FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


ทส.ป๋าโต้ ข่าวลือ-ยังแข็งแรง'14 นศ.'วอนจากในคุก เลิกคุกคามครอบครัว โพสต์อิตคึก-จี้ปล่อย รองอธิการบดีมธ.หนุน

ทส.ป๋าโต้ ข่าวลือ-ยังแข็งแรง'14 นศ.'วอนจากในคุก เลิกคุกคามครอบครัว โพสต์อิตคึก-จี้ปล่อย รองอธิการบดีมธ.หนุน 14 น.ศ.วอนเลิกคุกคามครอบครัว ยันไม่เกี่ยวเคลื่อนไหว คณาจารย์ร่วม แถลงจี้ รองอธิการฯมธ.หนุนนักศึกษา กิจกรรมโพสต์อิสระคึกคัก คนร่วมแปะโพสต์อิต ให้ปล่อยนักศึกษาไม่มีเงื่อนไข ฮิวแมนไรต์ชี้ยิ่งคุมขัง ยิ่งทำลายภาพลักษณ์ 'บิ๊กตู่'ลั่นต้องเร่งยุติ ขัดแย้ง ไม่ตำหนิน.ศ. ขอให้เคารพกม.-พร้อมให้อภัย ทส.ป๋าโต้ข่าวลือป่วย ยันป๋าเปรมแข็งแรงดี วันที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8984ข่าวสดรายวัน โพสต์อิต- ประชาชนและนักศึกษาจำนวนมากร่วมกิจกรรมเขียนบอร์ดเสรีภาพบริเวณสกายวอล์ก หน้าหอศิลป์ ย่านปทุมวัน กทม. เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว 14 น.ศ.กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยมีตำรวจ 1 กองร้อยตรึงกำลังโดยรอบ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 'บิ๊กตู่'ชี้ต้องเร่งยุติขัดแย้ง เมื่อวันที่ 3 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ตนปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องสำคัญวันนี้คือเรื่องความขัดแย้งในพื้นที่ต่างๆ จะต้องยุติให้ได้โดยเร็ว ทุกกลุ่มไม่ว่าประชาชน นิสิต นักศึกษา ต้องขอร้อง ถ้าจะเอาประชาธิปไตยทันที แล้วจะเอาทั้งความสงบเรียบร้อย ความเข้มแข็ง รัฐบาลจะแก้ปัญหาทีเดียวทุกเรื่องไม่ได้ จึงต้องขอเวลากัน ให้เข้าใจกันตรงนี้ อย่าขัดแย้งกันต่อไปเลย ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะกลับมาที่เดิมหมด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานในด้านความมั่นคงนั้น ความมีเสรีภาพ การเป็นประชาธิปไตยต้องมีความพร้อม หลายเรื่องไม่ว่ารัฐธรรมนูญ กฎหมาย อำนาจต่างๆ ต้องไม่คาบเกี่ยว ไม่ซับซ้อน ไม่ทับซ้อนกันทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ ซึ่งกฎหมายจะทำให้ทุกอย่างสงบลงได้ มีกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ได้มุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่มีเครื่องมือบังคับใช้กับประชาชนอย่างเดียว ถ้าไม่ขัดแย้งกันไม่ต้องมีกฎหมายไม่ต้องมีตำรวจก็ได้ วันนี้ทุกคนต้องการประชาธิปไตย ต้องการเสรีภาพ ขณะเดียวกันปัญหาก็เต็มไปหมด ก็ต้องให้เวลาแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อน ไม่ตำหนิน.ศ.-พร้อมให้อภัย "กลุ่มนักศึกษานั้นผมจะไม่ตำหนิเขาไม่ว่ากลุ่มใด ผมถือว่าเขาเป็นพลังบริสุทธิ์ น่าจะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้อีกมากในอนาคต ขอให้ใช้ในเวลาที่ถูกต้อง อย่าไปเชื่อใครมาบิดเบือน มาสร้างความเข้าใจที่ผิดๆ ผมไม่เคยปฏิเสธคำว่าประชาธิปไตย ไม่เคยปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่ในการเลือกตั้งหรือการมีประชาธิปไตยที่ผ่านมานั้นมีปัญหา ก็ต้องแก้ตรงนี้ให้ได้ จะได้ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ ไม่เสียเวลากับการควบคุมอำนาจ ซึ่งผมไม่อยากให้อนาคตเขาเสียไป เรียนอยู่ทุกคน การปฏิเสธไม่ยอมรับกฎหมายมันไม่ได้ ถ้าทำได้คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน แม้กระทั่งนักโทษ หรือที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เขาก็บอกเขาไม่ผิด ไม่ยอมรับกฎหมาย ถ้าอย่างนี้มันไม่มีกฎหมายแล้ว นั้นคือประเทศหรือรัฐที่มัน Fail State ล้มเหลวทั้งหมด" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อยากฝากทุกกลุ่ม กลุ่มนักศึกษา นักวิชาการที่อาจมองในแง่มุมประชาธิปไตย ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาเพราะคำว่าประชาธิปไตย และมีหลายส่วนประกอบด้วยกัน เราพยายามจะลดปัญหาเหล่านั้น ในส่วนของปัญหาทุกคนต้องช่วยตนรับผิดชอบ อยากให้ใช้พลังบริสุทธิ์ให้เกิดประโยชน์ในอนาคต จะได้ไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก ฉะนั้นคดีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ถ้าหากยอมรับกัน พูดจากันรู้เรื่อง ร่วมมือกัน เราจะหาทางดูแล แต่อย่าทำให้กฎหมายเสียหายไปมากกว่านี้เลย ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อะไรที่มันพอพูดคุยกันได้เราก็พร้อมหาทางให้อภัยกัน ดังนั้น อย่าทำต่อกันไปเลย เดี๋ยวมันขยายไปเรื่อยๆ และจะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ชี้ต้องลดอัตตาถึงจะคุยกันได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า หากเรายังขัดแย้งกัน ทะเลาะกันแล้วเร่งเรื่องนี้เรื่องโน้นมากเกินไป ระบบที่พยายามสร้างขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.มันจะเสียหายหมด ล้มไปเหมือนเก่า รัฐธรรมนูญกำลังแก้ไขตามที่ทุกคนต้องการในหลายเรื่อง ไม่ใช่ร่างเพื่อให้ตนอยู่ต่ออีกไปนานๆ ที่ตนอยู่ได้ก็อยู่ด้วยรัฐธรรมนูญชั่วคราว จึงขอให้เดินตามนั้น อย่าเพิ่งไปพูดจาให้เสียหาย จะเกิดความไม่เชื่อมั่นกับสถานการณ์ในประเทศ ได้อธิบายชี้แจงในประชาคมโลกไปแล้วถึงสถานการณ์บ้านเมือง ส่วนใหญ่เขาเข้าใจ เขารออยู่ว่าเมื่อไรจะเลือกตั้ง ตนบอกว่าการเลือกตั้งจะทำเมื่อเราพร้อม เมื่อสถานการณ์ต่างๆ เป็นไปตามโรดแม็ป ถ้ามันปกติแล้วตนคงไม่มายืนตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การทำงานทุกอย่างมันต้องลดอัตตาตัวเองลงบ้าง มันถึงจะคุยกันได้ ทำงานร่วมกันได้ วันนี้ประเทศชาติต้องการความสงบเรียบร้อย ต้องเตรียมแนวทางปฏิรูป แต่ถ้าทุกคนยังยืนหยัดในหลักการของตัวเอง โดยมีประชาชนหนุนหลัง มันจะไปไม่ได้เลย อย่าให้เราต้องเสียชื่อในประชาคมโลกต่อไปเลย เรื่องที่เสียชื่อเพราะตนนั้นตนรับผิดชอบแต่ผู้เดียว ห่วงเด็กถูกตัดสินจำคุก "อยากให้ทุกคนหาทางออกกับเจ้าหน้าที่ให้ได้ เพื่อกลับมาเรียนหนังสือ พ่อแม่จะได้ไม่เสียใจ หลายคนอยู่ปีท้ายๆ จะได้จบมาหางานทำ แล้วไปเดินหน้าขับเคลื่อนประชาธิป ไตยให้มันสมบูรณ์ในอนาคตไม่ดีกว่าหรือที่จะต้องถูกจำคุก ถูกตัดสิน มันเสียประวัติ เสียอนาคตด้วย ประชาธิปไตยวันนี้ยังไปไม่ถึงตรงนั้น ยังเข้าสู่การเลือกตั้งไม่ได้" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะจัดหากระบวน การเพื่อให้มีเวทีแสดงความคิดเห็น ไม่โกรธจะตำหนิติติงตน แต่ต้องมีเหตุผล มาสู้หรือมายืนยันว่าวิธีการที่ทำนั้นมันถูก แต่ถ้าทำให้ประเทศเสียหาย ตนว่ามันไม่ถูก ซึ่งต้องตอบให้ได้ว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร พูดอย่างเดียวลอยๆ มันพูดได้หมด แต่ทำไม่ได้ "ผมเป็นห่วงเรื่องโลกอินเตอร์เน็ต โซเชี่ยล มีเดีย กระจายข่าวสารรวดเร็ว เราจึงต้องหามาตรการคือการปลูกจิตสำนึก ถ้าเราปลูกฝังเด็กๆ ให้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ต่อไป เด็กจะก้าวร้าว เป็นเด็กที่ไม่น่ารัก วันหน้าจะรวมกันไม่ได้ จะแปลกแยกไปเรื่อยๆ เพราะมันแบ่งพวกหมด ผมอยากให้ทุกคนร่วมกันระดมความคิด แล้วไปเสนอหาทาง ผ่านรัฐบาล ผ่านฝ่ายค้านให้เขาทำ นั่นแหละคือการเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญได้ทุกคน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว เตือนอย่าต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันไม่ใช่อยากสืบทอดอำนาจ แต่ต้องการให้ประเทศไทยมีที่ยืนอยู่ในโลกใบนี้ เรื่องการกดดันจากต่างประเทศก็เบาบางลงไป เว้นแต่เราเอง คนของเรา อดีตนักการเมืองไปทำให้เขามากดดันเรา อยากถามว่าจะเอาชนะคะคานตนโดยประเทศเสียหาย ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลแล้วจะปกครอง บริหารใคร ประเทศล้มเหลวไปแล้ว มันเฟลไปแล้ว ไม่มีใครเหลือให้บริหารอีกแล้ว คิดตรงนี้ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ข้อสำคัญอย่า เอาข้อบกพร่องของเรามาประจานให้โลกรู้ ด้วยการประท้วง ต่อต้านตน ไม่เกิดประโยชน์ ตนเป็นห่วงเด็กรุ่นหลัง อย่าไปเติมเชื้อไฟมากนัก เดี๋ยววันหน้าก็แข็งกระด้างไปหมด ไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่เคารพกติกากฎหมาย อ้างประชาธิปไตย อ้างเสรีภาพ ไม่รู้จักคำว่าหน้าที่ เสร็จแล้วประเทศชาติล้มเหลว ทุกคนก็อยู่ไม่ได้ ตนก็อยู่ไม่ได้ ที่มาขัดแย้งกันวันนี้ต้องยอมรับในความผิดพลาด ยอมรับในสิ่งที่เป็นปัญหา สื่อและโซเซี่ยลฯ อย่าเขียนไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ ฝากสื่อต่างๆ ช่วยกันดูแล สมาคมสื่อต่างๆ ตนไม่เคยไป ก็ต้องเห็นใจตนบ้าง วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ปราม"5 สาย"ลดอัตตาด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูป อยู่ในช่วงสุดท้ายแล้ว และต้องสรุปกันให้ได้ เพราะมีระยะเวลาอยู่ นี่แหละคือที่บอกว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็ต้องทำใหม่ รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้อย่างนั้น ไม่ใช่ว่าตนต้องรับผิดชอบสั่งให้ออกให้ได้ อย่างไรก็ตามตนรับผิดชอบทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่ทุกคนต้องช่วยรับผิดชอบด้วย ตนรู้ว่าทำงานเหน็ดเหนื่อยทั้ง สปช. สนช. และกมธ. ทุกคนตั้งใจ แต่ต้องลดอัตตาตัวเองลง ระดมความคิดแล้วหาข้อสรุปให้ได้ ขอว่าอย่าให้ประชาชนขัดแย้งกันเพราะงานที่เราทำกันอยู่ อย่าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันอีก ทุกอย่างให้ประชาชนได้รับรู้ ถ้ามติผ่านก็จบ ไม่ใช่มาสู้กันตั้งแต่ตอนนี้ มันคนละขั้นตอน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้หลายจังหวัดตนไม่สบายใจ เปิดเวทีขึ้นมาแล้วบังคับว่าต้องผ่าน ไม่ผ่าน ซึ่งไม่ใช่ และคนที่ผ่านไม่ใช่เพราะยอมรับในรัฐธรรมนูญทั้งหมด ผ่านเพราะคำว่าทำให้พลเมืองเป็นใหญ่ ให้พลเมืองมีอำนาจบริหาร อย่างนี้ก็ไม่ใช่ มันต้องมีกฎกติกา ต้องเตรียมพร้อมก่อนเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล เป็นแบบสหรัฐ ยุโรป ป๊อกย้ำดำเนินคดีน.ศ.ตามกม. "ผมถึงบอกทุกคนที่ทำงาน ต้องคิดแบบเขาคิด แก้ให้เขา อธิบายเขา ไม่ใช่ไปทำให้ข้างล่างเข้าใจตามของเรา กลุ่มนี้เข้าใจตามนี้ เราไม่ใช่นักการเมืองไม่ว่าครม. คสช. หรือ สนช. เราไม่ใช่นักการเมือง จึงไปถือหางข้างใครไม่ได้ และต้องทำทุกอย่างให้เป็นธรรม เชื่อมั่น วันนี้มันขาดเรื่องวิกฤตศรัทธา ขาดเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ ความหวาดระแวง ซึ่งถูกสร้างมาตลอด 10 กว่าปี เรื่องเหล่านี้ไม่เคยแก้ได้เพราะเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ตนพยายามเต็มที่ในฐานะหัวหน้า คสช. คณะรัฐบาลในการแก้ปัญหาและบริหารในเวลาวิกฤต ขอให้ความร่วมมือกับเราบ้าง ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงข้อเรียกร้องจากหลายภาคส่วนให้รัฐบาลพิจารณาปล่อยตัว 14 นักศึกษาดาวดินที่ถูกคุมขังขณะนี้ว่า ถือว่ากลุ่มนักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์หากเคลื่อนไหวโดยไม่มีอะไรแอบแฝง เมื่อสืบสวนแล้วพบว่าเคลื่อนไหวเพราะมาจากการจัดตั้งก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ทราบมาว่ามีการอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อปล่อยตัวออกมาได้ ไม่ได้กักไว้แต่อย่างใด แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เห็นจากทางสื่อว่าทางกลุ่มนักศึกษาเลือกจะไม่ประกันตัวออกมา อ๋อยเตือนรบ.-อย่ากล่าวหาน.ศ. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า กรณีนักศึกษา 14 คน เป็นตัวอย่างของการกล้าคิดกล้าแสดงออกในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม แสดงถึงความยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย แต่สิ่งที่ได้รับคือการถูกจับกุมคุมขัง ตั้งข้อหาร้ายแรงและมีบทลงโทษสูงถึงจำคุก 10 ปี และต้องถูกดำเนินคดีในศาลทหาร เท่ากับส่งสัญญาณที่ขัดกันกับทิศทางที่ควรจะเป็นในการศึกษาของเยาวชน นายจาตุรนต์ ระบุว่า สิ่งหนึ่งที่กระทบความรู้สึกของนักศึกษามากเป็นพิเศษ คือการถูกกล่าวหาว่ามีนักการเมืองหรือพรรคบงการอยู่เบื้องหลัง ทั้งที่นักศึกษามีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ยอมลำบากตามอุดมการณ์เพื่อบ้านเมือง การจะถูกจูงจมูกจากใครนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่เรื่องจริงต้องตรวจสอบและพิสูจน์ให้ชัดเจน ไม่ใช่กล่าวหาลอยๆ จึงเห็นว่าเรื่องนักศึกษา 14 คน มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาขัดแย้งและกระบวนการปรองดอง
ชนแก้ว- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง รับประทานอาหารกลางวันร่วม กับสมาชิกสมาคมมิตรภาพรัฐสภาญี่ปุ่น-แม่โขง ณ โรงแรม นิว โอตานิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 ก.ค.
แนะใช้กม.ให้เป็นธรรม นายจาตุรนต์ ระบุอีกว่า สาเหตุสำคัญที่เป็นปัญหาต่อการปรองดอง คือการใช้กฎหมายโดยไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ขณะนี้ทางการเสนอว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย แต่ปฏิเสธว่าการใช้มาตรา 44 นิรโทษนักศึกษา 14 คนไม่สามารถทำได้ ทั้งที่นักศึกษาและผู้สนับสนุนไม่ได้เสนอให้นิรโทษ จึงควรพิจารณาว่าอย่างไรเป็นไปตามหลักนิติธรรม คำว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีอะไรผิดแต่กฎหมายที่ว่าต้องเป็นกฎหมายที่เป็นธรรม มีที่มาชอบธรรมและเนื้อหาที่เป็นธรรม "ปัจจุบันคสช.และบุคคลคือกฎหมาย จะสั่งอะไรก็เป็นกฎหมายไปหมด การที่นักศึกษาต้องขึ้นศาลทหาร จะบอกว่าเป็นไปตามกฎหมายก็ได้ แต่ไม่ใช่กฎหมายปกติ หากเกิดจากคำสั่งคสช. นอกจากนั้นการตั้งข้อหาร้ายแรงเกินกว่าเหตุ ก็ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม การเสนอใช้มาตรา 44 นิรโทษนักศึกษา เข้าใจว่าไม่ใช่ความประสงค์ของนักศึกษาหรือผู้สนับสนุน หากทำจะเกิดการตีความที่สับสนวุ่นวาย ความจริงการปล่อยตัวนักศึกษา 14 คน ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย คำสั่งอะไรที่ไม่ชอบธรรมก็แก้ไข ไม่ตั้งข้อหาที่ร้ายแรงเกินกว่าเหตุ ไม่ใช้เวลาสอบสวนให้นานเกินจำเป็นก็ไม่มีเหตุผลจะต้องขอฝากขังให้ยืดเยื้อ ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องนิรโทษใคร แค่ใช้กฎหมายอย่างสอดคล้องกับหลักนิติธรรมจะช่วยลดความขัดแย้งและไม่เป็นอุปสรรคต่อการปรองดอง" นายจาตุรนต์ระบุ พท.จวก"5 สาย"กล่าวหาเด็ก นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีสนช.และสปช.บางส่วนวิจารณ์การเคลื่อนไหวของนักศึกษา 14 คนที่ถูกจับกุม มีการเมืองอยู่เบื้องหลังและตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ไม่ขอประกันตัวว่า น่าผิดหวังที่เครือข่ายแม่น้ำ 5 สายบางส่วนคิดได้เท่านี้ แทนที่จะตั้งคำถามว่านักศึกษาทำความผิดอะไร ถึงต้องจับกุมคุมขัง และมีเหตุผลอะไรต้องขึ้นศาลทหาร แต่กลับถามว่าทำไมไม่ขอประกันตัว ส่วนการกล่าวหามีการเมืองอยู่เบื้องหลังถือว่าน่าละอายที่ทำลายความชอบธรรมของนักศึกษา วันนี้พวกที่สมควรได้รับการปฏิรูปคือแม่น้ำ 5 สายมากกว่าเพราะหากนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจและเชื่อเรื่องประชาธิปไตยได้ขนาดนี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะปฏิรูปการศึกษา นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การที่ กสม.มอบให้อนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สอบถามข้อมูลจากกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็นแค่พิธีกรรม ไม่มีท่าทีหรือจุดยืนอะไร และควรยุบองค์กรนี้ไปดีกว่า ขณะที่รัฐบาลยอมรับแล้วว่ามีปัญหาหลายอย่าง จึงขอใช้สมาธิแก้ปัญหาและขอให้ทุกฝ่ายให้โอกาส ซึ่งหนทางที่จะทำให้รัฐบาลมีสมาธิมากขึ้นคือ ปล่อยตัวนักศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไข และเดินหน้าสู่โรดแม็ป ไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว มาร์ค ติงรบ.ผลักน.ศ.ไปอีกขั้ว ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ตนเป็นห่วงว่าการที่รัฐบาลออกมาระบุว่ามีคนอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มนี้ โดยที่ยังไม่มีการนำ หลักฐานที่ชัดเจนมาเปิดเผยต่อสาธารณชน อาจเป็นการผลักนักศึกษาที่บริสุทธิ์ไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง ดังนั้น รัฐบาลควรแยกแยะให้ดี เพราะต้องยอมรับว่าฝ่ายที่ต่อต้านโดยบริสุทธิ์ ใจมีจริง เรื่องจะได้ไม่ลุกลามบานปลาย ไม่อยากให้คนเหล่านี้ถูกผลักไปอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม หรือไปฝักใฝ่การเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า มีขบวนการที่หากินกับประชาธิปไตย โดยมีผลประโยชน์การเมืองแอบแฝงอยู่ตนจึงอยากให้รัฐบาลและ คสช.แยกแยะให้ได้ระหว่างคนที่เคลื่อนไหวโดยสุจริต กับคนที่มีผลประโยชน์แอบแฝงด้วยการวางกติกาที่ชัดเจน ว่าถ้าเป็นการแสดงออกที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐสามารถทำได้โดยระบุให้ชัดว่าถ้ามีเบื้องหลังก็ให้มีความผิด ส่วนรูปแบบจะเป็นอย่างไรคิดว่าสังคมดูออกว่าอะไรที่จะนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวาย และอะไรไม่นำไปสู่ความวุ่นวาย เพื่อน-อจ.แห่เยี่ยม 14 น.ศ. เวลา 10.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มหานคร กลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิป ไตยใหม่ คณาจารย์จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อาทิ นายเกื้อ เจริญราษฎร์ นายธีระ สุธีวรางกูล น.ส.สาวตรี สุขศรี นายกริช ภูญียามา นายปูนเทพ ศิรินุพงศ์ พร้อมด้วย นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มธ. และนายชำนาญ จันทร์เรือง ประธานแอม เนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมทั้งนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ว่าความให้กับนักศึกษาทั้ง 14 คน พร้อมญาตินักศึกษาทั้ง 14 คนที่ถูกคุมขัง เป็นวันที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา รวมกว่า 50 คน เข้าเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษาดังกล่าว นายกฤษฎางค์ กล่าวก่อนเข้าเยี่ยมว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกที่พนักงานสอบสวนจะมีการสอบปากคำนักศึกษาทั้ง 14 คน ซึ่งตั้งแต่จับกุมคืนวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการสอบปากคำ วันแรกที่จับกุมพนักงานสอบสวนเตรียมสอบปากคำที่สน.สำราญราษฎร์ ปรากฏว่าผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนสั่งการให้นำตัวนักศึกษาไปฝากขังยังศาลทหารในเวลา 24.00 น. ทำให้นักศึกษายังไม่ได้พบกับทนายความ กระทั่งพนักงานสอบสวนนัดหมายตนว่าจะมาสอบปากคำนักศึกษาวันนี้ เวลา 13.00 น. เพราะตามกฎหมายการสอบปากคำต้องมีทนายความร่วมอยู่ด้วย ในส่วนของการฝากขังเป็นไปตามอำนาจของกฎหมายของศาลทหารเพราะคดีนี้เขากล่าวหานักศึกษากระทำความผิดต่อความมั่นคง ซึ่งมีโทษสูงถึง 7 ปี ฉะนั้นจึงมีอำนาจฝากขังไว้ก่อนฟ้องได้ 48 วัน ครั้งละ 12 วัน ทนายติงแยกแดนขังนักศึกษา นายกฤษฎางค์ กล่าวกรณีเรือนจำแยกแดนขังนักศึกษาว่า ตามหลักการแล้ว แดนแรกรับเป็นแดนที่เรือนจำจะรับผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมาคุมขังไว้ เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาเตรียมตัว จากนั้นจึงจะแยกไปยังแดนต่างๆ ตนเพิ่งทราบข่าวเรื่องการให้นักศึกษาแยกแดนเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา อยากสอบถามผู้บัญชาการเรือนจำว่าทำไมถึงเร่งรีบย้ายแดนผู้ต้องขังขนาดนี้ เพราะทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับนักศึกษา เนื่องจากยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับรูปคดี ทนายความกล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เดินทางไปเยี่ยมน.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด และสอบถามจะประกันตัวหรือไม่ แต่น.ส.ชลธิชายืนยันว่ายังไม่คิดเรื่องประกันตัว เพราะคิดว่าเขาต่อสู้กับคำสั่งคสช. และไม่รับว่าสิ่งที่คสช.ทำถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องของการรัฐประหารเปลี่ยน แปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ และเขาไม่ยอมรับอำนาจศาลทหาร การยื่นคำร้องขอประกันตัวก็เท่ากับว่าเขายอมรับอำนาจนี้ เขาจึงไม่ยื่นขอประกันตัว อย่างไรก็ตาม มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มาพูดคุยเรื่องการประกันตัว โดยใช้กองทุนยุติธรรม ของกระทรวงยุติธรรมในการช่วยเหลือ แต่น.ส.ชลธิชาก็ปฏิเสธ อจ.อ่านจม.เปิดผนึกหนุน'น.ศ.' จากนั้นเวลา 11.30 น. คณาจารย์จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มม. และคณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกันอ่านจดหมายเปิดผนึก ขอสนับสนุนนักศึกษา ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยโดยสันติวิธีและ ขอให้ยุติการคุกคามครอบครัวและเพื่อน ของนักศึกษาว่า สถาบันสนับสนุนหลักการ ทั้งห้าคือประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วมและสันติ ที่ขบวนการประชาธิปไตยใหม่และกลุ่ม ดาวดิน รวมทั้งผู้รักประชาธิปไตยทุกคนเรียกร้อง เพราะคือหลักการพื้นฐานที่จะนำสังคมไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เป็นสังคมแห่งสันติและความปรองดองอย่างแท้จริง การใช้สิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีต่อการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และโดยร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างในปัจจุบัน จดหมายเปิดผนึก ระบุว่าสถาบันฯ เห็นว่าการจับกุมคุมขังนักศึกษา 14 คน รวมทั้งการติดตาม ข่มขู่ คุกคามครอบครัว เพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ของนักศึกษากลุ่มนี้ เป็นการกระทำเกิดกว่าเหตุ ละเมิดกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ไทยเป็นภาคีและมีผลบังคับใช้กับไทยตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. พ.ศ.2540 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี จี้หยุดคุกคามครอบครัว ประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทยสะท้อนให้เห็นแล้วว่าการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ การกดทับความขัดแย้งโดยใช้กำลัง การคุกคามนักศึกษาและประชาชนผู้แสดงความเห็นต่างโดยสันติวิธี ทำให้ความขัดแย้งขยายตัวและนำไปสู่วงจรความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงกังวลว่าการจับกุม คุมขังนักศึกษากลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มจะนำสังคมไทยเข้า สู่วงจรความขัดแย้งรุนแรงอีกระลอกหนึ่งหรือไม่ จึงมีข้อเสนอ 1.ขอให้หน่วยงานความมั่นคงยุติการติดตาม ข่มขู่ คุกคามครอบครัวและเพื่อนของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว ซึ่งได้สร้างความหวาดผวาแก่ผู้ถูกติดตามว่าอาจจะตกเป็นเป้าของการจับกุม 2.ขอให้คดีของขบวนการประชาธิปไตยใหม่และกลุ่มดาวดินเข้าสู่การพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติในศาลพลเรือน 3.ขอให้สังคมไทยรับฟังความคิดเห็นอันแตกต่างหลากหลายของพี่น้องร่วมสังคม ด้วยความอดทนอดกลั้นและไม่ด่วนตัดสิน 'อจ.นิติ'ติงใช้กม.ไม่ชอบธรรม ส่วนกลุ่มคณาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ มธ. อ่านสารแสดงความห่วงใยถึงนักศึกษา 14 คน ว่า ขอแสดงความเคารพความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้นักศึกษาและประชาชนทั้ง 14 คน ที่ต้องถูกจับกุมคุมขังเพียงเพราะใช้สิทธิเสรีภาพแสดงออกอย่างบริสุทธิ์โดยสันติวิธี เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย การ กล่าวอ้างสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายเพื่อใช้ดำเนินคดีกับนักศึกษาและประชาชนข้างต้น เพียงเพราะสิ่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของรัฏฐาธิปัตย์นั้นเป็นความไม่ชอบธรรม กฎหมายจะมีความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยได้ต้องถูกบัญญัติขึ้นโดยผู้แทนของประชาชนซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และต้องมีเนื้อหาที่เคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนผู้อยู่ภายใต้บังคับด้วย จึงขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาและประชาชนทั้ง 14 คน ที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่โดยเร็ว และขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจรัฐทั้งหลายใช้อำนาจโดยเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อ มิให้สังคมไทยเดินเข้าสู่หนทางที่ตีบตันไปมากกว่านี้
แฟนเพจปู- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมดื่มกาแฟและถ่ายรูปกับกลุ่มสมาชิก แฟนเพจ Yingluck Shinawatra คนที่ 4 ล้าน ซึ่งมีทั้งหมด 12 คน มีทั้งคนกรุงเทพฯ และคนต่างจังหวัด บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อวันที่ 3 ก.ค.
ต่อมาเวลา 12.30 น. กลุ่มทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมกันแถลง โดยนายกฤษฎางค์กล่าวว่า นักศึกษาทั้ง 14 คนยังมีกำลังใจและยังเข้มแข็ง มีบางคนที่ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม เช่น น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด นักศึกษาหญิงที่โดนเครื่องชอร์ตไฟฟ้าที่หลังแต่ทุกคนยังยืนยันจะสู้ต่อไป น.ศ.ฝากแจงปม'ไม่ประกัน' นายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า นักศึกษาฝากมาบอกว่ายังสู้ต่อไปตามความคิดเห็นเดิมว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งอำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชน และขอปฏิเสธไม่รับอำนาจศาลทหารกรุงเทพที่จะดำเนินคดีนี้ เพราะคิดว่าเป็นพลเรือนจึงต้องขึ้นศาลพลเรือนเท่านั้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงไม่ประกันตัวออกไปต่อสู้คดี "ที่ท่านเลขาฯ สมช. บรรดาสมาชิก สปช. สภาของคณะทหาร คือ คุณวัลลภ ตังคณา นุรักษ์ หรือครูหยุย ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและเยาวชนมาตลอด ให้ความเห็นว่าการที่เด็กเหล่านี้ไม่ยื่นขอประกันตัวเป็นการ เล่นเกม ไม่ยอมรับอำนาจของกฎหมาย เด็กทั้ง 14 คนฝากผมแจ้งว่า เหตุที่ไม่ประกันตัวเพราะไม่รับอำนาจของศาลทหาร ทุกวันนี้ถูกขังอยู่ภายใต้อำนาจของศาลทหารกรุงเทพจึงยืนยันว่าถ้าขอประกันตัวต่อศาลทหารกรุงเทพ ยืนยันว่าจะไม่ทำโดยเด็ดขาดและยินยอมเสียสละเสรีภาพของตัวเอง เพราะเชื่อว่าเมื่ออยู่ข้างนอกก็ไม่มีเสรีภาพอยู่แล้ว อยู่ข้างในการต่อสู้ของพวกเขาจะได้อธิบายต่อประชาชนว่าการถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างไร และขอยืนยันจนวินาทีนี้ว่าจะไม่ประกันตัว" นายกฤษฎางค์กล่าว จี้ศาลทหารพิจารณาคดีเปิดเผย นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า นักศึกษาทั้ง 14 ยังฝากมาแถลงว่าจะร้องต่อศาลทหารกรุงเทพในวันที่มีการฝากขังให้เปิดการพิจารณาคดีนี้ โดยเปิดเผยต่อสาธารณชนเพราะไม่มีอะไรเป็นความลับเพื่อให้สาธารณชนเข้าฟังได้ และกรณีนี้ให้แจ้งทุกคนว่าหากมีการฝากขังครั้งหน้านักศึกษาทุกคนขอยืนยันว่าจะต้องพิจารณาคดีโดยเปิดเผย หากยังปิดลับอยู่นักศึกษาจะมีมาตรการต่อไป ตัวแทนทนาย กล่าวว่า สำหรับขั้นตอน ต่อไปของคดีนี้คือ เมื่อถึงวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งเป็นวันครบอำนาจการฝากขังครั้งแรก 12 วัน พนักงานสอบสวนต้องนำสำนวนไปขอฝากขังต่อ และต้องแสดงเหตุผลต่อศาลว่าทำไมจึงต้องควบคุมตัว ซึ่งตามกฎหมายให้สิทธิแก่นักศึกษาที่จะคัดค้านการคุมตัวต่อไปได้ ตนถามนักศึกษาแล้วพวกเขาตอบว่าจะคัดค้าน น.ศ.ย้ำครอบครัวไม่เกี่ยว "ผมขอฝากคำพูดของเด็กไปยังผู้มีอำนาจว่าพ่อแม่เขาไม่เกี่ยว ดังที่ทราบว่ามีทหารไปพบพ่อแม่ของเด็กหลายคน เช่น แม่ของลูกเกดที่มาร้องเรียนกับผมว่ามีทหารไปคุยด้วยและเกิดความกลัวจะได้รับอันตราย อีกทั้งเด็กก็ห่วงแม่ จึงฝากสื่อบอกว่าอย่าดึง พ่อแม่มาเกี่ยวเลยเพราะครอบครัวเลี้ยงเขามา อบรมให้การศึกษา แต่ไม่เกี่ยวพันกับการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเลย" นายกฤษฎางค์กล่าว เมื่อถามว่า การทำคดีนี้หนักใจหรือไม่ นายกฤษฎางค์กล่าวว่า คดีเช่นนี้เป็นคดีการเมืองปกติที่เคยเกิดในสมัยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร การพิจารณาคดีก็เป็นไปตามปกติ ไม่มีปัญหา อาจมีหนักใจในเรื่องความปลอดภัยของทนายและครอบครัวของทนายบ้างเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนของนายรังสิมันต์ โรม 1 ใน 14 นักศึกษาที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งจะต้องไปสอบอนุญาตทนายความในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ซึ่งตนขอไปยังสภาทนายความเพื่อขอให้มาจัดสอบภายในเรือนจำ แต่ทางสภาทนายความได้ปฏิเสธไม่จัดสอบให้ แห่ร่วมโพสต์อิสรภาพคึกคัก เวลา 18.00 น. ที่ลานสกายวอล์ก หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ประชาชนและนักศึกษาที่สนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ประมาณ 200 คน เดินทางมาทำกิจกรรมโพสต์อิสรภาพ โดยใช้กระดาษสีต่างๆ เขียนข้อความติดบริเวณบอร์ดตรงทางเดินสกายวอล์ก ขนาดความยาว 10 เมตร เช่น ปล่อยตัวเพื่อนของเราอย่างไม่มีเงื่อนไข เสรีภาพสำคัญกว่าอำนาจ ประชาชนจงเจริญ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบจาก บก.น.6 ประมาณ 1 กองร้อย และนอกเครื่องแบบประมาณ 30 นาย วางกำลังอยู่รอบบริเวณ และนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณหน้าหอศิลป์ฯ และลานสกายวอล์กตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติจนถึงแยกปทุมวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเป็นไปอย่างสนุกสนาน ประชาชนมีการร้องเพลงร่วมกัน ได้แก่ เพลงบทเพลงของสามัญชน เพื่อมวลชน และแสงดาวแห่งศรัทธา มีการแจกคุกกี้และแซนด์วิชด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมโพสต์อิสรภาพมีนายซะการีย์ยา อมตยา กวีซีไรต์ปี 2553 พร้อมนักเขียนและศิลปินหลายคน เดินทางมาร่วมเขียนข้อความและอ่านบทกวี เพื่อให้กำลังใจและเรียกร้องการปล่อยตัวนักศึกษาด้วย รวมถึงนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา พ่อไผ่ ดาวดิน ยังเดินทางมาเขียนข้อความว่าลูกของพวกเราทำถูกต้องแล้ว นอกจากนี้ยังมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบ.ก.ลายจุด และนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของนางกมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม ปี 2553 เดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย ไม่ได้ต้านคสช.แต่ให้ปล่อยนศ. นายวิบูลย์ กล่าวว่า เชื่อมั่นในตัวลูกและนักศึกษาทั้งหมดว่า เขาทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ขึ้นอยู่กับนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจกลุ่มใด ถ้าเจ้าหน้าที่จะถามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังตัวจริง อยากบอกว่าคนนั้นก็คือตน การที่จับลูกของตนและนักศึกษาไปไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไร เพราะตนอยู่ข้างนอกก็ยังสามารถต่อสู้เหมือนเช่นประชาชนคนอื่น อยากขอให้รัฐบาลและคสช.มองให้เห็นหัวใจของประชาชนว่า พวกเขาไม่สามารถอยู่ภายใต้การใช้อำนาจบาตรใหญ่ได้ ประชาชนไม่มีอาวุธไปสู้กับผู้มีอำนาจ และไม่มีใครอยากใช้ความรุนแรง มีแต่เจ้าหน้าที่ที่มีอาวุธและใช้กำลังข่มขู่ประชาชนมาตลอดทุกยุคทุกสมัย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. กล่าวว่า กิจกรรมโพสต์อิสรภาพยึดมั่นในสันติวิธี ไม่มีเจตนาแสดงออกถึงการต่อต้านคสช. และทั้งหมดเป็นไปเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้เพื่อนนักศึกษาที่ถูกคุมขังอยู่ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และประชาชนจำนวนมากต่างเห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ควรกระทำกับนักศึกษาเช่นนี้ ชี้ยิ่งขัง-ยิ่งทำลายภาพลักษณ์ ด้านนายสุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายองค์กรต่างเห็นตรงกันว่า รัฐบาลและคสช.ควรปล่อยนักศึกษาทันที โดยไม่มีเงื่อนไข หากคุมขังต่อไปมีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย และประชาชนจะไม่มีทางเชื่อมั่นรัฐบาลอีก ขณะที่กิจกรรมโพสต์อิสรภาพเป็นไปอย่างสันติวิธีที่สุดแล้ว ประชาชนพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐเห็นว่า พวกเขามีความคิดต่างและไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจกดขี่ประชาชน เพราะประชาชนไม่ต้องการที่จะอยู่ภายใต้บรรยากาศการคุกคามและข่มขู่ผู้ที่เห็นต่างอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในเวลานี้ กรมคุกแจงวุ่นแยกแดนน.ศ. ด้านนายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการแยกแดนนักศึกษาชาย 13 คน เพราะมีการสั่งการมาว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการสั่งการจากใครทั้งสิ้น การแยกขังนั้นเป็นไปตามกระบวนการของเรือนจำอยู่แล้ว ปัจจุบันในแดนแรกรับมีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอและมีผู้ต้องขังใหม่เข้ามาอยู่ทุกวัน จึงต้องแยกแดนไปยังแดนต่างๆ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เรือนจำดูแลอย่างดี อีกทั้งการแยกแดนก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ผู้บัญชาการเรือนจำต่อสถานการณ์ตรงหน้าว่าแดนแรกรับเพียงพอต่อผู้ต้องขังใหม่หรือไม่ หากไม่เพียงพอก็จะพิจารณาสั่งแยกแดนตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การแยกแดนดังกล่าวไม่เป็นเหตุพิเศษแต่อย่างใด กสม.ขยับฟัง'จับ 14 น.ศ.' ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กสม.จัดประชุมเพื่อรับฟัง ข้อเท็จจริง กรณีการจับกุม 14 นักศึกษา กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยมี ผู้ปกครอง อาจารย์ของนักศึกษา พร้อมด้วยชาวบ้านที่เคยทำงานภาคประชาชนร่วมกับกลุ่มดาวดิน และผู้แทนจากสภาทนายความ เข้าร่วมการประชุมด้วย นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดานาย จตุรภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ดาวดิน กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่นายกฯ ลงพื้นที่ขอนแก่นแล้วลูกไปชู 3 นิ้ว จากนั้นได้เรียกไปปรับทัศนคติ และเรียกคุยหลายครั้ง การทำกิจกรรมก่อนที่จะถูกจับนี้เขา คิดว่าสามารถ ทำได้ เพราะขณะนั้นมีทั้งตำรวจและทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งไม่ได้ว่าอะไร แต่พอทำกิจกรรมเสร็จไปแล้วกลับมาตามจับย้อนหลัง แล้วโยงเข้ากฎหมายอาญา มาตรา 116 ตอนที่ทำกิจกรรมทำไมไม่ห้าม อยากให้ทางกสม.ตรวจสอบในส่วนนี้ ขอย้ำว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปโยงกับการเมือง เด็กยืนยันกับพ่อว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือกลุ่มสีใด แม้ว่าจะมีทุกสีทุกพรรคพยายามเข้าไปแตะ แต่เด็กเขาไม่เอาด้วย แม่น.ศ.ห่วงยัดข้อหาให้เด็ก นางเรวดี ศสิทธิสุราษฎร์ มารดานาย รัฐพล ศุภโสภณ หรือบาส นักศึกษากลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า วันที่ 2 ก.ค. มีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบมาพบพร้อมจะเชิญไปพบผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ได้แสดงบัตรว่าเป็นใคร เราจึงไม่ไป เพราะรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ทหารนอกเครื่องแบบนั้นถามว่าต้องการให้ช่วยอะไร ก็ขอว่าถ้าบอกผู้บังคับบัญชาได้ก็อยากให้ปล่อยเด็กๆ เสีย เพราะพวกเขาไม่ใช่กบฏ เขารักชาติไม่แพ้ทหารและต้องการแสดงออกในวาระอันสมควร นางเรวดีกล่าวอีกว่า ทำไมต้องใช้วิธีรุนแรงกับเด็ก ทำลายอนาคตของชาติ เขาเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นที่เขาพอจะทำได้โดยไม่ได้ก่อให้เกิดอันตราย หรือทำลายความมั่นคงของใคร เขาไม่ได้สร้างความวุ่นวาย แค่ 14 คน ประเทศยังเดินหน้าไปได้ แต่ที่ทำนี้เด็กๆ เดือดร้อน จึงไม่อยากให้มาถึงจุดนี้ แต่ข้อเรียกร้องของคนเป็นแม่จะไปตรงกับความต้องการของเด็กๆ หรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่าไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับเขาได้ เขาจะตัดสินใจอย่างไรก็อยู่ที่กลุ่มของพวกเขา แต่อย่ายัดข้อหาให้เขา ขอ กระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็น ไม่ใช่บอกให้เขาเซ็นชื่อแล้วรับปากว่าจะไม่จับเขาแล้วก็มาจับเขา ชาวบ้านยันดาวดินปกป้องชุมชน จากนั้นที่ประชุมให้ตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่ที่กลุ่มดาวดินเคยเข้าไปช่วยเหลือในด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมประกอบด้วยกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบ้านนามูล จ.ขอนแก่น บ้านดงมูล จ.กาฬสินธุ์ และกลุ่มคนรักบ้านเกิด เหมืองทอง จ.เลย กล่าวถึงกิจกรรมที่ผ่านมาของกลุ่มดาวดินในทำนองเดียวกัน ว่ารู้จักกลุ่มดาวดิน เพราะนักศึกษาลงไปให้ความรู้ชาวบ้าน เมื่อครั้งมีบริษัทนายทุนเข้าไปสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่จนกระทบกับสิ่งแวดล้อมในชุมชน ซึ่งกลุ่มดาวดินทำให้ชาวบ้านได้รู้ถึงสิทธิเสรีภาพของตัวเอง ไม่ได้มีลักษณะเป็นการปลุกระดมชาวบ้านให้ก่อม็อบหรือสร้างความวุ่นวายในสังคม ที่สำคัญไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด การที่ชาวบ้านในพื้นที่ไปให้กำลังใจเหมือนเป็นความผูกพันทางใจ เพราะเห็นว่าการสนับสนุนผู้ที่ปกป้องชุมชนนั้นไม่ใช่การทำลายชาติหรือความมั่นคงแต่อย่างใด นิรันดร์ฉุนคนโผล่แทรกแซง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กำลังมีการชี้แจงนั้น ชาวบ้านหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาและขอร้องให้ปล่อยตัวนักศึกษาที่ถูกจับกุมโดยเร็ว และระหว่างที่มีการชี้แจงช่วงหนึ่งได้มีเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายทหารเข้ามา ในห้องประชุม ทำให้นพ.นิรันดร์พักการประชุมและให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแนะนำตัว ซึ่งระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากกรมธนารักษ์ ถูกสั่งให้มาบันทึกภาพและสังเกตการประชุม โดยนพ.นิรันดร์กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของ กสม. เพราะกรมธนารักษ์ไม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตก่อน พร้อมกำชับให้กลับไปรายงานผู้บังคับบัญชาให้ถูกต้อง หากข้อมูลผิดเพี้ยนจะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เพราะไม่ไว้ใจในการเสนอข้อมูล และให้ เจ้าหน้าที่กสม.ไปตรวจสอบกับกรมธนารักษ์ถึงจุดประสงค์ในการส่งคนเข้ามาสังเกตการประชุม 'อนุฯสิทธิ'จี้สอบคุกคาม จากนั้นนายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ อนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน ในฐานะฝ่ายพยานผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ได้ตั้งข้อสังเกตจาก 2 ข้อกล่าวหาในการจับกุมกลุ่มนักศึกษาที่ทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และขัดคำสั่งคสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนนั้น หากแยกตามพฤติการณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ หรือที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน มาเทียบเคียงกับฐานความผิดตามข้อกล่าวหานั้น เห็นว่าไม่มีข้อใดที่เข้าข่ายว่ากระทำความผิด เนื่องจากจุดมุ่งหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 จนถึงฉบับชั่วคราว 2557 ได้มีการรับรองเรื่องประชาธิปไตยและประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ หากกล่าวหาเช่นนี้คงต้องมีการอธิบายว่าผิดอย่างไร อีกทั้งหากผิดทางอาญา ควรต้องขึ้นศาลอาญาหรือไม่ ขนาดสมัยจอมพลสฤษดิ์หรือจอมพลถนอมก็ใช้ศาลอาญาในการดำเนินคดี ศาลอาญาจะมีความเชี่ยวชาญและความเคยชินกับวิธีพิจารณาความอาญามากกว่า ซึ่งประเด็นนี้มีผลต่อสาระสำคัญอย่างมาก ที่กสม.ต้องให้ความสนใจ น.ส.รัตนมณี พลกล้า อนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่รัฐบาลออกมาระบุว่ามีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ตนเห็นว่าเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องพิสูจน์ความจริงมีหลักฐานที่ประจักษ์และยืนยันได้ แล้วค่อยไปตั้งข้อกล่าวหา เนื่องจากอาจเกิดความเข้าใจผิดกับนักศึกษาเหล่านี้ว่ามีเจตนาล้มล้างรัฐบาล ซึ่งคงไม่ใช่แบบนั้น ขณะเดียวกันขอให้กสม.ตรวจสอบการคุกคามทนายความกรณีการตรวจค้นรถของทนายความของนักศึกษาทั้ง 14 คน เนื่องจากทนายความจะมีกฎหมายคุ้มครองในการเก็บรักษาความลับของลูกความ เตรียมเชิญตร.-ทหารแจง 8 กค. จากนั้นนพ.นิรันดร์กล่าวสรุปว่า การชี้แจงในวันนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบให้เห็นว่ากลุ่มดาวดินทำงานกับคนยากจนในการช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิชุมชนมาตั้งแต่ปี 2540 ในฐานะกลุ่มดาวดินสามารถเรียกว่าเป็นนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน ซึ่งที่ผ่านมาตนได้รับข้อความในลักษณะที่เป็นการสาดโคลนเข้าหากันโดยไม่เข้าใจข้อมูลที่เท็จจริง จึงเชิญกลุ่มชาวบ้านที่รู้จักกลุ่มดาวดินมากว่า 10 ปีมาชี้แจง ไม่เช่นนั้นสังคมจะไม่ข้ามพ้นความขัดแย้ง เพราะตนไม่อยากให้กลับไปเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 นพ.นิรันดร์กล่าวว่า ส่วนประเด็นทางกฎหมายและการกระทำของรัฐที่มีการตั้งข้อหากบฏ ใช้ศาลทหาร แม้คิดว่ามีความชอบธรรม แต่ถ้าจะให้ชอบธรรมมากขึ้นต้องยึดหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน พยานหลักฐานต่างๆ ต้องชัดเจน รวมทั้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ที่มีการค้นรถทนายความ ซึ่งตนจะเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และสภาทนายความ มาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ปปช.ยอม-ลูกเหวงให้ข้อมูล99ศพ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีสลายการชุมนุมทางการเมืองช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ว่า ล่าสุดนพ.เหวง โตจิราการ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้แจ้งว่า มีข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลจากคณะกรรมการร่วมชันสูตรพลิกศพที่เสียชีวิตเนื่องจากเหตุการณ์ปะทะกันในวันที่ 10 เม.ย.2553 ที่มีนพ.สลักธรรม โตจิราการ บุตรชายเข้าไปร่วมในคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย และอยากให้ข้อมูลต่ออนุกรรมการไต่สวน เพราะเห็นว่า หากรับฟังข้อมูลจากพระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เพียงด้านเดียวอาจจะไม่ครบถ้วน "ซึ่งอนุกรรมการไต่สวนได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ให้เชิญนพ.สลักธรรม เข้ามาให้ข้อมูล โดยอนุกรรมการไต่สวนจะทำหนังสือเชิญภายใน 2-3 วันนี้" นายวิชากล่าว รัฐบาลชี้ต้องปรับปรุง'30 บาท เมื่อวันที่ 3 ก.ค. นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนกังวลอาจมีการเปลี่ยนแปลงระบบหลักประกันสุขภาพ หรือบัตรทอง หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค จนทำให้กระทบต่อการใช้สิทธิ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์ถึงบัตรทองเป็นผลจากประชานิยม ทำให้เป็นภาระที่ต้องหางบประมาณเพิ่มในส่วนนี้ ทำให้เกิดความกังวลดังกล่าว อย่างไรก็ดีนโยบายด้านสุขภาพต้องมีการทบทวน เพื่อให้ได้ข้อเสนอเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมที่สุด ที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บริหารกองทุนได้ดี แต่มีข้อที่ต้องปรับปรุงและกำลังดำเนินการให้เหมาะสมต่อไป เมื่อพิจารณาแล้วจะทราบว่างบประมาณที่มีอยู่นั้นน้อยเกินไปหรือไม่และการจะเพิ่มเติมต้องทำอย่างไร เมื่อถามว่า การปรับปรุงกองทุนจะใช้วิธีการร่วมจ่าย เพื่อทำให้งบประมาณเพียงพอ หรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดเรื่องการร่วมจ่ายแต่ไม่ได้ระบุชัดว่าจะต้องใช้วิธีใด แต่โดยหลักการวิธีการบริหารกองทุนสุขภาพในทั่วโลกจะใช้วิธีการร่วมประกัน คือ หากรัฐบาลร่วมจ่ายให้แล้วแต่งบประมาณที่มียังไม่พอประชาชนจะต้องร่วมประกันด้วย ส่วนวิธีว่าจะร่วมประกันแบบใดนั้นเป็นรายละเอียดต้องมีการศึกษาก่อนยังไม่สามารถ ตอบได้ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กำลังหารือแนวทางการปรับปรุงระบบหลักประกันสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีหลายฝ่ายมาร่วมหารือ มีทั้งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทส.โต้ลือป๋าป่วย-ยันแข็งแรงดี เมื่อวันที่ 3 ก.ค. พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ในฐานะนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกระแสข่าวพล.อ.เปรมป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ไม่เป็นความจริงแน่นอน พล.อ.เปรมไม่ได้เป็นอะไร ยืนยันว่าสุขภาพยังเเข็งเเรงดี และเพิ่งเดินทางไปร่วมเชิญมาลาหลวงในพิธีน้ำหลวงอาบศพบุคคลสำคัญที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. อยู่เลย พล.ท.พิศณุกล่าวต่อว่า กระเเสข่าวดังกล่าวก็เหมือนที่ผ่านมา ไม่ใช่ปล่อยข่าวครั้งเเรก ทำมาหลายครั้ง เพราะมีกลุ่มหรือฝ่ายที่โจมตีพล.อ.เปรมมาตลอด ถือว่าเป็นการบิดเบือน ข้อเท็จจริง ขอสื่อมวลชนช่วยนำเสนอว่าไม่เป็นความจริง ยิ่งลักษณ์พบแฟนเพจ 4 ล้านไลก์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในโอกาสร่วมดื่มกาแฟกับสมาชิกแฟนเพจคนที่ 4 ล้าน ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่ตนมีโอกาสร่วมดื่มกาแฟกับสมาชิกแฟนเพจคนที่ 4 ล้าน รู้สึกตื่นเต้น ประทับใจและอบอุ่นใจถึงความรักที่ทุกคนมีให้กัน ไม่คิดว่าคนที่เคยคุยกันทางเฟซบุ๊ก และมาพบตัวจริงวันนี้จะรู้สึกเหมือนเรารู้จักกันมานาน มีความผูกพันกัน "ขอบคุณที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอมาและขอบคุณที่ตั้งใจมาเจอกัน หลาย คนมาจากต่างจังหวัด สมาชิกแฟนเพจคนอื่นๆ อย่าลืมติดตาม หวังว่าคงมีโอกาสในครั้ง ต่อๆ ไป" ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับภาพที่โพสต์เป็นบรรยากาศระหว่างการดื่มกาแฟและพูดคุยกัน นอกจากนั้นยังมีบรรยากาศการถ่ายรูปที่ระลึกร่วมกัน รวมถึงการมอบของที่ระลึก โดยมีแฟนเพจคนอื่นๆ เข้ามาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก 'บิ๊กตู่'ย้ำที่ญี่ปุ่น-ปีหน้าเลือกตั้ง เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 3 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง ที่โรงแรมอิมพีเรียล ประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ระหว่างร่วมประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 7 วันที่ 2-4 ก.ค. ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง เข้าร่วมสัมมนากลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง 5 ประเทศ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งยืนยันว่า สถานการณ์ในไทยมีความสงบและมั่นคง การดำเนินชีวิตของประชาชนและการทำธุรกิจการลงทุนกลับมาเป็นปกติ รัฐบาลดำเนินการตามโรดแม็ปในขั้นที่สอง ที่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอนุมัติโครงการลงทุนที่มีประโยชน์ให้เริ่มดำเนินการได้ และเตรียมเข้าสู่ขั้นที่สาม คือขณะนี้มีร่างรัฐธรรมนูญที่จะทำประชามติในช่วงต้นปี 2559 จากนั้นถึงจะมีการเลือกตั้ง และส่งต่อวาระการปฏิรูปประเทศที่รัฐบาลเตรียมไว้ให้รัฐบาลในอนาคตมาทำต่อไป จากนั้นเวลา 15.00 น. ที่พระราชวังอิมพีเรียล พล.อ.ประยุทธ์ และผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ ผู้สื่อข่าวรายว่าระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมประชุมที่ญี่ปุ่น นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ทวีตลงทวิตเตอร์เป็นรูปการชุมนุมประท้วงและชูป้ายประท้วงคสช. โดยระบุว่าเป็นการประท้วงปล่อยตัว 14 นักศึกษาที่หน้ากระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียว

ไดอารี่'สมยศ'ไขคดี ปม 80 ล. ขัดแย้งคนใกล้ตัว 'เสี่ยคาเฟ่'โกรธสุดๆ ถึงขั้นลงมือทำร้าย ตร.เค้น'เจ๊รัศมี'อีก! คิวต่อไป-ลูกอีกเมีย ที่ถูกลูกสาวซัดทอด

ไดอารี่'สมยศ'ไขคดี ปม 80 ล. ขัดแย้งคนใกล้ตัว 'เสี่ยคาเฟ่'โกรธสุดๆ ถึงขั้นลงมือทำร้าย ตร.เค้น'เจ๊รัศมี'อีก! คิวต่อไป-ลูกอีกเมีย ที่ถูกลูกสาวซัดทอด ไดอารี่'สมยศ สุธางค์กูร'ช่วยชี้เบาะแส ตร.เปิดบันทึกอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่เมืองหลวง พบประเด็นเงิน 80 ล้านหายไปจากบัญชีแบงก์ โดยคนใกล้ตัวนำไปลงทุนแล้วเจ๊ง สร้างความไม่พอใจ จนขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เพิ่มน้ำหนักประเด็น คนใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับการตายยิ่งขึ้น หลังวิเคราะห์เชื่อมกับที่มือปืนมั่นใจไปรอลั่นไกที่ร้านหูฉลามนานถึง 5 ช.ม. แสดงว่าต้องได้รับสัญญาณชัดเจนจากคนใกล้ชิดเหยื่อ ตร.เตรียมเรียกสอบเมียกับลูกสาวอีกครั้ง หลังจากสอบแล้วหลายรอบ รวมทั้งเรียกลูกอีกคนที่เกิดกับเมียนักร้องคาเฟ่มาสอบด้วย ตร.สอบแล้ว 'เฮียม้อ' ที่มีคดีแจ้งจับเรื่องรับเงิน 15 ล้านไปวิ่งเต้น คดีแต่ทำไม่สำเร็จ ไม่พบพิรุธถึงขั้นจะเป็นสาเหตุ วันที่ 04 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 25 ฉบับที่ 8984ข่าวสดรายวัน สอบอีก- ตำรวจกองปราบฯเชิญนางรัศมี และน.ส.ณัฐธิดา สุธางค์กูร ภรรยาและลูกสาวนายสมยศ สุธางค์กูร เข้าให้ปากคำอีกครั้ง ขณะที่แนวทางการสืบสวนของตำรวจยังคง ให้น้ำหนักไปที่คนใกล้ชิดของผู้ตาย ซึ่งมีปัญหาเรื่องเงินทองจำนวนมหาศาล เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ความคืบหน้าคดีมือปืนบุกยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่เมืองหลวง เสียชีวิตขณะขึ้นรถเบนซ์บริเวณลานจอดรถร้านหูฉลาม ย่านสวนหลวง กทม. ต่อหน้าภรรยา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมสังหารไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องทวงเงิน 24 ล้านบาทจากหญิงสาวคนสนิท เรื่องที่ดินย่านพระราม 9 เรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ ก่อนจะขมวดปมมุ่งน้ำหนักไปยังบุคคลใกล้ชิด ล่าสุดเมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่กองปราบปราม นางรัศมี สุธางค์กูร อายุ 53 ปี พร้อมด้วยน.ส.ณัฐธิดา สุธางค์กูร อายุ 25 ปี ภรรยาและบุตรสาวของนายสมยศ สุธางค์กูร เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผบก.ป. และพนักงานสอบ สวนกองปราบฯ นางรัศมี เปิดเผยก่อนพบพนักงานสอบ สวนกองปราบฯ ว่า จนถึงขณะนี้ยังเชื่อว่าปมสังหารสามีน่าจะมีอยู่ 2 ถึง 3 เรื่อง ทั้งเรื่องถูกโกงพนัน เรื่องปัญหาที่ดินเช่าย่านพระราม 9 ที่มีการฟ้องครอบครองปรปักษ์ ส่วนเรื่องรับวิ่งเต้นคดีนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด ทั้งนี้สามีไม่เคยมีหนี้สินใดๆ และทำประกันชีวิตไว้เพียง 2 กรมธรรม์เท่านั้น ภรรยานายสมยศ เปิดเผยต่อว่า ในวันเกิดเหตุ หลังจากไปพบแพทย์ที่ร.พ.รามคำแหง ตอนแรกตั้งใจไปรับประทานอาหารที่ร้านภายในโฮมโปร ย่านศรีนครินทร์ แต่สามีเปลี่ยนใจ มารับประทานที่ร้านเฮงหูฉลามเสร็จแล้วสามีแยกไปเข้าห้องน้ำ ส่วนตนมาติดเครื่องรถรอ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำปกติทุกครั้งอยู่แล้ว ตอนนี้ แค่อยากถามไปยังผู้บงการ และมือปืนว่า นายสมยศไปทำอะไรให้ ถึงกับต้องทำกันแบบนี้ จึงขอวิงวอนตำรวจเร่งจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด ส่วนน.ส.ณัฐธิดา ลูกสาวนายสมยศกล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนใกล้ตัวพ่อ ซึ่งได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้วว่า พ่อมีผู้ปองร้าย ส่วนเรื่องเฮียม้อที่แจ้งความดำเนินคดีพ่อเรื่องค่าวิ่งเต้นคดี 15 ล้านบาทนั้น ทราบเพียงว่าเฮียม้อเคยมาขอให้พ่อช่วยเรื่องคดีความให้เท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียด เพราะตนเพิ่งเรียนจบยังไม่รู้อะไรมากนัก หลังจากให้ปากคำที่กองปราบฯแล้วจะไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนที่บช.น.ด้วย จากนั้นวันที่ 4 ก.ค. จะเข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ที่สน.คลองตัน อีกครั้ง ด้านพ.ต.อ.สุทินเปิดเผยว่า เชิญภรรยาและบุตรสาวของผู้ตายมาให้ข้อมูล เพื่อสอบถามถึงคำให้การที่เคยให้ไว้กับพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้ แต่ยังมีบางประเด็นที่น่าสงสัย ก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป นอกจากภรรยาและบุตรสาวของผู้ตายแล้ว ก็อยู่ระหว่าง ติดต่อนางศุภนิดา นรรัตน์ หรือก้อย หญิงสาวคนสนิทของผู้ตาย, นายสมชัย นิตยา หรือเล็ก อดีตสามีของนางศุภนิดา, พ.อ.ภาณุ จันทร์ศรี หรือเสธ.ณุ ที่ผู้ตายเคยให้ไปทวงเงินจากนางก้อยและนายเล็ก รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูลด้วย นางรัศมี เปิดเผยอีกครั้งภายหลังให้ปากคำนาน 2 ชั่วโมงว่า ตำรวจสอบปากคำประเด็นทั่วๆ ไป ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้ง ข้อมูลของสามี โดยไม่ได้มุ่งประเด็นใดประเด็น หนึ่ง ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่เคยให้การกับตำรวจสน.คลองตัน ไปก่อนหน้านี้ ทั้งประเด็นที่วันเกิดเหตุนางก้อยโทรศัพท์มาขอยืม เงินจากตน 2 แสนบาท นางก้อยยังถามต่อว่าจะเดินทางไปที่ไหนบ้างในวันนั้น ซึ่งตอบไปว่าไปร.พ. รามคำแหง เสร็จแล้วจะไปกินหูฉลาม ขอยืนยันว่าในวันเกิดเหตุ มีนางก้อยเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้ความเคลื่อนไหว ส่วนกรณีของ เฮียม้อหรือเสี่ยม้อนั้น ไม่เคยคุยกัน เนื่องจากคดีความที่ฟ้องร้องสามียังไม่สิ้นสุด ด้านน.ส.ณัฐธิดากล่าวว่า วันเกิดเหตุมีเพียง นางก้อยเท่านั้นที่โทรศัพท์มาสอบถามความเคลื่อนไหวของพ่อ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพ่อจะมากินหูฉลามที่ร้านนี้เท่านั้น นางก้อยก็เคยมากินด้วย ถึงตอนนี้เชื่อว่าการตายของพ่อมีคนใกล้ชิด ที่รู้เห็น และมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากคนที่ต้องสงสัยรายนี้ไม่ถูกกับตนและพ่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า คนใกล้ชิดที่ว่าน่าสงสัยว่าเป็นใคร น.ส.ณัฐธิดากล่าวว่า บุคคลที่มีความขัดแย้งกับตนและพ่อก็คือลูกชายภรรยานอกสมรสของพ่อ ซึ่งก็เป็นน้องชายตนเองแต่คนละแม่ โดยแม่ของน้องชายเคยเป็นนักร้องที่คาเฟ่ของพ่อ ปัจจุบันตัวของแม่อยู่ต่างจังหวัด แต่ตัวน้องชายอยู่ที่กรุงเทพฯ ตนเพิ่งทราบความจริงเมื่อ 4 ปีที่แล้วว่าพ่อมีลูกชายอีกคน แต่ไม่ได้คิดอะไรและยังไปมาหาสู่กันตลอด กระทั่งเมื่อปีที่แล้วน้องชายเริ่มเปลี่ยนไป และแสดงให้รู้ว่าไม่ชอบพ่อและตนอย่างรุนแรง จากนั้นขาดการติดต่อไป ลูกสาวนายสมยศ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญเคยได้ยินน้องชายบ่นเชิงตัดพ้อว่าไม่ชอบพ่อ คิดว่าพ่อไม่รัก และถึงขั้นเกลียดพ่อ ซึ่งตนจำได้ขึ้นใจ ส่วนเรื่องเงินประกันชีวิตที่พ่อทำไว้ ปกติพ่อไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว แต่มีกรรมธรรม์ 2 ฉบับ วงเงินประกัน 4 แสนบาท ใบแรกให้แม่ และใบที่สองให้ตน ตามปกติพ่อเป็นคนละเอียด และจดข้อมูลทุกอย่างลงในสมุดบันทึก แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปตรวจสอบแล้ว แต่ที่ผิดปกติคือช่วงหลังพ่อนำอาวุธปืนมาเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานชั้นล่างภายในบ้าน จากเดิมเก็บไว้ในห้องนอนชั้นสอง แต่พ่อไม่เคยเล่าให้ฟังว่าถูกข่มขู่หรือถูกปองร้าย เพราะกลัวว่าครอบครัวจะวิตกกังวล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์นางรัศมีมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้จากการตรวจสอบกรมธรรม์ประกันชีวิตของนายสมยศพบว่ามี 2 ฉบับ ฉบับแรกนายสมยศยกผลประโยชน์ให้บิดาและมารดา ส่วนฉบับ 2 ให้กับน.ส.ณัฐธิดา ลูกสาว นอกจากนี้นางรัศมีได้นำโฉนดที่ดินที่มีชื่อของนายสมยศครอบครองมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจำนวน 9 ฉบับ รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯ เชิญตัว "เฮียม้อ" อายุ 44 ปี มาสอบปากคำกรณีว่าจ้างนายสมยศ 15 ล้านบาทเพื่อช่วยวิ่งเต้นคดี แต่นายสมยศทำไม่สำเร็จจนมีการ ฟ้องร้องดำเนินคดีกันนั้น โดยเฮียม้อให้การว่าเคยมีปัญหากับนายสมยศจริง คดีดังกล่าวเกิดตั้งแต่เดือนต.ค.2556 ครั้งนั้นแจ้งความกองปราบฯให้ดำเนินคดีกับนายสมยศ และนางรัศมี ภรรยา ข้อหาฉ้อโกง และฐานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินเพื่อให้เจ้าพนักงานกระทำการตาม เป็นเงินทั้งหมด 15 ล้านบาท เฮียม้อให้การอีกว่า จ่ายเงินให้นายสมยศเพื่อให้ช่วยเหลือคดีที่เพื่อนถูกจับคดียาเสพติด คดีอยู่ระหว่างรอการตัดสินชั้นฎีกา เนื่องจากเห็นว่านายสมยศเป็นทนายความที่มีชื่อเสียงทางด้านนี้ และรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เยอะ หลังจากเจรจานายสมยศรับปากว่าสามารถช่วยเหลือได้แน่นอน และยังพาไปพบกับผู้ใหญ่หลายคน จนเชื่อมั่นในศักยภาพของนายสมยศ กระทั่งยอมโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของนางรัศมีหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินทั้งหมด 15 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าหลังจ่ายเงินไปแล้วนายสมยศไม่สามารถทำตามที่รับปากได้ จึงแจ้งความเอาผิดกับนายสมยศดังกล่าว รายงานข่าวเผยอีกว่า พนักงานสอบสวนเรียกตัวนายสมยศและนางรัศมีมาแจ้งข้อกล่าวหาคดีที่เฮียม้อแจ้งจับ แต่ภายหลังทราบทั้งสองฝ่ายมีการเจรจา และใช้เงินคืนในบางส่วนแล้ว ทางเฮียม้อก็เลยไม่ได้ติดใจอะไร อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ทีมสืบสวนกองปราบฯยังไม่ได้ตัดทิ้งไป จะต้องสืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดร. เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า แรงกดดันสำหรับคดีนี้ถามมาว่าจะสามารถจับคนร้ายได้เมื่อไหร่ ขอแจ้งว่าคณะทำงานจะไม่ด่วนสรุปในทุกประเด็น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนและตรวจสอบเพิ่มเติมในเรื่องของทรัพย์สินทั้งทรัพย์สินที่เสียไปแล้ว ทรัพย์สินที่ยังมีผลต่อไป ทรัพย์สินส่วนตัว และประเด็น ว่าใครจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์หากนายสมยศเสียชีวิต เจ้าหน้าที่พยายามขยายผลหาความเชื่อมโยงประเด็นนี้ รวมทั้งหาความเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยรายใหม่ด้วย "ยืนยันว่า ยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งผู้ที่เรียกมาสอบปากคำเป็นกลุ่มแรก รวมถึงให้น้ำหนักเรื่องใดเป็นพิเศษทั้งเรื่องของหนี้สินการพนัน การซื้อขายที่ดิน ตลอดจนเรื่องของการตกลงเคลียร์คดีความให้" รอง ผบ.ตร.กล่าว และว่า เมื่อวานนี้ได้เร่งรัดการสืบสวนเพื่อสรุปผล ทั้งหลักทางนิติวิทยาศาสตร์ หลักอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบ อาทิ สถานที่เกิดเหตุ สภาพแวดล้อมต่างๆ รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ชุดสอบสวนเรียกสอบปากคำภรรยาและบุตรสาวของนายสมยศหลายครั้ง เป็นการบ่งชี้หรือมีนัยยะอะไรหรือไม่นั้น การมีนัยยะสำคัญนั้นเป็นสิ่งที่สังคมต้องไปคิดเอาเอง เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อสรุป แต่เรียกสอบเพื่อให้ข้อมูลรอบด้านและไม่ได้เป็นการชี้นำไปที่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่ประเด็นบุคคล ใกล้ชิดเป็นหนึ่งประเด็นที่ตำรวจไม่เคยมองข้าม มีการตรวจสอบสัมพันธ์ของคนในครอบ ครัวแล้วพบความขัดแย้งหรือไม่ ต้องขอสงวนไว้ในสำนวน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมเรียกบุตรบุญธรรมของนายสมยศมาสอบปากคำเพิ่มเติมด้วย ส่วนจะออกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่ต้องติดตามต่อไป ซึ่งเย็นวันนี้จะประชุมคณะทำงานตามปกติ วันเดียวกัน เวลา 19.00 น.ที่บก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. หัวหน้า ชุดคลี่คลายคดีสังหารนายสมยศ อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่เมืองหลวง เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.5 ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ร่วมกับชุดสืบสวนกองปราบฯ นำโดย พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เพื่อวางแผนการคลี่คลายคดี โดยประเด็นสังหารหลักๆ ยังตั้งไว้ 3 ประเด็น ได้แก่ เรื่องถูกโกงการพนัน, เรื่องรับวิ่งเต้นช่วยเหลือคดียาเสพติด และเรื่องที่ดินย่านพระราม 9 สำหรับ เรื่องการพนันนั้น ชุดสืบสวนนำตัว นางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ อายุ 48 ปี หญิงสาวคนสนิทนายสมยศมาสอบสวนปากคำ กรณีเคยร่วมกับนายสมชัย นิตยา หรือเล็ก ชุมพร อายุ 51 ปี อดีตสามี หลอกนายสมยศไปเล่นไพ่แล้วโกงเงินไปหลายล้านบาท ต่อมา เจ้าพ่อคาเฟ่ตามบีบบังคับทวงเงินคืน ทั้งนี้ ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว รวมทั้งพ.อ.ภาณุ จันทร์ศรี หรือเสธ.ณุ นายทหารนอกราชการ ที่นายสมยศเคยให้ไปทวงเงิน, นายปริญญา หรือปีเตอร์ ปิยะภาค เพื่อนของนางก้อย และน.ส.มุกรินทร์ หรือเรียม นิตยา อายุ 45 ปี น้องสาวนายเล็ก เบื้องต้นชุดสืบสวนยังไม่พบพิรุธหรือหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนายสมยศ นอกจากนี้ ชุดคลี่คลายคดีได้สอบปากคำนางศุภนิดา หรือก้อย สืบเนื่องจากนางรัศมี ภรรยานายสมยศ ให้การว่า นางก้อยโทรศัพท์มายืมเงินในวันเกิดเหตุ และรู้ว่านายสมยศจะเดินทางไปที่ร้านเฮงหูฉลาม จากนั้นนายสมยศ ก็ถูกคนร้ายมาดักยิงเสียชีวิต ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ สอบถามถึงกรณีดังกล่าว นางก้อยแสดงอาการ ไม่พอใจภรรยานายสมยศที่กล่าวหาประเด็นนี้ โดยนางก้อยยืนยันว่าไม่รู้ว่านายสมยศจะไปกินหูฉลาม เพราะระหว่างคุยไม่ได้ถามเลยว่าจะไปไหนกันต่อ ดังนั้น ชุดคลี่คลายคดีจึงเรียก นางรัศมี ภรรยานายสมยศมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากต่างฝ่ายต่างให้การพาดพิงกัน เนื่องจาก เป็นประเด็นสำคัญที่ชุดคลี่คลายคดีตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมือปืนถึงมั่นใจว่าเป้าสังหารต้องมาที่ร้านหูฉลามอย่างแน่นอน ถึงกับมาดักรอตั้งแต่ช่วง 5 โมงเย็นก่อนจะลงมือในเวลาประมาณ 4 ทุ่ม อีกทั้งจากการสอบสวนพยานให้การว่า ขณะที่นายสมยศเดินทางมาถึงร้านหูฉลามมือปืนไม่ได้ลงมือทั้งที่มีโอกาส แต่กลับรอกระทั่งรับประทานอาหารเสร็จ จึงลงมือยิงตอนเดินมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ทั้งนี้ ชุดคลี่คลายคดีของบช.น.จะเชิญภรรยา และลูกสาวนายสมยศมาสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง เกี่ยวกับสถานภาพครอบครัวว่ามีเรื่องระหองระแหงกันหรือไม่ เนื่องจากการตรวจสมุดบันทึกหรือไดอารี่ของนายสมยศพบว่าผู้ตายเคยเขียนบันทึกไว้ว่า เคยลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บจนฟกช้ำดำเขียว โดยเจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลตามที่ผู้ตายบันทึกไว้ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร และเคยเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด สมุดบันทึกของนายสมยศจะจดบันทึกเหตุการณ์สำคัญแต่ละวันที่เกิดขึ้น เช่น รายละเอียดของสถานที่ไปไว้ก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง พอทำเสร็จธุระเรียบร้อยแล้วก็จะกาขีดฆ่าทิ้ง โดยวันเกิดเหตุก็เขียนลงสมุดว่าไปที่ร.พ.รามคำแหง แต่ไม่มีเขียนบอกว่าจะไปร้านเฮงหูฉลามแต่อย่างใด นอกจากนี้ ชุดสืบสวนได้ติดต่อพ.ต.ท. เสนาะ มณีฤทธิ์ นรต.รุ่น 36 นายตำรวจที่ลาออกจากราชการไปประกอบธุรกิจทีวีดาวเทียมช่องเคเอ็มชาแนล มาให้ปากคำเกี่ยวกับรถเบนซ์ ทะเบียน ฌร 3636 กรุงเทพฯ คันที่นายสมยศนั่งในวันเกิดเหตุ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าพ.ต.ท.หญิงนงเยาว์ มณีฤทธิ์ ภรรยา พ.ต.ท.เสนาะ เป็นเจ้าของรถเบนซ์คันดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าพ.ต.ท.เสนาะเช่าอาคาร ของนายสมยศทำกิจการทีวีดาวเทียม และติดค้างค่าเช่าอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท พ.ต.ท. เสนาะจึงใช้รถเบนซ์ค้ำประกันหนี้ไว้ก่อน ซึ่งชุดคลี่คลายคดีจะคลี่คลายประเด็นนี้ให้กระจ่าง ด้านพล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็น ใดทิ้ง เพราะหลักฐานโดยเฉพาะพยานเอกสารค่อนข้างเยอะยังได้ไม่ครบ ทั้งที่เกี่ยวกับคดีที่ผู้ตายช่วยเหลือและหลักฐานทางการเงิน โดยให้ภรรยาผู้ตายช่วยตรวจสอบ คาดว่าจะใช้เวลา ประมาณ 2-3 วัน จะสามารถสรุปประเด็นให้แคบลงได้ ส่วนการสอบปากคำพยานที่เกี่ยว ข้องกับประเด็นที่ดินนั้น ยังอยู่ระหว่างเรียกคู่กรณีที่ผู้ตายได้เขียนบันทึกไว้ประมาณ 20 คดี ตรวจสอบว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้าง รวมถึงสอบปากคำความเป็นมา กำลังไล่ลำดับทีละเรื่อง รวมถึงเรื่องการตรวจสอบข้อมูลในไดอารี่ และคลิปเสียงที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ มีเพียงแค่คลิปเสียงสั้นๆ ยังไม่มีข้อความอะไรที่เกี่ยว ข้องเท่ากับทางคดีมากนัก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องคดีความ และมีเพียงเสียงที่พูดคุยกับลูกความบ้างเท่านั้น ส่วนการติดตามคนร้ายนั้น ตรวจสอบกล้อง วงจรปิดคืบหน้าพอสมควร หลักฐานหัวกระสุน ปืนจากศพผู้ตายที่ได้ให้ทางพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลคดีเก่าว่ามีคดีใดที่ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ก่อเหตุ เพื่อเร่งติดตามข้อมูลคนร้ายต่อไป รายงานข่าวจากชุดคลี่คลายคดีเปิดเผยว่า แม้จะตั้งประเด็นสังหารไว้หลายประเด็น แต่จากพยานหลักฐานที่มากขึ้นทำให้พอจะขมวดปมแคบลงมุ่งน้ำหนักไปยังบุคคลใกล้ชิดของนายสมยศ โดยพบพยานหลักฐานว่าเมื่อตอนต้นปีนายสมยศไปร่วมงานวันเกิดที่ จ.กาญจนบุรี ระหว่างเดินทางกลับถูกลอบยิงแต่รอดตาย มาได้ นายสมยศไม่แจ้งความแต่เก็บตัวและระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะรู้ว่ามีคนมุ่งร้ายหมายเอาชีวิต ดังนั้น การที่มือปืนไปรอสังหาร ที่ร้านหูฉลามนานถึง 5 ช.ม.ด้วยความมั่นใจว่านายสมยศต้องมาแน่ๆ แสดงว่ามือปืนต้องได้ข้อมูลจากคนใกล้ชิดของนายสมยศ เพราะถึงแม้ร้านหูฉลามดังกล่าวจะเป็นร้านประจำ แต่นายสมยศไม่ได้ไปนาน 5 เดือนแล้ว ครั้งแรกที่ไปกินหูฉลามในรอบ 5 เดือนก็ถูกมือปืน ไปสังหารจนเสียชีวิต ซึ่งข้อสงสัยนี้ทำให้ เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อความกระจ่างชัด รายงานข่าวเผยอีกว่า จากการตรวจสอบสมุดบันทึกของนายสมยศ ได้บันทึกเรื่องสำคัญไว้เรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องเงินในบัญชีธนาคารหายไป 80 ล้านบาท ซึ่งนายสมยศบันทึกว่าคนใกล้ชิดนำเงินจากบัญชีไปทำธุรกิจแต่ไม่ประสบความสำเร็จ สร้างความไม่พอใจให้นายสมยศอย่างมากจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคนใกล้ชิดรายนี้ จากข้อมูลดังกล่าววิเคราะห์เข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชุดคลี่คลายคดีมุ่งมายังคนใกล้ชิดของนายสมยศน่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่เมืองหลวง

'ดับบลิวเอชเอ' ลั่น กำไรครึ่งปีหลัง โตก้าวกระโดด เผยกองทุนแห่สนใจเข้าลงทุน หลังเข้า SET50

'ดับบลิวเอชเอ' ลั่น กำไรครึ่งปีหลัง โตก้าวกระโดด เผยกองทุนแห่สนใจเข้าลงทุน หลังเข้า SET50 บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA ระบุ ครึ่งปีหลังกำไรโตก้าวกระโดด ผลจากการที่บริษัทฯรับรู้กำไรจาก บมจ.เหมราช แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมคลังสินค้า เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน ด้าน “ นพ.สมยศ อนันตประยูร ” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เชื่อครึ่งปีหลัง จะเป็นคิวทองของ WHA พร้อมระบุ สบช่องทางหลังบริษัทฯเข้าคำนวณ ในSET 50 เปิดทางกองทุนขนาดใหญ่ถือหุ้น เชื่อสร้างเสถียรภาพราคาหุ้นระยะยาว นายแพทย์ สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ผู้ดำเนินธุรกิจด้าน Logistics และเป็นผู้นำในด้าน Built to Suit ศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และโรงงานมาตรฐานระดับโลกมานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในครึ่งหลังปี 2558 จะดีกว่าครึ่งแรกปี 2558 เนื่องจากบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน หรือ HEMRAJ ซึ่งแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2/2558 ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า อีกทั้ง ธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าซึ่งเป็นธุรกิจหลัก จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในครึ่งปีหลังเช่นกัน ทั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯจะไม่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางการเงินของดีลการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท และบริษัท เหมราชฯ ขณะที่ด้านรายรับจะรับรู้รายได้และกำไรเต็มไตรมาส นอกจากนี้ยังมีการขายสินทรัพย์เข้า REIT จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการเงินของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะเร่งนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ ช่วยประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ ตามแผนคือเดือน ก.ย. นี้ โดยบริษัทฯมีแผนขายอาคารสำนักงานเข้า REIT ในมูลค่าประมาณ 2.4 พันล้านบาท, ขายสินทรัพย์โรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าของ HEMRAJ ในมูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท และขายสินทรัพย์คลังสินค้าให้เช่าของ WHA ในมูลค่า 4.8 พันล้านบาท ทำให้สามารถบันทึกกำไรได้เพิ่ม สำหรับ ธุรกิจพัฒนาและให้เช่าโครงการคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงาน ซึ่งบริษัทฯเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศ ในครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงไฮซีซั่น จึงเชื่อว่าผลประกอบการของธุรกิจนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก ขณะที่ธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงาน ได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด ซึ่งบริษัทวางเป้าหมายมีผู้เช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงาน ประมาณ 75-80% ของพื้นที่ทั้งหมด 21,500 ตารางเมตร แต่คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีนี้ จะมีผู้เช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานเพิ่มเป็น 90% ของพื้นที่ทั้งหมด “ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯ คาดว่าเป็นไปตามเป้าหมาย คือมีรายได้ปีนี้เกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท เติบโต 400 % จากปี 2557 ที่มีรายได้ 5.05 พันล้านบาท และกำไรสุทธิในปีนี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจากปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 978.62 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจใน 4 ส่วนคือ รายได้จากค่าเช่า รายได้จากเงินปันผล และรายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน และรายได้ที่สามารถรับรู้จากผลการดำเนินงานของHEMARAJ ” นายแพทย์สมยศ กล่าว    นอกจากนี้ นายแพทย์สมยศ ยังได้กล่าวถึงกรณี ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ได้ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีSET50 SET100 และ SETHD สำหรับรอบครึ่งหลังของปี 2558 (1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม) โดยบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี SET 50 และ SET 100 นั้น จะเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศสนใจลงทุนในบริษัทฯ ได้มากขึ้น เพราะการเข้าคำนวณใน SET 50 ได้นั้น หมายถึงมาร์เก็ตแคป ของบริษัทฯ มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีมาร์เก็ตแคปที่ประมาณ 52,575 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2558) ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นกว่า670% เมื่อเทียบกับในช่วงที่บริษัทฯได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อปี 2555 ล่าสุด กองทุนต่างประเทศ ให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมั่นใจในศักยภาพธุรกิจและการบริหารงานของบริษัทฯ ที่มีความเป็นมืออาชีพ มีการเติบโตสูง มีความเสี่ยงต่ำ ประกอบกับที่ผ่านมา บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีกลุ่มฐานลูกค้าคุณภาพ และมีสภาพคล่องหุ้น หมุนเวียนตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด ปัจจัยดังกล่าว ล้วนเป็นสิ่งดึงดูดให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในธุรกิจของบริษัทฯ “เมื่อเข้าSET 50 แล้ว แน่นอนว่ากองทุนต่างประเทศหลายๆ แห่ง จะเข้าลงทุนในหุ้น WHA มากขึ้นอีกจากเดิมที่มีกองทุนยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของโลก คือ Capital Research เข้ามาถือหุ้นของบริษัทเกิน 5% เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ด้วยมาร์เก็ตแคปที่ใหญ่ สภาพคล่องที่ดีเป็นไปตามเกณฑ์ ข้อกำหนดของหลายๆ กองทุน และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีกองทุนต่างประเทศหลายแห่งติดต่อขอข้อมูลบริษัทมาแล้ว ” นายแพทย์สมยศ กล่าว ………………………………………… เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย : บริษัท มีเดีย แพลนเนอร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด ในนาม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) : รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ นาถฐิตา นัคราบัณฑิต (จอย) 081-575-6412 , เกสสุดา ฤทธิมาศ (อิ้ว) 089-692-6137 โทร: 02-664-3856 E-mail : Pr.mediaPlanner@gmail.com , media-planner@hotmail.com

RWI จับมือพันธมิตรในลาว รุกตลาดเออีซี ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกเป็น 10% ในปี 59

RWI จับมือพันธมิตรในลาว รุกตลาดเออีซี ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกเป็น 10% ในปี 59 RWI จับมือพันธมิตรในลาว เดินเครื่องเต็มสูบรุกตลาดโครงสร้างพื้นฐาน เออีซี ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเป็น 10% ภายในปี 59 จากปัจจุบันอยู่ที่ 5% ลั่นสร้างชื่อเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาชั้นนำอาเซียน รศ.ดร.เชนินทร์ เชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ข้อสรุปกับผู้นำเข้ารายสำคัญในประเทศลาว เพื่อเป็นพันธมิตรในด้านการขยายตลาดโดยเป็นผู้รับเหมาและผู้ผลิตแผ่นพื้นคอนกรีต เสาเข็ม รวมทั้งเสาไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งออกได้ภายในสิงหาคมปีนี้และจะขยายการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่ม เออีซี เพิ่มเติมในปลายปีนี้โดยบริษัทฯตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกเป็น 10% ภายในปี 59 จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 5% ซึ่งแผนงานการส่งออกในปีนี้ บริษัทฯจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงขยายตลาดสู่ต่างประเทศเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างของภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น พร้อมกันนี้ ได้มีการหารือกับพันธมิตรที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศพม่า ที่ก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เช่นเขื่อน โดย RWI จะสนับสนุนความรู้ด้านเทคนิคในการก่อสร้าง ที่จะใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างน้อยลง “ตลาดต่างประเทศ เราจะขยายการส่งออกเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศลาว ซึ่งเป็นประเทศที่ความต้องการใช้ลวดเหล็กแรงดึงสูงในอัตราที่มากขึ้น จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนตามแผนพลังงานของลาวกว่า 20 แห่งภายใน 3-4 ปีนี้ การก่อสร้างเส้นทางรถไฟ ลาว-จีน ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร ใช้รางรถไฟความกว้างราง 1.435 เมตร ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการก่อสร้างเมืองหลวงใหม่ของแขวงเวียงจันทน์ที่จะแล้วเสร็จในปี 2020 รวมถึงการก่อสร้างสนามบินอีกหลาย แห่ง ภายใน 3 ปีนี้” รศ.ดร.เชนินทร์กล่าว ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทฯมีการสั่งเครื่องจักร 3 เครื่องจากยุโรป ส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นได้ถึง 60,000 ตันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของลวดเหล็กแรงดึงสูง ทั้งเส้นเดี่ยว และแบบตีเกลียว ที่ใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ Best regards,The Way Communications Co.,Ltd Noble Cube Pattanakarn 1104/374 Pattanakarn Road, Suan Luang Sub-district, Suan Luang District Bangkok, Thailand 10250 Tel: 02-170-8011 Fax: 02-170-8012 Website: www.theway.co.th

ผ่านฉลุย! ผถห. CWT ไฟเขียวลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ 1,469 ลบ. เชื่อมั่นบริษัทฯ และพันธมิตรมีศักยภาพ ทำงานได้จริง

ผ่านฉลุย! ผถห. CWT ไฟเขียวลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ 1,469 ลบ. เชื่อมั่นบริษัทฯ และพันธมิตรมีศักยภาพ ทำงานได้จริง ผู้ถือหุ้น ‘ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป’ จำกัด (มหาชน) หรือ CWT โหวตอนุมัติลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะมูลค่า 1,469 ล้านบาท ย้ำความเชื่อมั่นพันธมิตรทั้ง 2 รายมีศักยภาพระดับโลก มีประสบการณ์ และทำงานได้จริง นายวีระพล ไชยธีรัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อขออนุมัติผู้ถือหุ้นในการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานขยะมูลค่า 1,469 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติให้ลงทุนในโครงการดังกล่าว ด้วยมติเห็นด้วย 99.99% จากจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม 117 ราย คิดเป็น 52.79 %ของผู้ถือหุ้นทั้งหมด และมีเสียงในการลงมติ 198,990,072 เสียง คิดเป็น 99.99 % จากจำนวนเสียงทั้งหมด ทั้งนี้ หลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นนายวีระพล เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯมีมติเห็นด้วยเนื่องจากเห็นถึงความสำคัญ และสนับสนุนในการลงทุนโครงการดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทฯ และบริษัทพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้ง 2 คือ บริษัท ซีโรเวซท์ จํากัด หรือ ZW และบริษัท ลาวี เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จํากัด หรือ LAWI ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการขยะ และการผลิตไฟฟ้าพลังงานขยะระดับโลก ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ นายวีระพลยืนยันว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น ทั้งในด้านของความมั่นคง และผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างแน่นอน ‘เรามีความยินดีที่ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติในการลงทุนครั้งนี้ และขอบคุณที่ผู้ถือหุ้นเห็นความสำคัญ และสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความเชื่อมั่นในพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และสามารถทำงานได้จริงของเรา โดยจากนี้เราขอยืนยันว่าจะมุ่งมั่นสร้างความมั่นคง และสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่’ นายวีระพลกล่าว Best regards, The Way Communications Co.,Ltd Noble Cube Pattanakarn 1104/374 Pattanakarn Road, Suan Luang Sub-district, Suan Luang District Bangkok, Thailand 10250 Tel: 02-170-8011 Fax: 02-170-8012 Website: www.theway.co.th


   
×

Message

Content unpublished

   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
000749980
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987654442
2270
20614
704706
10290
107288
749980
Your IP: 54.198.69.193
Sat, 04 Jul 2015 01:37:46 +0000
   
© ALLROUNDER