FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


ผงะเซฟพงศ์พัฒน์ เงินพันล. ชี้ทำเสื่อมพระเกียรติ ทั้ง'โฉนด-พระ'เฉียดหมื่นล้าน ผบ.ตร.ให้ออกพร้อม'7 ตำรวจ'กัน'ผู้การกองปราบ'เป็นพยาน ยันผกก.1 ป.ที่ตกตึก-ฆ่าตัวตาย

วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8762ข่าวสดรายวันผงะเซฟพงศ์พัฒน์ เงินพันล. ชี้ทำเสื่อมพระเกียรติทั้ง'โฉนด-พระ'เฉียดหมื่นล้าน ผบ.ตร.ให้ออกพร้อม'7 ตำรวจ'กัน'ผู้การกองปราบ'เป็นพยาน ยันผกก.1 ป.ที่ตกตึก-ฆ่าตัวตาย คดีใหญ่- เจ้าหน้าที่สอบปากคำและ แจ้งข้อหาพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผบช.ก. ที่เซฟเฮาส์ ก่อนนำตัวมาควบคุม ไว้ที่สน.แห่งหนึ่ง เตรียมส่งฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 24 พ.ย. ตะลึงค้นบ้าน'พล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์'อดีตผบช.ก. พบเงินสดนับพันล้านซุกในตู้เซฟหลายใบพร้อมยึดโฉนดที่ดิน-พระเครื่องจำนวนมากมูลค่าเฉียดหมื่นล้านบาท ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการพร้อม 6 ตร. ขณะที่ ผบช.สตม.ให้ผกก.ที่เกี่ยวข้องออกตามรวมเป็น 7 นาย พร้อมจ่อตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง หลังถูกจับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและเรียกรับสินบน ส่วนผู้การกองปราบฯ รอด เพราะให้การเป็นประโยชน์และไม่เกี่ยวข้องกับคดี ม.112 โฆษก ตร.ย้ำทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ ยันผกก.1 ป.ฆ่าตัวตายเพราะเครียดมีชื่อพัวพันคดีนี้ด้วย ส่วนผู้ต้องหาหญิงที่ยังหลบหนีสอบพบทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน จากกรณีศาลอาญาออกหมายจับพล.ต.ท. พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ช่วยราชการศปก.ตร. ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพ และเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับสินบนหรือประโยชน์อื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 149 นอกจากนี้ออกหมายจับตำรวจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก 6 นาย ประกอบด้วยพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป., พล.ต.ต. บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน., พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร, ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต. ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. กับพลเรือนอีก 3 คน ประกอบด้วยนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล, นางสวงค์ มุ่งเที่ยง และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช รวมเป็น 10 คน ขณะที่พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 ป. ที่เพิ่งเสียชีวิตจากการตกจากที่สูงเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมาพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ด้วย เบื้องต้นตำรวจควบคุมพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กับพวกรวม 8 คน โดยมีนางสุดาทิพย์อยู่ระหว่างหลบหนี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 พ.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.ที่ 632/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกฎก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน.ปฏิบัติราชการศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 บก.ปคบ. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. และด.ต. ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อก.ตร.ตามพ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่งและประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอรับผลการวินิจฉัยอุทธรณ์ มีรายงานว่าในวันที่ 24 พ.ย.นี้ พล.ต.อ. สมยศจะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจทั้ง 6 นายด้วย วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) มีคำสั่ง สตม.ที่ 258/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 ให้พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม. สมุทรสาคร ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับคำสั่งให้ออกจากราชการของตำรวจทั้งหมด ไม่มีรายชื่อพล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผบก.ป. เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากนักและให้การเป็นประโยชน์อย่างมาก จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะกันตัวไว้เป็นพยาน ด้านพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ก และโฆษก ตร. กล่าวว่า มีการควบคุมตัวพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวกรวม 8 คนไว้แล้ว มีแจ้งข้อหาและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัว เพื่อสอบสวนและจะนำตัวไปรายงานตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 24 พ.ย. ส่วนพลเรือนอีก 2 คนนั้นอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานว่ามีการกระทำอันทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งรายละเอียดพฤติการณ์การกระทำผิดจะมีการแถลง เปิดเผยหลักฐานต่อสื่อมวลชนอย่างละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ซึ่งจากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า สำหรับพ.ต.อ. อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผกก.1 ป. ที่เสียชีวิตนั้นจากการสืบสวนพบอยู่ในขบวนการเดียวกันร่วมกระทำความผิด โดยก่อนหน้านี้เชิญตัวมาให้ข้อมูลแล้วและให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ขณะนั้นยังไม่ขออนุมัติหมายจับจึงยังไม่ควบคุมตัวไว้ กระทั่งต่อมาทราบว่าหลังพ.ต.อ.อัครวุฒิ์ให้ข้อมูลแล้วก็ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ด้วยความเครียดและเกรงกลัวถูกดำเนินคดี ทรายภายหลังว่าก่อนเข้าให้ข้อมูลนั้น พ.ต.อ.อัครวุฒิ์มีอาการเครียดโดยพยานยืนยันว่าพยายามฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง และเขียนข้อความลาตายทิ้งไว้ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจและหน่วยอรินทราชเข้าจับกุมพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต. โกวิทย์ พร้อมพวกเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นนำทั้งหมดไปสอบปากคำที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. จึงแยกผู้ต้องหาทั้งหมดควบคุมผู้ต้องหาตามห้องขังสถานีตำรวจ นครบาลต่างๆ รวม 8 แห่ง โดยพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.เตาปูน ซึ่งผบช.ก.สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีกากี ไม่มีท่าทีเคร่งเครียดแต่อย่างใด รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ในการเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 8 คนพบหลักฐานและทรัพย์สินจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บ้านพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พบเงินสดนับพันล้านบาท เก็บไว้ในตู้เซฟหลายใบ ตำรวจใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะเจาะตู้เซฟนำเงินออกมาได้ทั้งหมด นอกจากนี้มีทรัพย์สินอื่น อาทิ พระพุทธรูปบูชาหายาก กว่า 100 องค์ พระเครื่องชื่อดังจำนวนหลายพันองค์ โฉนดที่ดินจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ร่วม 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับนางสุดาทิพย์ และนางสวงค์ ผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนทำหน้าที่ดูแลเรื่องทรัพย์สินและยักย้ายถ่ายเทต่างๆ โดยนางสุดาทิพย์อยู่ระหว่างหลบหนี

จับ'พงศ์พัฒน์'บุกค้นบ้าน ตะลึงหมื่นล. เงินสด-โฉนด-ทรัพย์สินอื้อคุม 8 ผู้ต้องหาขอฝากขัง โฆษกชี้หาผลประโยชน์ บิ๊กอ๊อดเซ็นให้ออกแล้ว ยันผกก.1 ป.เครียดฆ่าตัว

คุมตัว- ภาพ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวสอบสวน พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันที่ 24 พฤศจิกายน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ตะลึงค้นบ้าน'พงศ์พัฒน์'ยึดเงินสดนับพันล้าน พระเครื่อง พระพุทธรูป โฉนดที่ดิน รวมมูลค่าร่วมหมื่นล้าน โฆษก ตร.แจงคุมตัวเหตุทำเสื่อมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รรท.ผบช.ก.) และโฆษก ตร. เปิดเผยว่า มีการขออนุมัติหมายจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พร้อมตำรวจอีก 6 นาย และพลเรือนอีก 3 คน รวมทั้งหมด 10 คนในข้อหาความผิดคดีอาญาจริง ขณะนี้ควบคุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และพวกรวม 8 คนไว้แล้ว มีแจ้งข้อหาและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จะทำการสอบสวนและนำตัวไปรายงานตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 24 พฤศจิกายน ขณะที่พลเรือนอีก 2 คนคือ นางสวงค์ มุ่งเที่ยง และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช นั้นยังจับกุมไม่ได้ อยู่ระหว่างสืบสวนติดตาม พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานว่า มีการกระทำอันทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ รายละเอียดพฤติการณ์การกระทำผิดจะมีการแถลง เปิดเผยหลักฐานต่อสื่อมวลชนอย่างละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ จากการสอบสวน ทั้งหมดให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา โฆษก ตร.กล่าวว่า สำหรับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.ป.นั้น จากการสืบสวนพบว่าอยู่ในขบวนการเดียวกันร่วมกระทำความผิด ก่อนหน้านี้มีการเชิญตัวมาให้ข้อมูลแล้ว ให้ความร่วมมืออย่างดี ให้การเป็นประโยชน์ แต่ขณะนั้นยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับเพราะเห็นว่าเป็นนายตำรวจระดับสูง จึงยังไม่ควบคุมตัวไว้ กระทั่งต่อมาทราบว่าหลัง พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ให้ข้อมูลแล้วก็ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ด้วยความเครียดและเกรงกลัวถูกดำเนินคดี ทราบภายหลังว่าก่อนเข้าให้ข้อมูลนั้น พ.ต.อ.อัครวุฒิ์เครียดมาก และมีพยานยืนยันว่า พยายามฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง มีการเขียนข้อความลาตายไว้ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า การเข้าจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พร้อมพวกครั้งนี้ ได้มีการควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน โดยแยกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจนครบาล 8 แห่ง มีการควบคุมตัวเหมือนผู้ต้องหาทั่วไปในห้องควบคุมผู้ต้องหา สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.เตาปูน ขณะที่ พล.ต.ต.โกวิทย์ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 24 พ.ย. เวลา 08.00 น. จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังจากเมื่อคืนวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน สอบปากคำที่ พล.1 ร.2 โดยแยกกันสอบปากคำ ก่อนแยกย้ายกันนำตัวไปควบคุมตามสถานีตำรวจต่างๆ ดังกล่าว สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ หลังสอบปากคำเสร็จได้ถูกตำรวจอรินทราชนำตัวมาที่ สน.เตาปูน เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 พ.ย. โดยสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีกากี ไม่มีท่าทีเคร่งเครียดแต่อิดโรย แหล่งข่าวระดับสูงกล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 8 คน พบพยานหลักฐานจำนวนมาก โดยเฉพาะในบ้านพักของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ พบเงินสดนับพันล้านบาท ทรัพย์สินอื่น อาทิ พระพุทธรูปบูชาหายากกว่า 100 องค์ พระเครื่องชื่อดังจำนวนหลายพันองค์ โฉนดที่ดินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของโฉนดที่ดินเหล่านี้ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ร่วม 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ สน.เตาปูนมีสื่อมวลชนจำนวนมากต่างร่วมเดินทางมาเฝ้าสังเกตการณ์ หลังจากมีกระแสข่าวว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ถูกควบคุมไว้ภายในสถานที่ดังกล่าว บรรยากาศโดยรวมนั้นสื่อมวลชนร่วมกันติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้รับคำตอบ รายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 632/2557 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 บก.ปคบ. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครอง หรือส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอรับผลการวินิจฉัยอุทธรณ์? คำสั่ง ผบ.ตร.ระบุ ขณะที่มีรายงานว่าในวันที่ 24 พฤศจิกายน จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจทั้ง 6 นายด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) มีคำสั่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ 257/2557 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร ปฏิบัติราชการ ศปก.สตม.ออกจากราชการไว้ก่อน ในกรณีที่ถูกศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับในข้อหาร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯพ.ศ.2484 ม.54, 55 ร่วมกันปลูกสร้างอาคารฝายล่วงล้ำในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบ ที่ประชาชนใช้ร่วมกันโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ม.117, 183 และมีคำสั่ง สตม.ที่ 258/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 ให้ พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล ผกก.ตม.สมุทรสาคร ปฏิบัติราชการ ศปก.สตม. ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย

ทิสโก้ ชี้สภาพคล่องท่วมโลก แนะเก็บหุ้นญี่ปุ่นรอขาขึ้นรอบใหม่ หลังรัฐอัดฉีด QQE

ทิสโก้ ชี้สภาพคล่องท่วมโลกแนะเก็บหุ้นญี่ปุ่นรอขาขึ้นรอบใหม่ หลังรัฐอัดฉีดQQE บล.ทิสโก้ วิเคราะห์สภาพคล่องท่วมโลก มองตลาดหุ้นญี่ปุ่นสดใส หลังบีโอเจอัดฉีดQQEเป็น80ล้านล้านเยนต่อปี และกองทุนบำเหน็จบำนาญญี่ปุ่นเพิ่มสัดส่วนการถือครอบครองตราสารทุนเกิดที่ตลาดคาด ตลอดจนค่าเงินเยนต่ำสุดในรอบ7ปี แนะดักจับจังหวะลงทุนETFและหุ้นยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น ถือรอทำกำไรตอนหุ้นขึ้นเดือน ธ.ค. นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้(Viwat Techapoonpol, Deputy Managing Director and Head of Technical Analysis, TISCO Securities)เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของญี่ปุ่นของธนาคารกลางญี่ปุ่น(BoJ)มีมติอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบผ่านโครงการQQEโดยเพิ่มวงเงินจาก50เป็น80ล้านล้านเยนต่อปี และการที่กองทุนบำเหน็จบำนาญรัฐบาลญี่ปุ่น(GPIF)ประกาศเพิ่มสัดส่วนการถือครองตราสารทุนในญี่ปุ่นและเอเชียอยู่ที่50%ซึ่งเกินความคาดหมายของตลาด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ7ปี หนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้สดใส โดยดัชนีNIKKEIขึ้นทำNew Highสูงที่สุดในรอบ7ปี ทำให้ตอบแทนจากต้นปี(Year to Date)เท่ากับ8% เพิ่มโอกาสในการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดย บล.ทิสโก้ แนะเก็บหุ้นญี่ปุ่นรอขาขึ้นเดือนธันวาคม โดย บล.ทิสโก้ วิเคราะห์ดัชนีNIKKEIในช่วง3เดือน คาดว่าจะแกว่งออกข้างเพื่อสร้างฐานรอการขึ้นรอบใหม่อีกครั้งในเดือนธันวาคม จึงแนะนำให้เข้าซื้อETF - Nomura NIKKEI 225เมื่อดัชนีNIKKEIลงสู่แนวรับที่16,700หรือ16,300จุดในเดือนนี้ โดยมีเป้า3เดือนที่18,300จุดหรือUpside 6.5%สำหรับในระยะยาวมองว่าผลจากนโยบายปฏิรูปภาษีและการกระตุ้นการบริโภคของรัฐบาลจำทำให้เป้าหมายดัชนีNIKKEIปีหน้า(2558)ขึ้นแตะ20,800จุด เหลืออัพไซต์อีกถึง20%โดยนอกจากETFที่ลงทุนในดัชนีNIKKEI225แล้ว บทวิเคราะห์TISCO Global Trade - Equity Strategyของบล.ทิสโก้ แนะนำหุ้นญี่ปุ่นรายตัวให้แก่นักลงทุนที่สนใจลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น โดยหุ้นเด่นประจำเดือนล่าสุดในTokyo Stock Exchangeและราคาเป้าหมายใน12เดือนข้างหน้าประกอบด้วยToshiba (579.4 JPY), Mazda Motor(3,138.9 JPY), Tokyo Marine Holdings (4,008.1 JPY), Japan Airlines (3,459.5 JPY)และKubota (1,562.5JPY) สำหรับหุ้นToshiba Corp.โดดเด่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของโลก และยังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ รวมถึงหน่วยความจำที่ถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคิดเป็น33%ของกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในปี2555และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี บ. Appleเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของToshibaและในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคาดว่าจะขยายฐานลูกค้าไปยัง บ.Samsungและ ลูกค้าPCรายอื่นๆ โดยBloomberg Consensusให้เป้าหมาย1ปีของราคาหุ้นอยู่ที่579.4 JPYมีอัพไซต์สูงถึงกว่า31%โดยปัจจุบันราคาขึ้นมาแล้วกว่า14%นับจากวันที่สำนักวิจัยทิสโก้ออกบทวิเคราะห์ อีกหนึ่งบริษัทที่แนะนำให้เข้าซื้อคือ บ. Mazda Motorsผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ที่ได้รับอานิสงส์จากการที่เงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับMazdaยิ่งไปกว่านั้นบริษัทก็มีกำลังการผลิตและเครือข่ายการจำหน่ายสินค้าที่แข็งแกร่ง ได้แก่ สินค้าที่ยอดขายสูงสุดอย่างรถยนต์รุ่น มาสด้า2และ รถยนต์รุ่น มาสด้า3จะช่วยเพิ่มยอดขายและฐานะการเงินของบริษัทได้อย่างมาก ตลาดให้เป้าหมาย1ปีราว3,138.9 JPYอัพไซต์35%สูงที่สุดในบรรดาหุ้นแนะนำทั้ง5ตัว โดยปัจจุบันราคาขึ้นมาแล้ว กว่า27%นับจากวันที่บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์และหุ้นสุดท้ายคือTokio Marine Holdings Inc.เป็นบริษัทข้ามชาติที่ทำธุรกิจประกันภัยที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โตเกียว โดยบริษัทเป็นกลุ่มประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในด้านประกันบ้านและภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น มีพนักงานกว่า29,000คน ใน38ประเทศทั่วโลก โดยบทวิเคราะห์TISCO Global Tradeแนะนำซื้อจากการเพิ่มค่าพรีเมียมของค่าประกันภัยรถยนต์ในขณะที่มีอัตราการเคลมลดลงและมีภัยธรรมชาติลดลง นอกจากนี้ยังมีกาไรที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนเพิ่มขึ้น และราคายังไม่สูง ตลาดให้เป้าหมาย1ปีราว4,008.1 JPYอัพไซต์26%โดยปัจจุบันราคาขึ้นมาแล้วกว่า20%นับจากวันที่สำนักวิจัยทิสโก้ออกบทวิเคราะห์โดยนักลงทุนที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมพร้อมรับบทวิเคราะห์คุณภาพฉบับเต็มก่อนใครได้ที่TISCO Global Tradeโทร.02-633-6655www.tiscosec.com การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

MC รายได้ 2,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% ในเก้าเดือนแรก ปี 2557

MCประกาศรายได้2,423ล้านบาท เพิ่มขึ้น23%ในเก้าเดือนแรก ปี2557 สำหรับเก้าเดือนแรกของปี2557บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) (MC)มีรายได้2,423ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 และกำไรสุทธิ จำนวน 516 ล้านบาท ลดลงร้อยละ1จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน โดยในไตรมาส3ปี2557บริษัทฯรับรู้รายได้753ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ14จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดี จากความท้าทายทางเศรษฐกิจที่บริษัทฯยังคงเผชิญอยู่ โดยเฉพาะการบริโภคที่ยังอ่อนตัวต่อเนื่องจากต้นปี ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจส่งผลให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ จำนวน 136ล้านบาทลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ24 นางสาวปียนุช ปรีเปรมวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและการบัญชี เปิดเผยว่า“บริษัทฯยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายที่เป็นผลจากการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภคภายในประเทศ โดยการเติบโตของรายได้ในไตรมาสนี้ ปัจจัยหลักมาจากการควบรวมผลการดำเนินงานของบริษัทไทม์ เดคโค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่บริษัทฯได้เข้าร่วมลงทุนในเดือนพฤศจิกายน2556 ซึ่งนอกเหนือจาก การลงทุนในการสร้างแบรนด์ใหม่เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ หนึ่งในกลยุทธ์ของการเติบโตของธุรกิจในอนาคต การทำรายการส่งเสริมการขายที่บริษัทฯยังคงทำอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค กอปรกับ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย จากการขยายจุดจำหน่ายเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้นในขณะที่การเติบโตของยอดขายมีการชะลอตัวจากการจับจ่ายที่ยังคงซบเซา ปัจจัยทั้งสามที่กล่าวถึงข้างต้นนี้ ส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการทำกำไรของบริษัทฯ โดยทางทีมงานมีการปรับกลยุทธ์ในการขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่จะมุ่งเน้นในส่วนของร้านค้าปลีกของบริษัทฯเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตในแต่ละช่องทางขายในปัจจุบัน ซึ่งจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล บริษัทฯเชื่อว่าจะช่วยหนุนให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวกลับมา และจะส่งผลให้การเติบโตในอนาคตของบริษัทฯเป็นไปอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น” สำหรับ เก้าเดือนแรกของปี บริษัทฯเปิดจุดจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นไปแล้วทั้งสิ้น90แห่ง เป็นไปตามแผนในปี2557ที่ตั้งเป้าไว้110แห่ง แบ่งเป็นร้านค้าปลีกของบริษัท49แห่ง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่30แห่ง รถโมบายเคลื่อนที่3คัน และ จุดจำหน่ายในต่างประเทศ8แห่ง นางสาวสุณี เสรีภาณุ ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แม็คกรุ๊ป กล่าวเสริมว่า“ในส่วนของแผนธุรกิจในอนาคตบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับการขยายจุดจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะมุ่งเน้นในส่วนของการขยายร้านค้าปลีกของตนเอง นอกจากนี้ยังมีแผนในการขยายแบรนด์เพื่อจับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆในตลาดเพิ่มขึ้นอีกด้วย อาทิเช่นMc miniที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน2556เพื่อจับกลุ่มเฉพาะเด็กผู้ชาย ปัจจุบันก็มีการขยายไปจับกลุ่มเด็กผู้หญิงด้วย และบริษัทฯก็จะมีสินค้าใหม่ๆทยอยออกมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าเพิ่มเติม นอกจากนี้บริษัทฯยังคำนึงถึงการสร้างทีมงานให้แข็งแกร่งเพื่อเติบโตเป็นองค์กรที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต” PRESS CONTACT:ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เขมินี เกียรติสัมพันธ์ 02-117-9999 Ext. 1210 ชญานุตม์ จักรมานนท์ 02-117-9999 Ext. 1215 ************************************** บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด(มหาชน)เป็นผู้บริหารการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้า (“แบรนด์”)ของกลุ่มบริษัทฯเป็นหลัก โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย ในปัจจุบัน แบรนด์ของกลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วย แบรนด์Mc, Mc Lady, Bison, McPink, Mc mini, The Blue Brothersและmc mcซึ่งแต่ละแบรนด์มีจุดเด่น และดีไซน์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้แล้ว กลุ่มบริษัทฯ มีการจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ทั่วไป ผ่านเครือข่ายการจัดจำหน่ายของ บริษัท ไทม์ เดคโค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทได้เข้าลงทุนและถือหุ้นอยู่51% โดย ณ วันที่30กันยายน2557บมจ. แม็คกรุ๊ป จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายรวม784แห่ง แบ่งเป็น ในประเทศไทย762แห่ง (ร้านค้าปลีกของตนเอง236แห่ง,ห้างค้าปลีกสมัยใหม่526แห่ง) ต่างประเทศ18แห่ง และรถMobile Unitจำนวน4คัน

CWT ไตรมาส 3 รายได้ 236.19 ล้านบาท ยอดผลิตรถยนต์เพิ่ม-รายได้ปีนี้ 1 พันล้าน

CWT ไตรมาส 3 รายได้ 236.19 ล้านบาท ยอดผลิตรถยนต์เพิ่ม-รายได้ปีนี้ 1 พันล้าน CWT ประกาศผลงานไตรมาส 3/2557 มีรายได้จากการขายและบริการ 236.19 ล้านบาท ส่วน 9 เดือนมีรายได้ 630.29 ล้านบาท จากยอดผลิตรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น ฟุ้งยังมี Backlog รอรับรู้เพียบ การันตีรายได้ปีนี้ 1,000 ล้านบาท ตามเป้า นายวีระพล ไชยธีรัตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CWT ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 4 ประเภท ได้แก่ 1)ผลิตภัณฑ์หนังสัตว์ฟอก และบริการฟอกหนัง 2) ผลิตภัณฑ์ของเล่นสัตว์เลี้ยง 3) ผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์หนัง 4) ผลิตภัณฑ์เบาะหนังและชิ้นส่วนหนังสำหรับรถยนต์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2557 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 236.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.37% จากไตรมาส 3/2556 ที่มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 228.48 ล้านบาท เนื่องจากยอดผลิตรถยนต์ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีผลขาดทุนสุทธิ 1.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2556 ที่ขาดทุนสุทธิ 1.13 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 3/2557 บริษัทมีต้นทุนขายและบริการ จำนวน 219.51 ล้านบาท คิดเป็น 92.94% ของรายได้จาการขายและบริการ เทียบกับไตรมาส 3/2556 จำนวน 202.16 ล้านบาท คิดเป็น 88.48% ของรายได้จากการขายและบริการ ขณะเดียวกันบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จำนวน 22.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2556 ที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 20.18 ล้านบาท ส่วนผลประกอบการงวด 9 เดือน บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 630.29 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่มีรายได้จากกการขายและบริการ จำนวน 692.27 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 30.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 4.14 ล้านบาท “โดยทั้งปี 2557 คาดว่ารายได้จะเติบโตตามเป้าที่วางไว้ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงครึ่งปีหลัง 2557 บริษัทได้ทยอยรับรู้รายได้จากมูลค่างานในมือ( Backlog) เพิ่มมากขึ้น”นายวีระพล กล่าว สำหรับ ปี 2558 ตั้งเป้ารายได้เติบโตเป็น 1.2 พันล้านบาท เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากออเดอร์ลูกค้าค่ายอีซูซุ และฮอนด้าที่เข้ามาเต็มปี ประกอบกับลูกค้าทั้ง 2 ค่ายยังทำโมเดลรถตัวใหม่ๆออกมา ซึ่งเชื่อว่าจะผลักดันให้ Backlog เพิ่มขึ้นโดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทแบ่งเป็น ธุรกิจชิ้นส่วนหนังสำหรับรถยนต์ (กลุ่มออโต้) กว่า 70-80% ของรายได้รวม Best regards, The Way Communications Co.,Ltd Noble Cube Pattanakarn 1104/374 Pattanakarn Road, Suan Luang Sub-district, Suan Luang District Bangkok, Thailand 10250 Tel: 02-170-8011 Fax: 02-170-8012 Website: www.theway.co.th

ดัชนี ปิดเช้านี้ที่ 1,589.03 จุด เพิ่มขึ้น 9.83 จุด ซื้อขาย 24,775.45 ล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดบวก 9.83 จุด รับกระแสจากภูมิภาคหลังแบงก์จีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี ปิดเช้านี้ที่ 1,589.03 จุด เพิ่มขึ้น 9.83 จุด ซื้อขาย 24,775.45 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า โดยแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ 1,590.17 จุด และแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าอยู่ที่ระดับ 1,584.54 จุด นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างดี เพียงแต่ไม่มีแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง โดยรับกระแสจากตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างอยู่ในแดนบวกกันถ้วนหน้า หลังจากธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ด้านยุโรปก็พร้อมที่จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้เงินเฟ้อดีขึ้นมาจากที่ปัจจุบันอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ดังนั้นจึงคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นชุดใหม่ออกมา นอกจากนี้ ตลาดฯมักจะได้แรงซื้อเพิ่มเข้ามาหลังจากจบงาน Set in the City และในช่วงปลายปีมักจะได้แรงหนุนจากกองทุน LTF, RMF ด้วย "ตอนนี้ตลาดฯมีการเทรดที่มาจากนักลงทุนรายย่อยเป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นไปก็แรงขายออกมา ทำให้การขึ้นจึงไม่ต่อเนื่อง" แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายประกิต กล่าวว่า ตลาดฯคงจะประคองตัวในแดนบวกต่อไปได้ พร้อมให้แนวรับ 1,578-1,580 จุด ส่วนแนวต้าน 1,597 จุด ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ VPO มูลค่าการซื้อขาย 1,607.55 ล้านบาท ปิดที่ 3.42 บาท เพิ่มขึ้น 0.72 บาท ITD มูลค่าการซื้อขาย 1,436.04 ล้านบาท ปิดที่ 7.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท JAS มูลค่าการซื้อขาย 983.85 ล้านบาท ปิดที่ 7.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท CK มูลค่าการซื้อขาย 957.50 ล้านบาท ปิดที่ 27.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท KTB มูลค่าการซื้อขาย 795.80 ล้านบาท ปิดที่ 24.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าปรับขึ้นตามตลาด ตปท.หลังSurpriseจีนลดดอกเบี้ย นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่ได้อยู่ในแดนบวก เนื่องจากSupriseที่จีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งตรงนี้ได้ส่งผลต่อตลาดสหรัฐฯ และตลาดในยุโรปแล้ว ส่วนบ้านเราก็มีความเสี่ยงเพียงอย่างเดียวในเรื่องที่ตลาดฯค่อนข้างแพงไปแล้ว เทรดP/Eเกือบ 17 เท่า ดังนั้นเมื่อดัชนีฯใกล้ระดับ 1,600 จุด อาจเจอแรงขายทำกำไรออกมา พร้อมให้แนวรับ 1,570 จุด ส่วนแนวต้าน 1,585-1,600 จุด ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน : - ตลาดหุ้นนิวยอร์คล่าสุด(21 พ.ย.)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,810.06 จุด เพิ่มขึ้น 91.06 จุด(+0.51%),ดัชนีNASDAQปิดที่ 4,712.97 จุด เพิ่มขึ้น 11.10 จุด(+0.24%),ดัชนีS&P500 ปิดที่ 2,063.50 จุด เพิ่มขึ้น 10.75 จุด(+0.52%) - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนีSSE Compositeตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 18.74 จุด,ดัชนีHSIตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 446.20 จุด,ดัชนีTAIEXตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 52.89 จุด,ดัชนีKOSPIตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 17.64 จุด,ดัชนีFTSE STIตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 4.07 จุด และดัชนีFBMKLCIตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 2.32 จุด ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันหยุดชดเชยวันขอบคุณผู้ใช้แรงงาน - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(21 พ.ย.) 1,579.20 จุด เพิ่มขึ้น 10.52 จุด(+0.67%) - นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 163.47 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 พ.ย.57 - ราคาน้ำมันดิบWTIส่งมอบเดือน ม.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(21 พ.ย.)ที่ 76.51 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 0.9% - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(21 พ.ย.)ที่ 7.43 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล - เงินบาทเปิด 32.75/76 แนวโน้มแข็งค่า หลังจีนลดดอกเบี้ยเซอร์ไพรส์ตลาด - คลังเตรียมออกแพ็คเกจมาตรการของขวัญปีใหม่แก่คนไทยและผู้ประกอบการรายย่อยภายใน 3 สัปดาห์ เชื่อเป็นมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ยันไม่ก่อหนี้ครัวเรือนเหมือนรถยนต์คันแรก สั่งแบงก์รัฐลดดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อย เร่งจัดตั้ง "นาโนไฟแนนซ์" ยอมสูญปีละกว่าหมื่นล้านบาทขยายเพดานลดภาษีนิติบุคคลเอสเอ็มอี "สมหมาย"ดันพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เข้า ครม.ต้นปีหน้า - นักเศรษฐศาสตร์-นักการเงินต่างชาติคาดจีดีพีไทยปีหน้าปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4% หากรัฐเร่งเพิ่มผลิตภาพ พัฒนาทักษะคุณภาพแรงงาน เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ห่วงดอกเบี้ยขึ้นดันต้นทุนหนี้เอกชน-หนี้ ครัวเรือนพุ่ง เสี่ยงก่อภาวะช็อกคนไทยหยุดใช้จ่าย สร้างแรงกดดันเศรษฐกิจ มองการเมืองป่วนทำนโยบายรัฐไม่ต่อเนื่อง ขณะที่ประเมินจีดีพีไทยปีนี้โตเพียง 1% เหตุส่งออกท่องเที่ยวทรุด - หอการค้าสรุปเศรษฐกิจปีหน้าโต 3-5% ส่งออกโต 4.1% คาดเศรษฐกิจปีหน้าเริ่มฟื้นตั้งแต่ไตรมาส 1 ด้านภูมิภาคหวังค้าชายแดน เขตเศรษฐกิจพิเศษขับเคลื่อนเศรษฐกิจ - ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.กำลังเร่งแก้ปัญหา พ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐและเอกชน (พีพีพี) เนื่องจากมีนิยามที่ไม่ชัดเจน ทำให้รวบโครงการลงทุนต่างๆ มาอยู่ภายใต้กฎหมายพีพีพีหมด ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขโดยการออกกฎหมายลูก เพื่อให้กำหนดให้ชัดเจนว่าโครงการประเภทไหนที่ควรจะเข้ามาอยู่ใน พ.ร.บ.ร่วมทุนบ้าง - นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้สหภาพฯ จะทำหนังสือสอบถามไปยังผู้บริหาร กฟผ.เกี่ยวกับการประมูลโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะแห่งใหม่ ทดแทนโรงที่ 4-7 ที่มีมูลค่าสูง 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อขอให้ชี้แจง โดยเฉพาะราคาค่าก่อสร้างว่าสูงเกินจริงหรือไม่ *หุ้นเด่นวันนี้ -VPO (บมจ. วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์)เทรดวันนี้วันแรก บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินเป้าหมายปี 2015 ที่ 2.90 บาท (PE13 เท่า)โดยคาดกำไรในปีนี้ทรงตัว แต่จะเพิ่มขึ้น 24% ในปี 2015 จากปริมาณขายที่เพิ่มและดอกเบี้ยจ่ายลดลง ที่ราคาIPO2.70 บาทคิดเป็นPE12.2 เท่าPBV1.9 เท่าปีหน้า VPOเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบมานานกว่า 25 ปี มีกำลังผลิตรวม 180 ตันผลปาล์มทะลายต่อชั่วโมง สูงสุดในจ.ชุมพร บริษัทมีสวนปาล์มของตนเอง ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบ 14% ของวัตถุดิบรวม ที่เหลือซื้อจากภายนอก และมีโรงไฟฟ้าขนาด 8.4MW -KTB(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ซื้อเก็งกำไร"เป้า 26 บาท แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรมว.คลัง ด้วยการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณใน 4Q57 หรือไตรมาสแรกของปีงบประมาณให้ได้ 32% ของงบประมาณการใช้จ่าย รวมถึงนโยบายของรัฐบาลเร่งผลักดันแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วง 2-5 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ ย่อมเป็นบวกต่อภาพรวมของสินเชื่อภาครัฐ โดยทิศทางสินเชื่อ 4Q57 เติบโตสูง และคาดว่าจะทำใกล้เคียงกับเป้าหมายทั้งปีของผู้บริหารที่ 6-8% (9M57 เติบโต +6.3%YTD)จากแรงหนุนของการปล่อยสินเชื่อให้กับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ เนื่องจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเป็นเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ -CK(ฟินันเซีย ไซรัส)"ซื้อ"ปรับกำไรปกติปี 2014 ขึ้น 11% เป็นโต 24%Y-Yและปรับกำไรปี 2015 ขึ้น 18.7% เป็นโต 9%Y-Yเพราะบริษัทร่วมขาดทุนน้อยกว่าคาด ยังคงเป้าหมายที่ 30 บาทเพราะกำไรที่ปรับขึ้นมีผลต่อมูลค่าทางบัญชีของธุรกิจก่อสร้างน้อยมาก ตลาดหุ้นเอเชียทะยานขึ้นเช้านี้ ขานรับจีนลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ดัชนีMSCI Asia Pacificไม่รวมญี่ปุ่น ทะยานขึ้น 0.5% แตะ 475.75 จุด เมื่อเวลา 9.02 น.ตามเวลากรุงโซล ดัชนีSSE Compositeตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 2,505.53 จุด เพิ่มขึ้น 18.74 จุด,ดัชนีHSIตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 23,883.32 จุด เพิ่มขึ้น 446.20 จุด,ดัชนีTAIEXตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,144.42 จุด เพิ่มขึ้น 52.89 จุด,ดัชนีKOSPIตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,982.48 จุด เพิ่มขึ้น 17.64 จุด,ดัชนีFTSE STIตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,349.39 จุด เพิ่มขึ้น 4.07 จุด และดัชนีFBMKLCIตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,811.45 จุด เพิ่มขึ้น 2.32 จุด ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันหยุดชดเชยวันขอบคุณผู้ใช้แรงงาน ทั้งนี้ การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดพุ่ง 71.86 จุด หลังจีนลดดบ.หนุนหุ้นเหมือง,พลังงาน ตลาดหุ้นลอนดอนปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) นำโดยหุ้นบริษัทเหมืองและก๊าซ หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศซึ่งเป็นผู้ใช้โลหะภาคอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของโลก ดัชนีFTSE100 ปรับตัวขึ้น 71.86 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 6,750.76 จุด สำหรับตลอดสัปดาห์ ดัชนีปรับตัวขึ้น 1.5% ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นห้าสัปดาห์ติดต่อกัน และดัชนีปรับตัวขึ้นแล้ว 3.79% ตั้งแต่ต้นปี หุ้นแองโกล อเมริกัน,ริโอ ทินโต,ทุลโลว์ ออยล์ และบีเอชพี บิลลิตัน ต่างปรับตัวขึ้น เพราะได้แรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยของจีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปี นอกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนแล้ว การที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ให้คำมั่นว่าจะขยายโครงการกระตุ้นของธนาคาร ก็ช่วยหนุนภาวะการซื้อขายในตลาดด้วยเช่นกัน และดันดัชนีหุ้นลอนดอนแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือน ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษรายงานในวันศุกร์ว่า การกู้ยืมสุทธิในภาคสาธารณะของอังกฤษอยู่ที่ 7.7 พันล้านปอนด์ (หรือ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนต.ค.2557 ซึ่งลดลง 0.2 พันล้านปอนด์จากเดือนต.ค.2556 หุ้นแองโกล อเมริกัน พุ่ง 6.69% เป็นแกนนำหุ้นบวก ตามด้วยริโอ ทินโต 6.18% ทุลโลว์ ออยล์ บวก 5.80% เฟรสนิลโลว์ 5.31% และบีเอชพี บิลลิตัน เพิ่มขึ้น 5.02% ส่วนหุ้นลบนำโดยอิมพีเรียล โทแบคโก กรุ๊ป ที่ร่วงลง 1.33% ทียูไอ ทราเวล ลบ 0.87% หุ้นคาร์นิวัล ลบ 0.80% หุ้นอีซีเจ็ทลดลง 0.77% และรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ กรุ๊ป ลดลง 0.76% ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกรับแบงก์ชาติจีนลดดบ.,ถ้อยแถลงปธ.อีซีบี ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) หลังจากที่ปรับตัวลงติดต่อกันมาสองวัน โดยภาวะการซื้อขายได้แรงหนุนจากการที่นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวย้ำว่าอีซีบีจะเร่งผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และจากการที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดดอกเบี้ยโดยไม่คาดหมาย ดัชนีStoxx Europe600 ปรับตัวขึ้น 2.1% ปิดที่ 345.24 จุด และเพิ่มขึ้น 2.9% ในสัปดาห์นี้ ดัชนีCAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดเพิ่มขึ้น 113.02 จุด หรือ 2.67% ที่ระดับ 4,347.23 จุด ดัชนีDAXตลาดหุ้นเยอรมันเพิ่มขึ้น 248.58 จุด หรือ 2.62% ปิดที่ 9,732.55 จุด ดัชนีFTSE100 ตลาดหุ้นลอนดอนเพิ่มขึ้น 71.86 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 6,750.76 จุด ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นคึกคัก โดยนอกจากดัชนีหุ้นของสามประเทศชั้นนำข้างต้นแล้ว ดัชนีหุ้นของสเปนก็พุ่งขึ้น 3.1% อิตาลีพุ่ง 3.9% และโปรตุเกสบวก 2.5% เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอีซีบีจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ประกอบกับการประกาศลดดอกเบี้ยของจีนได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ให้พุ่งสูงขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีสองปัจจัยหนุนตลาดในวันศุกร์ ประการแรกคือการที่นายดรากิกล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นโดยเร็ว ซึ่งจุดกระแสคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือQEส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนภาวะซื้อขายคือการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีนก็มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเช่นกัน โดยประธานอีซีบีกล่าวในการประชุมEuropean Banking Congressในแฟรงค์เฟิร์ตว่า อีซีบีต้องผลักดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นโดยเร็ว และจะขยายโครงการซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ซึ่งนายดรากิไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เรื่องการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ก่อนหน้านี้ เขาได้เคยเผยว่า เจ้าหน้าที่ของอีซีบีกำลังศึกษาวิธีการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาสสาม และเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4% เทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของอีซีบีที่ 2% ด้านธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้ การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 91.06 จุด รับกระแสกระตุ้นศก.จีน,ยุโรป ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (21 พ.ย.) โดยดัชนีดาวโจนส์ และS&P500 ยังคงเดินหน้าทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 91.06 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 17,810.06 จุด ดัชนีS&P500 บวก 10.75 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 2,063.50 ดัชนีNasdaqเพิ่มขึ้น 11.10 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 4,712.97 จุด สำหรับ ทั้งสัปดาห์ ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยดาวโจนส์บวก 1.0%S&P500 ปรับตัวขึ้น 1.2% และNasdaqบวก 0.5% ทั้งดาวโจนส์ และS&P500 ต่างแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันที่ 17,894.83 จุด และ 2,071.46 จุดตามลำดับ หลังจากที่ทั้งสองดัชนีเพิ่งปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี จากการเปิดเผยข้อมูลยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค.ของสหรัฐซึ่งปรับตัวขึ้นผิดไปจากที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนหลังจากที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้ การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย ขณะเดียวกันนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวในการประชุมEuropean Banking Congressในแฟรงค์เฟิร์ตว่า อีซีบีพร้อม "ทำในสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อและอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ปรับตัวสูงขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" และจะขยายโครงการซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ซึ่งนายดรากิไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เรื่องการซื้อพันธบัตรรัฐบาล นายดรากิได้กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของตนเองว่าจะใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาในยูโรโซน ก่อนหน้านี้ เขาได้เคยเผยว่า เจ้าหน้าที่ของอีซีบีกำลังศึกษาวิธีการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาสที่ผ่านมา และเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4% ซึ่งต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของอีซีบีที่ 2% ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางยุโรปมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดี มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงิน ได้เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ของยูโรโซนปรับตัวลดลงแตะ 51.4 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ขณะที่เอชเอสบีซีเผยดัชนีPMIเบื้องต้นเดือนพ.ย.ของจีน ปรับตัวลดลงแตะที่ 50 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กขยับลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนขายหุ้นเพื่อทำกำไร หลังจากที่หุ้นพุ่งสูงในช่วงเปิดตลาด อินโฟเควสท์


   
×

Message

Warning: file_get_contents(http://www.newsdatatoday.com//index.php?option=com_multicontent&c=multicontents&task=article&type=single&id=59647&md5=fe1b37bd85deb53e118526c2e237e208): failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in /home/mtmultim/domains/powertimetoday.com/public_html/components/com_multicontent_client/helper/helper.php on line 49
   
   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
© ALLROUNDER