FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


บล.ไอร่า : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน29-6-16

บล.ไอร่า : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ทิศทางตลาด  ผันผวน? คาดมีโอกาสปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ (1) ภายใต้คาดการณ์ธนาคารกลางหลายๆ แห่ง ใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังประเด็น Brexit ทำให้เกิดความกังวลต่อทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งของ EU และสหราชอาณาจักร (แนะติดตามการใช้นโยบายผ่อนทางการเงินเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั่วโลก และ  (2) ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น อาจมีแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นกลุ่มพลังงาน  ขณะที่แนะติดตามค่าเงิน ล่าสุดเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวานนี้ที่ 35.22 โดยเช้านี้เคลื่อนไหว 35.23 – 35.25 ซึ่งคาดมีผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาน้ำมัน เพิ่มขึ้นเมื่อเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลง และลดลง เมื่อเงินสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น  ส่วนประเด็นในประเทศ คาดเป็นบวกทั้ง (1) Fund Flow จากแรงซื้อสุทธิของต่างชาติ ล่าสุด กว่า 1,900 ล้านบาท และแรงซื้อสุทธิของสถาบันในประเทศต่อเนื่อง อีกประมาณ 1,900 ล้านบาท และ (2) Window Dressing – 2Q/59 ในวันที่ 30/6/59  และภายใต้เศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าดีขึ้นตามลำดับแต่ยังเปราะบาง หลังกระทรวงการคลังคาด GDP – 2Q/59 เติบโตมากกว่า 3.2% และคาดสูงสุดใน 3Q/59 ที่ 4.0% จากการลงทุนภาครัฐ และคาดทั้งปี’59 เติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 3.3% ซึ่งคาดยังเป็นปัจจัยหนุนภาพรวมตลาดบ้าง   แนะติดตามหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น กลุ่มค้าปลีก เป็นต้น และยังแนะจับตา  (1) กลุ่มปิโตรเคมี ได้รับประโยชน์จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น เช่น IVL  (2) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่คาดได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น เช่น EPG, SCC และ VNG  (3) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีปัจจัยบวกจากยอดโอนในช่วงที่เหลือของปี 59 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี เช่น ANAN, AP และ SPALI  (4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่ได้รับประโยชน์จากงานภาครัฐ เช่น CK และ SEAFCO   (5) กลุ่มพลังงาน ในขณะที่หุ้นหลักอย่าง เช่น PTT ได้รับประโยชน์จากธุรกิจก๊าซที่แนวโน้มกำไรเติบโตดี  (6) กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, HMPRO และ ROBINS ที่คาดได้รับประโยชน์หลังรัฐบาลอัดฉีดกำลังซื้อรากหญ้าอย่างต่อเนื่อง จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเกษตรกร 3 โครงการวงเงิน 93,000 ล้านบาท SET SET50 SET1001,437.42 +13.11 904.85 +7.61 2,038.17 +18.65 ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดปัจจัยที่มีผลต่อตลาดวันนี้  (+) ตลาดหุ้นต่างประเทศ DJIA +269.48, NASDAQ +97.42, S&P +35.55, FTSE +158.19, CAC +104.13 และ DAX +178.62 ปรับเพิ่มขึ้นหลังลดลงแรงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบหลังอังกฤษตัดสินใจแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษเปิดเผย ว่า ธนาคารกลางสามารถจัดหาเงินทุนพิเศษ มูลค่า 2.50 แสนล้านปอนด์ หรือ 3.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการต่างๆ ที่ธนาคารดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะจัดการประชุมในวันนี้ เพื่อหารือถึงความเคลื่อนไหวของตลาด หลังจากที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวจากสหภาพยุโรปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจาก (1) ตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้าย GDP – 1Q/59 ของสหรัฐฯ ขยายตัว 1.1%qoq สูงกว่าคาดการณ์ว่าอยู่ที่ 1% และ (2) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค – มิ.ย. อยู่ที่ 98.0 เพิ่มจาก 92.4 เมื่อพ.ค. และดีกว่าที่คาดว่าจะอยู่ที่ 93.3ราคาน้ำมันดิบ (NYMEX) ส่งมอบเดือน ส.ค. +US$1.52 อยู่ที่ US$47.85 ต่อบาร์เรล ส่วนหนึ่งจากการเข้าเก็งกำไร หลังราคาปรับลดลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และยังได้รับปัจจัยหนุนจากประเด็นข้างต้น   ราคาทองคำ (COMEX) ส่งมอบเดือน ส.ค. -US$6.8 อยู่ที่ US$ 1,317.9 ต่อออนซ์ จากการขายทำกำไร และเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่อังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)P/E (เท่า) P/BV (เท่า) Dividend Yield (%)21.84 1.85 3.31 ที่มา:www.set.or.th มูลค่าการซื้อขาย หน่วย(ลบ.) มูลค่าการซื้อขาย 48,279.27 สถาบัน 1,901.73 บัญชีหลักทรัพย์ 82.13 ต่างประเทศ 1,924.23 ในประเทศ -3,908.08   (+) เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศสุทธิ -1,924 ล้านบาท สะสม YTD 29,933 ล้านบาท (ปี’57 และ 58 ยอดขายสุทธิสะสม 36,584 ล้านบาท และ 154,346 ล้านบาท ตามลำดับ) ประเด็นที่ต้องติดตาม 29 มิ.ย. – 1 ก.ค. 2559 29/6/59:สหรัฐฯ เปิดเผย   รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนพ.ค.   ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (pendinghomesales) เดือนพ.ค.   สต็อกน้ำมัน 30/6/59: สหรัฐฯ เปิดเผย   ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน   ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)เขตชิคาโกเดือนมิ.ย. 1/7/59: สหรัฐฯ เปิดเผย   ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนมิ.ย.   ข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนพ.ค.   ดัชนีPMIภาคการผลิตเดือนมิ.ย.   (7) กลุ่มท่องเที่ยว เช่น โรงแรม (MINT, ERW) ที่คาดได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยล่าสุดสภาพัฒน์ฯ ปรับเพิ่มคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปี’59อยู่ที่33ล้านคนจากเดิมที่32.5ล้านคนและคาดรายได้จากการท่องเที่ยว1.69ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้น10.6%   (8) กลุ่มขนส่ง ในส่วนของธุรกิจการบินและสนามบิน เช่น AAV, AOT   ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัว อยู่ที่ 1.46% (ระดับสูงสุด 3.77% เมื่อ กพ.’54) ดัชนีความเสี่ยง (VIX) -5.10 อยู่ที่ 18.75   หุ้นแนะนำ : PTT นักวิเคราะห์ : จิตรลดา เลขาพันธ์ โทร.02-684-8788
loading...

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน29-6-16

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้นต่อเล็กน้อย ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะปรับขึ้นต่อเล็กน้อย ตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ที่ปรับตัวขึ้น อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,924 ล้านบาท ในตลาดหุ้นไทยวานนี้ รวมทั้งอาจได้รับปัจจัยบวกจากการทำ Window dressing ในช่วงสิ้นไตรมาสที่ 2/59  แนวรับ/แนวต้าน : 1420/1443 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%  กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา หุ้นแนะนำ  BANPU (15.3) : คาดผลการดำเนินงานในส่วนโรงไฟฟ้าหงสาจะดีขึ้นจาก utilization rate ในช่วง 2Q59 ที่คาดว่าจะใกล้เคียง 80% เทียบกับ utilization rate ที่ 66% ในช่วง 1Q59 นอกจากนี้ภาพรวมของ BANPU ได้ผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากราคาถ่านหินช่วงต้นปีที่ระดับ 49-50 เหรียญ/ตัน มาอยู่ที่ประมาณ 53-55 เหรียญ/ตันและยังมีปัจจัยบวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นการนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปี 59 และการลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm  KCE (91) : เรามองว่าแนวโน้มค่าเงินยูโรอ่อนจะมีผลกระทบจำกัดต่อ KCE จากการศึกษาของเราพบว่า Correlation ระหว่างค่าเงินบาทต่อยูโรและอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ในช่วง 41 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ -0.29 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะชีวัดทิศทางการดำเนินงานของผลประกอบการได้ เราจึงแนะนำซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว จากแนวโน้มอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าในรถยนต์ที่สดใส  GCAP (3.50) : ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนด้านการผลิต โครงการพักชำระหนี้เงินต้น และโครงการประกันภัยนาข้าว ทั้งนี้ GCAP มี market share สินเชื่อรถเกี่ยวข้าวสูงสุดในประเทศ อีกทั้งคาดผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงต้นปีจากการเข้าสู่ช่วง high season ซึ่งเป็นฤดูเกี่ยวข้าว การเปลี่ยนจาก el nino เป็น la nina ทำให้เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม และธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ  CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต นักวิเคราะห์ : ยศพณ แสงนิล, CFA Email : yotsaphon@uobkayhian.co.th Tel: 02 659 8154
loading...

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน29-6-16

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ตลาดหุ้นไทยวานนี้ 'เขียวต่อเนื่อง '  SET ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่ม Big cap ยังมีแรงรีบาวด์แรงต่อเนื่อง นำโดยกลุ่มพลังงาน ICT และ ธนาคาร โดยมีแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก SET index ปิดที่ 1,437.42 จุด เพิ่มขึ้น 13.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4.8 หมื่นล้านบาท ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นวันนี้  (+) สหรัฐเผย GDP ช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 1.1% สูงกว่าตลาดคาดที่ 1%  (+) สหรัฐรายงานตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ระดับ 98 สูงกว่าตลาดคาดที่ 93.2 และสูงกว่าการรายงานเดือนก่อนที่ 92.4  (+) ราคาน้ำมัน WTI รีบาวด์หลังจากอ่อนตัวลง 2 วันจากความกังวล Brexit  (+) ครม.อนุมัติโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้เป็นเขตเศรษฐกิจ อาเซียนชั้นนำ มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงคมนาคม  (+) Fund Flow ต่างชาติพลิกกลับเป็น Net Buy เป็นวันแรก 1.9 พันล้านบาทหลังจากมียอด Net Sell ต่อเนื่อง 2 วัน รวม 2.1 พันล้านบาท  (-) เนเธอร์แลนด์ซึ่งทำหน้าที่ประธานมนตรี EU ออกมากดดันให้อังกฤษเร่งดำเนินการเพื่อถอนตัวจากสหภาพยุโรปโดยเร็ว  (-) คนร้ายก่อเหตุระเบิดพลีชีพที่สนามบินอตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล เมื่อคืนนี้ ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิต 36 คน ผู้บาดเจ็บ 147 คน  (+/-) รฟม.คาดเสนอรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายและสายสีส้มฝั่งตะวันตกเข้า ครม.ภายในปีนี้และเสนอรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายปี 60 ปัจจัยที่ต้องติดตาม   * ผลกระทบจากประชามติของอังกฤษที่จะขอออกจากสหภาพยุโรป  * แนวโน้มค่าเงินปอนด์ และราคาน้ำมัน  * การประชุม EU Summit ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย.   * EIA รายงานตัวเลขสต็อคน้ำมันของสหรัฐวันนี้  * การรายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิตของอังกฤษในวันศุกร์ กลยุทธ์การลงทุน “เก็งสั้นพลังงาน”   ประเมินดัชนีในวันนี้มีแนวโน้มปรับตัวบวกเล็กน้อย หนุนจากโมเมนตัมบวกของถ้อยแถลงประธาน ECB ประกอบกับความกังวลต่อ Brexit ที่เริ่มคลี่คลาย   เราแนะนำเก็งกำไรสั้นหุ้นกลุ่มพลังงานตาม Fund Flow ที่มีการไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดยเรายังคงแนะนำหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่มีผลกระทบจากกรณี Brexit จำกัด เช่นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง พาณิชย์ หุ้นเด่นประเด็นร้อน PTTGC เก็งกำไร  * รับผลดีจากราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวจากการคลายกังวล Brexit  * ราคาหุ้นอ่อนตัวรับการหยุดเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์หน่วยที่ 3 มองเป็นปัจจัยระยะสั้น เป็นโอกาสให้ทยอยเข้าซื้อลงทุน  * มองผลดำเนินงานจะกลับมาแข็งแรงใน 2H59 จากแผนการเดินเครื่องที่มีการหยุดซ่อมบำรุงน้อยลง CK เก็งกำไร  * มองได้ผลกระทบจาก Brexit จำกัดจากที่เป็นกลุ่ม Domestic Play  * เตรียมเซ็นงานเพิ่มโครงการไซยะบุรีกว่า 20,000 ล้านบาท และอาจรับรู้รายได้เข้ามาบางส่วนทันทีในงวด 2Q59 นี้   * ลุ้นได้งานต่อจาก BEM ในโครงการเดินรถสายสีน้ำเงิน   * ช่วงไตรมาส 4Q59 รับรู้รายได้จาก BEM เข้ามาเต็มที่หลังหมดงานระหว่างกัน ฝ่ายวิเคราะห์ฯ
loading...

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : วิเคราะห์ทางเทคนิค29-6-16

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : วิเคราะห์ทางเทคนิค วิเคราะห์ทางเทคนิค ..............Technical Wiz : บล.คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)แนวโน้มตลาดวันนี้ (29 มิ.ย. 59)   แนะนำ/แนวโน้ม ดูดี จนต้องมองข้ามสิ่งอื่น แนวรับ 1 1,418 แนวต้าน 1 1,448  ดัชนีปิดเมื่อวาน 1,437.42 (+13.11) แนวรับ 2 1,410 แนวต้าน 2 1,464  SET ดีดตัวขึ้นได้แข็งแกร่งเกินคาด หลังจากย่อตัวลงเพียงเล็กน้อยในระยะต้นตลาด จากนั้นเดินหน้าตลอดวัน และรักษาสัญญาณซื้อให้ดีขึ้นทั้งแท่งเทียนและเครื่องมือต่างๆ พลิกกลับมาเป็น Buy signal และเกิดแท่งเทียนเรียงตัวกัน 2 วัน ซึ่งคาดหมายจะเกิดขึ้นเป็นวันที่สาม แบบ 3 Soldiers ขึ้นทดสอบใกล้ 1,448 จุด และน่าจะ new high เพราะ buy signal ใน Stoch เกิดในที่ต่ำ มีโอกาสในช่วงของการไต่ระดับที่ยาวกว่า กลยุทธ์  1. เลือกจังหวะขายหากวันนี้เปิดกระโดด ใกล้ 1,448 จุด แบ่งทำกำไร และถือบางส่วน  2. เล่น trading ระหว่างวัน หาก SET ไม่ปิดต่ำกว่าเปิดมากนัก หรือติดลบ ให้ถือหุ้นกลับบ้านได้ วิเคราะห์ทางเทคนิค รายหลักทรัพย์ VTE-W2 ราคาปิด 0.57 บาทแนวรับ 0.56 บาท แนวต้าน 0.64,0.80 บาทแนว cut loss เมื่อราคาจะหลุด 0.54 บาท   กราฟ VTE-W2 ฟื้นตัวขึ้นมาจากการตกต่ำจนหลุดแนวรับ โดย สามารถ rebound และกำลังจะทดสอ[แนวต้านของกรอบ sideway ด้านบน Stoch เกิด buy signal แบบ new high ซึ่งส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับขึนได้แรงกว่าปัจจุบัน หากผ่าน 0.64 บาทได้จะวิ่งไปถึง 0.80 บาท S11 ราคาปิด 8.65 บาทแนวรับ 8.60 บาท แนวต้าน 9.00, 9.50 บาทแนว cut loss เมื่อราคาจะหลุด 8.45 บาท  กราฟ s11 ดีดตัวขึ้นจากแนวเส้น bottom และจะขึ้นไปทดสอบแนวต้านของเส้นขอบบน และอาจตัดผ่านไปได้ เนื่องจากเครื่องมือ Stoch ดีดตัวขึ้นจาก Triple support และกำลังจะปรับตัวสูงขึ้น ไปยังแนวต้าน 9.50 บาท แนะนำซื้อ * ประเด็นเด็ด หมายถึงการจับประเด็นข่าวที่เป็นจริงหรือเอ่ยอ้างในการซื้อขายเข้ามาเป็นข้อมูลแนบในหุ้นนั้นๆ โดยไม่ได้เป็นการนำมาเป็นข้อมูลแนะนำ
loading...

บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) : Market Comment29-6-16

บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) : Market Comment รอดูการประชุมสาคัญ ๆ ในวันนี้   ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกแรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกอาจเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบหลังอังกฤษแยกตัวออกจากEUทำให้DOW JONES, NASDAQ, S&P500 ปิด 1.57%, 2.12%, 2.12%  ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกอาจเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบหลังอังกฤษแยกตัวออกจาก EU ทำให้ DAX, FTSE, CAC40, FTMIB ปิด 1.93%, 2.64%, 2.61%, 3.30%    สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ ปิดที่ 47.85 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.42 ดอลลาร์ ปิดที่ 48.58 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับการเปิดเผย GDP ไตรมาสแรกของสหรัฐฯ ที่ดีกว่าที่ตลาดคาด ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาค จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาค อาทิเช่น ญี่ปุ่นที่พร้อมจะออกมาตรการรับมือกับผลกระทบของ Brexit หลังค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก ซึ่งอาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางจะจัดการประชุมในวันนี้ เพื่อหารือถึงความเคลื่อนไหวของตลาด ทางด้านเกาหลีใต้ได้ลดคาดการณ์ GDP ปีนี้ลงจาก 3.1% เหลือ 2.8% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 2 ปี ทำให้รัฐบาลเตรียมอนุมัติมาตรการกระตุ้นการคลังในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากภาวะซบเซา และกระตุ้นการจ้างงานเป็นหลักผ่านโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะออกมาตรการเพื่อรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ด้านประธานอีซีบีได้กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นตัวจากภาวะอ่อนแอ ถือเป็นหน้าที่ร่วมกันของธนาคารกลางทั่วโลก และมีการประชุมร่วมระหว่างนายกฯ อังกฤษกับประธานกรรมาธิการยุโรป และประธานสภายุโรป ทางด้านนายกฯ อังกฤษต้องการมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดกับประเทศในยุโรปในด้านการค้า ความร่วมมือและความมั่นคง แต่ทางนายกฯ เยอรมนีได้กล่าวว่า จะยังไม่มีการเจรจาเรื่องการถอนตัวของอังกฤษออกจาก EU จนกว่าอังกฤษจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อออกจาก EU ทั้งนี้ผู้นำทั้ง 28 ชาติของ EU รวมอังกฤษจะมีการประชุมในวันนี้ ทางด้านค่าเงินปอนด์ยังมีทิศทางไม่ชัดเจน แต่ดีขึ้นในแง่ที่ยังไม่มีจุดต่ำใหม่ สั้น ๆ น่าพิจารณาจุดกลับตัวแถว ๆ 1.347 ปอนด์/ดอลลาร์ ว่าจะสามารถข้ามระดับนี้ขึ้นมาได้หรือไม่ ถ้าได้เราอาจได้เห็นการฟื้นตัวที่ต่อเนื่องของตลาดหุ้นโลก ทางด้านการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐฯ สามารถที่จะฟื้นตัวโดยได้แรงหนุนจากกระแสการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะร่วมกันออกมาตรการใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความผันผวนของทั้งตลาดเงินและตลาดทุน นอกจากนี้ยังได้ปัจจัยหนุนหลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายสำหรับ GDP ไตรมาสแรก ปราฎว่า GDP ขยายตัว 1.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 1% สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่า น่าจะฟื้นตัวในกรอบจำกัด หลังตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีกว่าภูมิภาค และแรงหนุนจากการทำ window dressing ในช่วงนี้ กลยุทธ์การลงทุน  Trading : ดีดกลับไม่ข้ามแถว ๆ 1,440 จุด แนะนำ ขายทำกำไร Saravut Tachochavalit, Analyst TEL : +66 (2) 862-9754 Ext. 9754EMAIL : Saravut.ta@rhbgroup.com
loading...


   
   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
002312551
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987657124
3072
13169
2283827
102127
108666
2312551
Your IP: 54.158.0.157
Wed, 29 Jun 2016 12:35:40 +0000
   
© ALLROUNDER