครงการลงทุนภาครัฐ มองกรณีถอดถอน "ยิ่งลักษณ์" ไม่กระทบเศรษฐกิจในประเทศ ล่าสุด KBANK จับมือ SMRJ สนับสนุนเอสเอ็มอีญี่ปุ่นลงทุนไทย *SCC-นสพ.รายงาน ลั่นปี 2558 ผลงานสดใส มั่นใจยอดขายธุรกิจกระดาษพุ่งแรงกว่าปี 2557 ผู้บริหาร "รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส" วางหมากธุรกิจเชิงรุกออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ, ขยายไลน์ผลิตเพิ่มกลุ่มลูกค้า แถมเดินสายเจรจาเทกโอเวอร์บริษัทที่มีศักยภาพในต่างประเทศ เน้นเวียดนาม อินโดนีเซียและพม่า ชูกลยุทธ์ขยายธุรกิจมูลค่าเพิ่ม 40% หวังเพิ่มขีดการแข่งขันเหนือคู่แข่ง *MTLS-นสพ.รายงาน อวด ยอดปล่อยสินเชื่อปี 2557 ทะลุ 1.2 หมื่นล้านบาท คาดปี 2558 แตะ 1.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 30% ผลพวงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ-ค่าครองชีพพุ่ง ชาวบ้านแห่ขอกู้ "ชูชาติ เพ็ชรอำไพ" เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 170 แห่ง พร้อมขอไลเซนส์ "นาโนไฟแนนช์" หลังแบงก์ชาติออกประกาศลงพระราชกิจจานุเบกษาลุยปล่อยกู้เต็มเหนี่ยว *HFT-นสพ.รายงาน หวังธุรกิจปี 2558 แล่นฉิวตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ คาดรายได้เติบโตอย่างต่ำ 10-15% เดินหน้าลุยขยายตลาดอาเซียนต่อเนื่อง พร้อมมองหาโอกาสลุยตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง เล็งรับงาน OEM เพิ่มมากขึ้น ด้านโบรกส่องราคาหุ้น HFT ระยะสั้นมีโอกาสรีบาวด์ทดสอบแนวต้าน 3.90 บาท *WHA-นสพ.รายงาน บอสใหญ่ "นพ.สมยศ อนันตประยูร" เตรียมขึ้นแท่นเบอร์ 1 ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย หลังควบรวม HEMRAJ หวังธุรกิจ-รายได้แข็งแกร่ง ด้านนักวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" ให้เป้าราคา 37.75 บาท เชื่อมูลค่าหุ้นเพิ่มสูง 22-31% หลังเสร็จสิ้นการซื้อกิจการ *CYBER-นสพ.รายงาน มีข่าวดีลุ้นสัปดาห์นี้เซ็นสัญญาลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตกว่า 30 เมกะวัตต์ หลังมีแผนลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก ทั้งพลังงานชีวมวล พลังงานความร้อนและพลังงานแสงอาทิตย์ *JAS-นสพ.รายงาน ผู้ถือหุ้น JAS เตรียมรับเงินปันผลพิเศษ 1-1.50 บาท หลังบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้า JASIF กว่า 27,800 ล้านบาท เชื่อสร้างมูลค่าหุ้นเพิ่มอีก 1.40 บาท กำหนดราคาขาย JASIF ระหว่าง 10-10.50 บาท เปิดจอง 28 ม.ค.-3 ก.พ. 58 พร้อมเข้าเทรด 16 ก.พ. 58 *CHOW-นสพ.รายงาน แย้มปี 58 บันทึกขายไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น 18 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าชงบอร์ดในเดือนก.พ.นี้อนุมัติลุยต่อเฟส 2 ขณะที่เร่งสรุปดีลรับจ้างสร้างโซลาร์ฟาร์มให้พันธมิตรอีก 2 รายในไตรมาส 1/58 เล็งดัน "เชาว์ เอ็นเนอร์ยี่" เข้า mai ปีนี้ *HTECH-นสพ.รายงาน ตั้งเป้ารายได้ปี 58 พุ่ง 10-15% ยันประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น เล็งทุ่มงบลงทุน 50 ล้านบาท ขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เน้นเวียดนาม อินโดนีเซีย และอเมริกา พร้อมปฏิเสธข่าวดีลมีบริษัทอื่นจ้องทำแบ็กดอร์ *STEC-นสพ.รายงาน มีลุ้นรับงานใหม่ในปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท ดันรายได้พุ่งแตะ 2.37 หมื่นล้านบาท ส่วนปี 57 คาดจ่ายปันผลหุ้นละ 0.45 บาท โบรกฯแนะนำ “ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 35.50 บาท *LDC-นสพ.รายงาน ตั้งเป้ารายได้ปี 58 โตขั้นต่ำ 10% ทุ่มงบ 100 ล้านบาท เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 10 แห่งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญ เล็งควบรวมกิจการคลินิกทำฟันในประเทศ หวังเสริมโอกาสเติบโต *GENCO-นสพ.รายงาน ชี้แจงเพิ่มทุน 1,150 ล้านหุ้น เสนอขายพีพี 7 ราย ที่ราคา 2 บาทต่อหุ้น หวังระดมทุน 2,300 ล้านบาท นำไปใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ เป็นเงินลงทุนในการพัฒนาโครงการ รวมถึงเป็นเงินลงทุน-ร่วมทุนในโครงการที่เกี่ยวข้อง *MATCH-นสพ.รายงาน ทุ่มงบ 700 ล้าน เดินหน้าลงทุนสตูดิโอถ่ายภาพยนตร์เต็มสูบ มั่นใจแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกปีหน้า ดันมาร์จินเพิ่ม เตรียมเรียกผู้รับเหมายื่นซองประมูลก่อสร้างเดือนนี้ พร้อมวางเป้ารายได้ปีนี้โต 20-30% จากธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์และตัดต่อภาพยนตร์ *SLC-นสพ.รายงาน วันนี้ (26 ม.ค.) จะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตีความวินิจฉัยการถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) จำนวน 12% ของ SLC ตามประกาศ กสทช.ฉบับล่าสุดวันที่ 21 ม.ค. 2558 ซึ่งการเป็นผู้มีอำนาจควบคุมทั้งทางตรงและทางอ้อมเกินกว่า 25% การถือหุ้นของ SLC จึงไม่อยู่ในข่ายถือหุ้นไขว้หรือครอบงำกิจการ แต่หากใช้ประกาศเก่าที่ยึด 10% ก็จะขอความชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป *กลุ่มอสังหาฯ-นสพ.รายงาน เศรษฐกิจชะลอ-ปัญหาหนี้ครัวเรือน ส่งผลอสังหาฯต่างจังหวัดส่อวิกฤติ ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ระบุเกิดภาวะโอเวอร์ซัพพลายคอนโด หลายจังหวัด "อุดรฯ-ขอนแก่น-เชียงใหม่-ระยอง-พัทยา" พบสัดส่วนซื้อเก็งกำไรสูง วิตกทิ้งดาวน์ ขณะที่ผู้ประกอบการประเมิน "พลาด" เร่งขึ้นโครงการช่วง 2 ปีที่ผ่านมากว่า 1.5 แสนยูนิต พบพฤติกรรมลูกค้าต่างจังหวัด ยังไม่นิยม คอนโดมากพอ ชี้ตลาดยังไร้แรงหนุนลูกค้าต่างชาติ *SAMART/CHO-นสพ.รายงาน อดีตที่ปรึกษา กมธ.ปราบปรามทุจริตฯแฉได้กลิ่นตุโครงการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน มูลค่า 1.3 หมื่น ล.ตั้งข้อสังเกตมีการล็อกสเปก "โลว์ฟอลล์" ไม่เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทย แนะควรซื้อขายแบบจีทูจีจี้รัฐบาลทบทวนโครงการด่วน อ้างเพื่อประโยชน์สูงสุด ปชช.-ไม่มีสภาตรวจสอบ อินโฟเควสท์

ดัชนีเช้าอ่อนลงก่อนแกว่งตัว, ตลาดตปท.ปรับลง-วิตกเลือกตั้งในกรีซ

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าอ่อนลงก่อนแกว่งตัว, ตลาดตปท.ปรับลง-วิตกเลือกตั้งในกรีซ นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะอ่อนตัวลง ก่อนที่จะมีการแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620 จุด เนื่องจากตลาดต่างประเทศต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า โดยตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างปรับตัวลงกันเล็กน้อยเฉลี่ยราว 0.1-0.2% เป็นไปในทิศทางเดียวกับดาวโจนส์ที่ไม่ได้ขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะเป็น profit taking หลังจากที่ตลาดฯได้ขึ้นไปค่อนข้างมากแล้ว ประกอบกับวันนี้ก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งของกรีซที่มีทิศทางว่าฝ่ายค้านอาจจะชนะการเลือกตั้งและอาจจะมีปัญหาได้ ส่วนกลางสัปดาห์ก็รอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)และการประชุมกนง. ซึ่งให้จับตาในเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก นอกจากนี้ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ก็ให้รอดูตัวเลข GDP งวดไตรมาส 4/57 ซึ่งจะประกาศเป็นครั้งแรก ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน - ตลาดหุ้นนิวยอร์คล่าสุด(23 ม.ค.58)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,672.60 จุด ลดลง 141.38 จุด(-0.79%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,757.88 จุด เพิ่มขึ้น 7.48 จุด(+0.16%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,051.82 จุด ลดลง 11.33 จุด(-0.55%) - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ ลดลง 226.04 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 56.74 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ ลดลง 4.50 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 3.62 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ ลดลง 7.83 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ ลดลง 2.14 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ ลดลง 2.59 จุด - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(23 ม.ค.58) 1,598.33 จุด เพิ่มขึ้น 37.99 จุด(+2.43%) - นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3,046.19 ล้านบาท เมื่อวันที่ 23 ม.ค.58 - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน มี.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(23 ม.ค.58) ปิดที่ 45.59 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 72 เซนต์ - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(23 ม.ค.58)ที่ 8.31 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล - เงินบาทเปิด 32.58/60 แนวโน้มแข็งค่า จับตาเงินทุนไหลเข้า - สำนักวิจัยเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่คาด กนง.ตัดสินใจ"คง"ดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% วันพุธนี้ ระบุรอความชัดเจนจาก สศช.ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2557 ช่วง 16 ก.พ.นี้ คาด กนง.ไม่ลดดอกเบี้ย เพื่อดึงค่าเงินบาทอ่อน หวั่นได้ไม่คุ้มเสีย - แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์เตรียมแก้ไขสัญญาเงินกู้และเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ว่าด้วยการค้ำประกันและจดจำนอง ที่จะมีผลในวันที่ 11 ก.พ.นี้ โดยจะมีผลกับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ หลังได้เสนอแก้ไขในประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการปล่อยสินเชื่อ แต่ไม่มีความคืบหน้า และคาดแก้ไขกฎหมายไม่ทันแน่นอน - 'คลัง' เร่งคมนาคมทุ่ม 4 หมื่นล้าน จ้างเกษตรกรและคนจนซ่อม-สร้างถนน ช่วงหน้าแล้งทั่วประเทศ ลุ้น ครม.ไฟเขียวแผนน้ำอีก 2.4 แสนล้าน ช่วยกระตุ้น ศก. - ธปท.เผยหนี้ครัวเรือน 85% ขึ้นไปเป็นจุดอันตราย แจงการก่อหนี้ใหม่ของครัวเรือนไทยเริ่มลดลง รับอาจไปโผล่ผ่านยอด NPL สูงขึ้น แต่ไม่ใช่ระเบิดเวลา เหตุแบงก์เห็นสัญญาณ ระวังปล่อยกู้ หวังเมื่อตัวเร่งหนี้จากโครงการรถยนต์หมดอายุปลายปี 59 และเมื่อเศรษฐกิจกลับดีขึ้นช่วยให้ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนในระบบลดลง ล่าสุดยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนแตะ 10.22 ล้านล้านบาท ทุบสถิติเพิ่มขึ้นแทบทุกเดือน ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนขยับ 84.7% - คลังทบทวนภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้ใหม่ หลังปัจจัยเปลี่ยนแปลงเพียบ ทำใจส่งออกพึ่งยาก *หุ้นเด่นวันนี้ - TOP(ทรีนีตี้)"ซื้อ"เป้า 58.25 บาท ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง แม้บันทึก Stock Loss กว่า 1.1 หมื่นล้านบาท - JAS(ทรีนีตี้)"ซื้อ"เป้า 12.42 บาท JASIF จองซื้อ 28 ม.ค.–3 ก.พ. ราคา 10-10.50 บาท ผู้บริหารมั่นใจขายเกลี้ยง - PS(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"เป้า 42 บาท แม้ Presales ปี 2014 พลาดเป้าไป 9% แต่เชื่อว่าไม่กระทบประมาณการรายได้และกำไรปี 2015 ที่เราคาดโต 15% และ 14% ตามลำดับ จาก Backlog ที่มีอยู่ 2.29 หมื่นล้านบาท รองรับคาดการณ์รายได้ 49% ส่วนที่เหลือจะมาจากโครงการที่อยู่ระหว่างขาย เชื่อว่าจะทำได้ตามเป้ารายได้ของเราที่ 4.76 หมื่นล้านบาท บริษัทมีมุมมองดีขึ้นต่อตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้ จึงวางแผนเปิดโครงการใหม่ 70-75 แห่ง มากกว่าปีก่อนที่เปิด 62 โครงการ ราคาหุ้นปัจจุบันมี PE 10 เท่าใกล้เคียงกลุ่ม ขณะที่กำไรเติบโตสูงกว่าถึง 2 เท่า คาดปันผล 0.85 บาท/หุ้น (yield 2.7%) - BEAUTY(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"เป้า 40 บาท กำไรสุทธิ 4Q14 แนวโน้มสร้างสถิติสูงสุดใหม่ที่ 92 ล้านบาท +13% Q-Q และ 71% Y-Y โตดีที่สุดในกลุ่มค้าปลีก จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นอีก 12% Y-Y และการเปิดสาขาใหม่อีก 10 สาขา ซึ่งทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากการประหยัดต่อขนาด สำหรับปี 2015 BEAUTY มีแผนขยายสาขาอีก 55 สาขาในประเทศ และอีก 10-12 สาขาในเวียดนามซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตได้ดี เราคาดกำไรปีนี้โตสูงถึง 37% และโตต่อเนื่องอีก 25% ในปี 2016 - ADVANC(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)“ทยอยสะสม"เป้า 320 บาท คาดกำไรปกติ 4Q57 จะทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 9,877 ล้านบาท เติบโต +9% yoy และ +12% qoq เนื่องจากรายได้ Non-Voice เติบโตถึง +40% yoy จากจำนวนผู้ใช้บริการ 3G ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การควบคุมต้นทุนยังทำได้ดี พร้อมคาดกำไรสุทธิปี 2558 เติบโต +17.4% yoy เป็น 43,183 ล้านบาท และการประมูล 4G ในปี 2558 จะเป็น Catalyst ให้กับราคาหุ้น และ ADVANC ได้ประโยชน์โดยตรงเนื่องจากคลื่น 900 MHz จะหมดอายุสัมปทานในปี 2558 และผลตอบแทนจากเงินปันผลในเกณฑ์ดี ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงเช้านี้ หลังเอ็กซิทโพลล์ชี้พรรคฝ่ายค้านกรีซมีคะแนนนำ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยการนำของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ร่วงลงเพราะเงินเยนแข็งค่าเทียบยูโร หลังจากเอ็กซิทโพลล์ระบุว่า พรรคไซรีซา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของกรีซ มีคะแนนนำเหนือพรรคนิวเดโมเครซี (ND) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล โดยพรรคไซรีซามีคะแนน 35.8% เหนือพรรค ND ซึ่งได้คะแนนเพียง 28.3% ดัชนี MSCI Asia Pacific Index (MXAP) ร่วงลง 0.4% แตะ 140.59 จุด เมื่อเวลา 9.01 น.ตามเวลาโตเกียว ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 17,285.71 จุด ลดลง 226.04 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 24,907.19 จุด เพิ่มขึ้น 56.74 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,474.56 จุด เพิ่มขึ้น 3.62 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,928.26 จุด ลดลง 7.83 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,409.36 จุด ลดลง 2.14 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,800.49 จุด ลดลง 2.59 จุด ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า หากพรรคไซรีซาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ก็อาจทำให้กรีซมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้และอาจจะต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน เนื่องจากพรรคไซรีซาต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ได้รับการสนับสนุนจากเยอรมนีเพื่อแลกกับการให้ความช่วยเหลือกรีซ ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 36.20 จุด ขานรับอีซีบีใช้มาตรการกระตุ้น ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 เดือนอย่างต่อเนื่องเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะใช้นโยบายที่ส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 36.20 จุด หรือ 0.53% ที่ 6,832.83 จุด และปรับตัวขึ้นทั้งหมด 4.3% ในระหว่างสัปดาห์ หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ให้คำมั่นว่า อีซีบีจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเทศยูโรโซน และขยายโครงการซื้อทรัพย์สิน ซึ่งครอลคลุมไปถึงหลักทรัพย์ของภาคธุรกิจและรัฐบาล หุ้นบีที กรุ๊ป เพิ่มขึ้น 2.4% หลังจากบริษัทฮัทชิสัน แวมพัว เริ่มต้นการเจรจาเพื่อซื้อบริษัท O2 และเทเลโฟนิกา เอสเอ สาขาประเทศอังกฤษ หุ้นแอสโซซิเอทเต็ด บริติช ฟู้ด และเรคคิทท์ เบนไคเซอร์ ต่างก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ทำสถิติเป็นหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดในดัชนี FTSE 100 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับอีซีบีกระตุ้นศก.ขยายตัว ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (23 ม.ค.) ทำสถิติปรับตัวขึ้นในระหว่างสัปดาห์สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2554 ท่ามกลางมุมมองที่เป็นบวกที่ว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.7% ปิดที่ 370.37 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2550 โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 5.1% ในสัปดาห์นี้ หลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีประกาศโครงการซื้อทรัพย์สินในวงเงิน 1.1 ล้านล้านยูโร (1.2 ล้านล้านดอลลาร์) ซึ่งรวมถึงการซื้อหลักทรัพย์ของภาคธุรกิจและรัฐบาล ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,640.69 จุด เพิ่มขึ้น 87.89 จุด หรือ +1.93% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันทำการล่าสุดที่ 6,832.83 จุด เพิ่มขึ้น 36.20 จุด หรือ +0.53% ส่วนดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดวันทำการล่าสุดที่ 10,649.58 จุด เพิ่มขึ้น 213.96 จุด ฟรือ +2.05% นักวิเคราะห์กล่าวว่า การยึดมั่นกับพันธกิจในการผ่อนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของเศรษฐกิจยูโรโซนของนายดรากิจะช่วยให้ภาคธนาคารมีสภาพคล่องและสถานะทางสินเชื่อที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและส่งผลดีต่อตลาดหลักทรัพย์ หุ้นเทเลคอม เอสจีพีเอ เอสเอ ของโปรตุเกสพุ่งขึ้น 11% หลังจากผู้ถือหุ้นของบริษัทอนุมัติการขยายทรัพย์สินของบริษัท Oi SA ในวงเงิน 7.4 พันล้านยูโรให้กับบริษัทอัลติช เอสเอ หุ้นโนโว นอร์ดิสค์ เอ/เอส เพิ่มขึ้น 1.7% หลังจากองค์การเภสัชกรรมของยุโรปแสดงความเห็นที่เป็นบวกเกี่ยวกับการใช้ยา Saxenda ของบริษัทในการลดปริมาณแคลอรีในร่างกาย ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดร่วง 141.38 จุด เหตุวิตกรายได้ภาคธุรกิจ ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) หลังข้อมูลล่าสุดบ่งข้อว่า บริษัทเอกชนมีรายได้ลดลงในไตรมาสที่ 4 หลังจากที่ดัชนีพุ่งแรง 4 วันติดต่อกันในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 141.38 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 17,672.60 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 11.33 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 2,051.82 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 7.48 หรือ 0.16% ปิดที่ 4,757.88 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง หลังข้อมูลล่าสุดจากธอมสัน รอยเตอร์ บ่งชี้ว่า กลุ่มบริษัทจดทะเบียนซึ่งคำนวณในดัชนี S&P 500 จะมีรายได้ต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาสที่ 4 เมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่คาดว่ารายได้รวมจะขยายตัว 0.6% แต่อย่างไรก็ดี ตลาดได้รับปัจจัยหนุนเล็กน้อยจากผลสำรวจของมาร์กิตที่ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของสหรัฐแทบไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนม.ค. โดยอยู่ที่ระดับ 53.7 จาก 53.9 ในเดือนธ.ค. ดัชนี PMI ที่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 4 วันติดต่อกันในช่วงก่อนหน้านี้ ขานรับการประกาศประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของอีซีบี ด้วยการซื้อพันธบัตรจำนวน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนก.ย.ปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมี.ค. ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าระดับ 5 หมื่นล้านยูโรที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หุ้นยูพีเอสปรับตัวลดลง 9.9% หลังจากเปิดเผยรายได้ปี 2557 ที่ต่ำกว่าตัวเลขประเมินในช่วงก่อนหน้านี้ โดยให้เหตุผลว่า แผนการขยายบริการส่งสินค้าที่ท่วมท้นในช่วงเทศกาลวันหยุดส่งผลให้บริษัทไม่สามารถใช้ประโยชน์ทรัพย์สินได้เต็มประสิทธิภาพในช่วงอื่นๆ หุ้นคิมเบอร์รี คล้าก ลดลง 6.2% หลังบริษัทปรับลดแนวโน้มรายได้ตลอดทั้งปีลง อันเนื่องมาจากผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 23 ม.ค.2558 ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 17,672.60 จุด ลดลง 141.38 จุด -0.79% ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,757.88 จุด เพิ่มขึ้น 7.48 จุด +0.16% ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,051.82 จุด ลดลง 11.33 จุด -0.55% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,832.83 จุด เพิ่มขึ้น 36.20 จุด +0.53% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 10,649.58 จุด เพิ่มขึ้น 213.96 จุด +2.05% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,640.69 จุด เพิ่มขึ้น 87.89 จุด +1.93% ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,468.20 จุด เพิ่มขึ้น 77.70 จุด +1.44% ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,501.80 จุด เพิ่มขึ้น 81.90 จุด +1.51% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 9,470.94 จุด เพิ่มขึ้น 101.43 จุด +1.08% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 17,511.75 จุด เพิ่มขึ้น 182.73 จุด +1.05% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 1,936.09 จุด เพิ่มขึ้น 15.27 จุด +0.79% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,351.76 จุด เพิ่มขึ้น 8.42 จุด +0.25% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,548.93 จุด เพิ่มขึ้น 132.62 จุด +1.79% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 24,850.45 จุด เพิ่มขึ้น 327.82 จุด +1.34% ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,323.89 จุด เพิ่มขึ้น 70.71 จุด +1.35% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,803.08 จุด เพิ่มขึ้น 21.33 จุด +1.20% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,411.50 จุด เพิ่มขึ้น 41.21 จุด +1.22% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 29,278.84 จุด เพิ่มขึ้น 272.82 จุด +0.94% ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) หลังข้อมูลล่าสุดบ่งข้อว่า บริษัทเอกชนมีรายได้ลดลงในไตรมาสที่ 4 หลังจากที่ดัชนีพุ่งแรง 4 วันติดต่อกันในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะได้รับแรงหนุนจากการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 141.38 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 17,672.60 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 11.33 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 2,051.82 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 7.48 หรือ 0.16% ปิดที่ 4,757.88 จุด ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) ทำสถิติปรับตัวขึ้นในระหว่างสัปดาห์สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2554 ท่ามกลางมุมมองที่เป็นบวกที่ว่า มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาค ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.7% ปิดที่ 370.37 จุด ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,640.69 จุด เพิ่มขึ้น 87.89 จุด หรือ +1.93% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันทำการล่าสุดที่ 6,832.83 จุด เพิ่มขึ้น 36.20 จุด หรือ +0.53% ส่วนดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดวันทำการล่าสุดที่ 10,649.58 จุด เพิ่มขึ้น 213.96 จุด ฟรือ +2.05% ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 เดือนอย่างต่อเนื่องเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจะใช้นโยบายที่ส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 36.20 จุด หรือ 0.53% ที่ 6,832.83 จุด สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) เนื่องจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าการคาดการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 72 เซนต์ ปิดที่ 45.59 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 27 ดอลลาร์ ปิดที่ 48.79 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) อันเนื่องมาจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโร สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ลดลง 8.1 ดอลลาร์ หรือ 0.62% ปิดที่ 1,292.60 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดที่ 18.3 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 6 เซนต์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ปิดที่ 1,268.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 16.1 ดอลลาร์ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักในตระกร้าเงิน อันเนื่องมาจากการปรับตัวดีขึ้นของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ในขณะที่ยูโรยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง จากการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ค่าเงินยูโรปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1248 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1378 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นแตะ 1.5018 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5014 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 117.74 เยน จากระดับ 118.37 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.8767 ฟรังค์ จากระดับ 0.8722 ฟรังค์ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7929 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.8058 ดอลลาร์สหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์แคนาดาลดลงแตะระดับ 1.2367 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.2424 ดอลลาร์สหรัฐ ดัชนี ค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่ 720.00 จุด ลดลง 31.00 จุด, -4.13% อินโฟเควสท์


   
×

Message

Warning: file_get_contents(http://www.newsdatatoday.com//index.php?option=com_multicontent&c=multicontents&task=article&type=single&id=59647&md5=fe1b37bd85deb53e118526c2e237e208): failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/mtmultim/domains/powertimetoday.com/public_html/components/com_multicontent_client/helper/helper.php on line 49
   
   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
© ALLROUNDER