FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังอิหร่านปฏิเสธที่จะลดกำลังการผลิตลง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงหลังอิหร่านปฏิเสธที่จะลดกำลังการผลิตลง (-) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงกว่า 3 เปอร์เซนต์หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบียคาดว่าการประชุมในวันสุดท้ายที่ประเทศแอลจีเรีย ประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกและรัสเซียไม่น่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องการลดกำลังการผลิต หลังจากที่อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอจากซาอุดิอาระเบียในเรื่องของการตรึงกำลังการผลิตและคาดว่าการบรรลุข้อตกลงจะเลื่อนไปในการประชุมโอเปกในช่วงปลายเดือน พ.ย. (-) นอกจากนี้รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบียเปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะลดกำลังการผลิตลง ในขณะเดียวกันประเทศสมาชิกทั้งอิหร่าน ลิเบีย และไนจีเรีย ควรได้รับอนุญาตให้เพิ่มกำลังการผลิตให้อยู่ในระดับสูงที่สุด (+) สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐฯ (API)เปิดเผยตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 0.75 ล้านบาร์เรล มาแตะระดับ 506.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3ล้านบาร์เรล ในขณะที่น้ำมันเบนซินและดีเซลคงคลังปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน (-) โกลด์แมน แซคส์ ปรับลดการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ลง 7 เหรียญสหรัฐฯ / บาร์เรล สู่ระดับที่ 43 เหรียญสหรัฐฯ / บาร์เรล เนื่องจากยังคงมีความไม่แน่นอนในเรื่องของระดับกำลังการผลิต และคาดว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะเพิ่มขึ้น 0.4ล้านบาร์เรล/วัน จากเดิมที่ระดับ 0.3ล้านบาร์เรล/วัน ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณการส่งออกในเดือน ก.ย. และ ต.ค. มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. อย่างไรก็ตาม ราคายังคงได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณความต้องการในอินโดนีเซียที่ปรับเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากอินโดนีเซียและเคนย่า อย่างไรก็ตามราคายังได้รับแรงกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ42-47 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยที่น่าจับตามอง ความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกในการหามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบในวันที่ 26-28 ก.ย. นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการร่วมหารือกัน อย่างไรก็ตาม เลขาธิการกลุ่มโอเปกมองว่าการประชุมครั้งนี้อาจถือเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อปรึกษาหารือเท่านั้นอาจยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกิดขึ้น ลิเบียกลับมาส่งออกน้ำมันดิบปริมาณ 700,000 บาร์เรลออกจากท่าขนส่ง Ras Lanuf เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014 ในขณะที่ เรือลำที่ 2 ที่ขนส่งน้ำมันดิบ 700,000บาร์เรลต่อวัน ก็เริ่มส่งออกแล้วเช่นกัน ตลาดน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 3สัปดาห์ และปริมาณน้ำมันเบนซิลคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมากกว่าที่คาดไว้

BCPG ประกาศรุกขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ตั้งเป้าปี 2563 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 1,000 MW ช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

BCPG ประกาศรุกขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ตั้งเป้าปี 2563 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 1,000 MW ช่วยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน บมจ.บีซีพีจี ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก 28 กันยายนนี้ มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับที่ดี ประกาศรุกขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก ด้วยรูปแบบการเข้าไปพัฒนาโครงการเองหรือเข้าซื้อ/ควบรวมกิจการ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งเพิ่มเป็น 1,000 MW ภายในปี 2563 ช่วยหนุนศักยภาพผลการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำหุ้นเข้าจดทะเบียนและทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกในวันที่ 28 กันยายน 2559 นี้ โดยใช้ชื่อย่อหุ้น ‘BCPG’ ในการซื้อขายในกระดานหลักทรัพย์ฯ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี หลังก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวน 590 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้ (พาร์) 5 บาท ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ BCP เฉพาะกลุ่มที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรหุ้นเมื่อวันที่ 14-16 กันยายนที่ผ่านมา และบุคคลทั่วไป นักลงทุนสถาบัน รวมถึงผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 16, 19 และ 20 กันยายนที่ผ่านมา ในราคาหุ้นละ 10 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ ไปลงทุนขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ โดย BCPG มีเป้าหมายขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ โรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่เป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งเพิ่มเป็น 1,000 MW ภายในปี 2563 ส่วนแผนดำเนินงานนั้น BCPG มีศักยภาพพร้อมรุกขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการประมูลหรือยื่นขออนุญาตขายไฟฟ้า เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเองหรือเข้าซื้อ/ควบรวมกิจการ ในโครงการผลิตไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วหรือที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรืออยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมุ่งเน้นการลงทุนแบบพอร์ตโฟลิโอมากกว่าการเข้าลงทุนในรูปแบบการซื้อสินทรัพย์ที่เป็นโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าและช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของ BCPG ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน “เรามีเป้าหมายลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศต่าง ๆ โดยไม่จำกัดเฉพาะประเทศในแถบเอเชียเหนือและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังศึกษาโอกาสเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในทวีปต่าง ๆ ซึ่งในการตัดสินใจแต่ละโครงการนั้น จะเลือกลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าโดยพิจารณาจากประเภทเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ ควบคู่กับการพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าอีกด้วย” นายบัณฑิต กล่าว ปัจจุบัน BCPG มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 324 MW โดยมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมทั้งสิ้น 130 MW แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 118 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 12 MW ที่คาดว่าจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 194 MW แบ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 20 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวมประมาณ 174 MW นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า รัฐบาลในหลายประเทศได้เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานรองรับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของ BCPG ในการขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก เนื่องจากมีความพร้อมด้านเงินทุน ตลอดจนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจ จึงเชื่อมั่นว่าการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของ BCPG จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ โดยบริษัท เอ็ม ที มัลติมีเดีย จำกัด (ในนาม บมจ.บีซีพีจี) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : ฐิยาภรณ์ ศรีอดุลย์พันธุ์ (ด๊ะ) โทร. 02 612 2081 ต่อ 127 หรือ 087 556 6974 Email: thiyaporn.s@mtmultimedia.com / comebackagains@hotmail.com

ธพว. แข็งแกร่งหลังคลังเพิ่มทุน เดินหน้าธนาคารพัฒนาด้วยโมเดล 'หย่านมแม่'

ธพว. แข็งแกร่งหลังคลังเพิ่มทุน เดินหน้าธนาคารพัฒนาด้วยโมเดล 'หย่านมแม่' นายสมชาย หาญหิรัญ ประธานกรรมการ ธพว. เปิดเผยว่า ด้วยผลประกอบการที่ดีมาตลอด 2 ปี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคณะกรรมการ ฝ่ายจัดการ และพนักงาน ทำให้ธนาคารสามารถแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการงานแต่ละด้านบรรลุเป้าหมายตามแผนฟื้นฟู ประกอบกับล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 กระทรวงการคลังได้อนุมัติเพิ่มทุนให้ธพว.อีก 1,000 ลบ. ทำให้ขณะนี้ฐานะของธพว.แข็งแกร่งมั่นคงอย่างชัดเจน โดยผลประกอบการล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2559 มียอด NPL ลดลงเหลือ 19,486 ลบ. คิดเป็น 21.66%ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมดคาดว่ายอด NPL สิ้นปีนี้จะเหลือประมาณ 18,000 ลบ. ตามแผนที่กำหนด ส่วนการปล่อยสินเชื่อใหม่สู่ระบบเศรษฐกิจได้เบิกจ่ายไปแล้ว 21,953 ลบ. โดยยังมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อค้างระหว่างพิจารณาอีกกว่า 10,000 ลบ. ซึ่งเป็นผลจากการที่ ธพว. ออกผลิตภัณฑ์ที่ตรงใจผู้ประกอบการ 2 โครงการ คือ สินเชื่อ SMEs บัญชีเดียว วงเงินรวม 30,000 ลบ. และสินเชื่อ Soft Loan 3 เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ วงเงินรวม 3,000 ลบ. ซึ่งเริ่มเดินสายเปิดตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดกว่า 20 แห่ง ได้รับความร่วมมือดีมากจากทั้งหอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย คลังจังหวัด และอุตสาหกรรมจังหวัด จนมีคำขอกู้จากเอสเอ็มอีรายเล็กเข้ามาอย่างล้นหลาม คาดว่าจะสามารถอนุมัติและเบิกจ่ายได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่ 35,000 ลบ. “สำหรับไตรมาส 4 ที่เหลือนี้ ธพว. ให้บริการทางการเงินเพื่อผลักดันการสร้างผู้ประกอบการในกลุ่มS-Curve ตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม การจูงใจให้ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาจดทะเบียนเปลี่ยนกิจการเป็นนิติบุคคล เพื่อรองรับระบบ E-Payment บัญชีเดียว ตามนโยบายของกระทรวงการคลัง โดยจะมีทั้งการช่วยเหลือสนับสนุนสินเชื่อและร่วมลงทุนหนุนเสริมจัดทำเป็นโปรแกรมพิเศษ ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นชัดว่าผู้ประกอบการได้เริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองแล้ว โดยจากสถิติผู้มายื่นขอสินเชื่อที่ ธพว. กว่า 80% เป็นนิติบุคคล ส่วนความร่วมมือในโครงการศูนย์ SMEs Rescue Center นั้นได้ให้ทุกสาขาของ ธพว. เป็นหน่วยงานหลักในการคัดกรองและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีปัญหาเดือดร้อนด้านการเงิน ซึ่งได้ดำเนินการจนสามารถผลักดันลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้ตามกฎหมายฟื้นฟูใหม่ เข้าสู่กองทุนพลิกฟื้น SMEs วงเงิน 1,000 ลบ. จนสำเร็จกลุ่มแรกจำนวน 4 ราย วงเงินที่ได้รับรวมกัน 2.2 ลบ. และจะทะยอยนำเสนออีกหลายร้อยรายในเร็ว ๆ นี้ ขณะนี้ ธพว. มีสถานะที่มั่นคงเข้มแข็งแล้วและพร้อมที่จะสนับสนุนทุกนโยบายของรัฐบาล จะไม่เป็นภาระการช่วยเหลือด้านงบประมาณ โดยยังคงเดินหน้าตามกรอบพันธกิจคือการช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายเล็ก วงเงินไม่เกินรายละ 15 ลบ. ภายใต้ระบบการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงตามมาตรฐาน” นายสมชายกล่าวในที่สุด ส่วนทางด้าน นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวเพิ่มเติมว่า ธพว. มีความพร้อมที่จะช่วยตัวเองโดยไม่ต้องเสนอโครงการขอชดเชยดอกเบี้ยให้เป็นภาระของรัฐบาล ซึ่งเราได้ออกสินเชื่อ SMEs บัญชีเดียว วงเงินรวม 30,000 ลบ. อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียงร้อยละ 5 และโครงการเบิกจ่ายแฟคตอริ่งทั่วไทยในวันเดียว วงเงินรวม 4,000 ลบ. อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียงร้อยละ 3.99%ซึ่งต่ำกว่าอัตรา MLR ที่ร้อยละ 6.875โดยส่วนต่างนั้น ธพว.ยอมเฉือนเนื้อลดให้ลูกค้าเองไม่ได้ขอชดเชยจากรัฐแต่อย่างใด ทั้งนี้ เป็นผลจากการที่เราควบคุมค่าใช้จ่ายในองค์กรได้ต่ำกว่าแผน และยังลดต้นทุนเงิน ณ สิ้นปี 2558 ที่ร้อยละ 2.77 คงเหลือในปัจจุบันเพียงร้อยละ 2.10ธพว. เป็นสถาบันการเงินรัฐไม่ได้มุ่งหวังกำไรสูงสุดเป็นสำคัญ ดังนั้น เมื่อมีผลประกอบการดีขึ้นแล้วก็จะคืนกลับให้ผู้ประกอบการทันที “ผมเลยใช้คำว่า 'หย่านมแม่' เพื่อสื่อความหมายว่าเราต้องเติบโตด้วยตัวเองอย่างมั่นคงยั่งยืนในระยะยาว ต้องยืนหยัดทำหน้าที่ตามพันธกิจองค์กรไปสู่เป้าหมาย ถึงเวลาแล้วที่ธนาคารนี้ต้องเดินและวิ่งสู่เส้นชัยด้วยตัวเอง มีความสามารถที่จะอยู่รอดในระยะยาว ไม่ให้เกิดความผิดพลาดการบริหารเช่นในอดีต โดยใช้วิธีการบริหารความเสี่ยง การกำกับและควบคุมภายในที่ดี เพื่อให้ฐานการเงินมั่นคงยั่งยืน” ส่วนไตรมาส 4 นี้ ฝ่ายจัดการได้ปรับกระบวนทัพเพิ่มเติมเน้น 5 ด้าน เสริมแกร่งและมุ่งสู่ธนาคารเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการเต็มรูปแบบ ได้แก่1)ด้านพัฒนาระบบการให้บริการ เพื่อการอำนวยสินเชื่อและบริการลูกค้า2)ด้านพัฒนาบุคลากรให้เป็นนักพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs 3)ด้านฐานะทางการเงินที่มั่นคงยั่งยืน4)ด้านพัฒนาผู้ประกอบการและส่งเสริมการตลาดเพื่อช่วยเหลือ SMEsและ 5)ด้านพัฒนาองค์กรให้เข้มแข็งด้วยจริยธรรมธรรมาภิบาล ปลูกฝังค่านิยมที่ดี ต้นแบบที่ดี มีความโปร่งใสน่าเชื่อถือ เพื่อรองรับภารกิจที่จะตอบสนองนโยบายของรัฐบาลไปสู่มือผู้ประกอบการอย่างเต็มกำลัง” นายมงคลกล่าวในที่สุด

ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,479.58 จุด ลดลง 9.81 จุด ซื้อขาย 38,658.83 ล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดลบ 9.81 จุด แรงขายหุ้นบิ๊กแคปถ่วงดัชนีปรับตัวแย่กว่าภูมิภาค,รอปัจจัยหนุนใหม่ ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,479.58 จุด ลดลง 9.81 จุด ซื้อขาย 38,658.83 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,491.20 จุด ส่วนดัชนีทำระดับต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,477.29 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 307 หลักทรัพย์ ลดลง 898 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 297 หลักทรัพย์ น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เงียบเหงาเหมือนเดิมเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน จะเห็นได้จากวอลุ่มที่ดูบางตาอย่างเห็นได้ชัด โดยดัชนียังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบเดิม 1,480-1,500 จุด เนื่องจากตลาดฯยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาสนับสนุน โดยระหว่างนี้ให้จับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจ ของประเทศเศรษฐกิจหลักไปก่อน จนกว่าจะถึงรอบของการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/59 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่น่าจะเกิดขึ้นกลางเดือนต.ค.59 เป็นต้นไป ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคส่วนใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดยุโรปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ รอปัจจัยใหม่ พร้อมให้แนวรับ 1,470-1,480 จุด แนวต้าน 1,500 จุด ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ BCPG มูลค่าการซื้อขาย 5,996.06 ล้านบาท ปิดที่ 10.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท IRPC มูลค่าการซื้อขาย 1,425.65 ล้านบาท ปิดที่ 4.94 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,021.81 ล้านบาท ปิดที่ 150.00 บาท ลดลง 0.50 บาท ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 928.29 ล้านบาท ปิดที่ 160.00 บาท ลดลง 2.00 บาท CPALL มูลค่าการซื้อขาย 911.83 ล้านบาท ปิดที่ 60.75 บาท ลดลง 0.75 บาท Asia Markets : สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 28 กันยายน 2559 ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดตลาดวันนี้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่หุ้น AGL สร้างความฮือฮาให้กับนักลงทุนในตลาดด้วยการซื้อคืนหุ้นวงเงิน 600 ล้านดอลลาร์ ดัชนี S&P/ASX 200 ขยับขึ้น 6.50 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 5,412.40 จุด ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดวันนี้ที่ 5,500.20 จุด เพิ่มขึ้น 6.50 จุด, +0.12% - ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ การ่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มการเงินยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายเช่นกัน ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 218.53 จุด หรือ 1.31% แตะที่ 16,465.40 จุด - ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลงในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ขณะที่เงินวอนอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ลดลง 9.76 จุด หรือ -0.47% ปิดที่ 2,053.06 จุด - ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดตลาดวันนี้อ่อนตัวลง โดยทางการจีนได้ผลักดันให้บริษัท ซิโนสตีล ซึ่งเป็นกิจการของรัฐ ให้จัดทำแผนการปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากรัฐบาลเตรียมพร้อมสำหรับการเคลียร์หนี้รอบใหม่ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตอ่อนตัว 10.31 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 2,987.86 จุด - ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกว้านซื้อหุ้นที่ร่วงลงในช่วงเช้าจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับขาลงของราคาน้ำมัน ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 47.75 จุด หรือ 0.20% ปิดวันนี้ที่ 23,619.65 จุด อินโฟเควสท์

พรุ่งนี้ SET ยังผันผวน รอปัจจัยใหม่ ติดตามโบรกฯปรับประมาณการงบแบงก์ Q3/59

โบรกฯ คาดพรุ่งนี้ SET ยังผันผวน รอปัจจัยใหม่ ติดตามโบรกฯปรับประมาณการงบแบงก์ Q3/59 โบรกฯ คาดพรุ่งนี้หุ้นไทยผันผวน เพื่อรอปัจจัยใหม่กระทบ ชี้ติดตามปรับประมาณการณ์งบแบงก์ Q3/59 ว่าจะฟื้นตัวตามตัวเลขเศรษฐกิจหรือไม่ แนะเก็งกำไร PTTEP-BANPU-BJC-GLOBAL และซื้อสะสมหุ้น Laggarg เพื่อถือลงทุนระยะกลาง-ยาว อาทิ NYT-SALEE-MC ประเมินแนวรับ 1,477-1,472 จุด แนวต้าน 1,492-1,500 จุด  นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงสวนทางกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่สวนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก มองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับฐานแรงของดัชนีฯ ในรอบก่อน นักลงทุนจึงเลือกที่จะกระชับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง และรอปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามากระทบการลงทุน โดยเฉพาะการปรับประมาณการณ์งบ Q3/59 ของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ว่าจะฟื้นตัวไปในทิศทางเดียวกับตัวเลขเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวหรือไม่  ขณะที่การประชุมนอกรอบของกลุ่ม OPEC หากผลออกมาเชิงบวก จะส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน ตลอดจนการทำ Window dressing ที่แม้ปกติ Q3/59 จะไม่ค่อยเกิด แต่ด้วยในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนสถาบันขายหุ้นออกมาเยอะ จึงอาจจะเห็นการทำในหุ้นรายตัว ซึ่งจะกระตุ้นจิตวิทยาในหุ้นนั้น ๆ ได้ สำหรับ พรุ่งนี้ คาดหุ้นไทยจะยังคงแกว่งตัวผันผวน เพื่อรอปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามากระทบการลงทุน โดยเฉพาะการปรับประมาณการณ์งบ Q3/59 ของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ว่าจะบ่งชี้ว่าทิศทางผลประกอบบริษัทจดทะเบียนไทยจะฟื้นตัวตามตัวเลขเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหรือไม่ รวมถึงผลการประชุมนอกรอบของกลุ่ม OPEC และการทำ Window dressing ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไร PTTEP-BANPU-BJC-GLOBAL และซื้อสะสมหุ้น Laggarg เพื่อถือลงทุนระยะกลาง-ยาว อาทิ NYT-SALEE- MC พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,477-1,472 จุด แนวต้าน 1,492-1,500 จุด สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย


   

บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน24-8-16

Category: บทวิเคราะห์
Published on Wednesday, 24 August 2016 10:43
Hits: 5793

GBX copyบล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน

 

Market View : เลือกเล่นรายตัว
Stock of the town : BM DNA
หุ้นแนะนำพิเศษ : SYNEX
หุ้นมีข่าว : GPSC TOP PTTGC PTTEP
  SET ช่วงนี้ขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน ประกอบกับราคาน้ำมันทรุดตัวลง และนลท.รอฟังคำแถลง FED ในวันที่ 26 ส.ค. ส่งผลให้ SET แกว่งตัวแคบๆก่อนจะปิดที่ 1,540.06 จุด (+0.82 จุด) Vol. 5.4 หมื่นลบ.โดย Foreign Net +637 ลบ., TFEX Net -5,985 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
  + ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น ตามราคาน้ำมันที่ดีดตัว รวมถึงยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค. +12.4% MoM สู่ 654,000 ยูนิต สูงสุดตั้งแต่ต.ค.2007
  + ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นล่าสุด 47.6 US/Barrel หลังอิหร่านจะเข้าร่วมการประชุมกลุ่มโอเปกในวันที่ 26-28 ก.ย. เพื่อกระตุ้นราคาในตลาด
  + ครม.เห็นชอบกรอบความร่วมมือพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา นายกฯเร่งรัดเริ่มภายในปลายปีนี้
  + ก.คมนาคม เตรียมชงทางคู่ 3 เส้นทาง 6.4 หมื่นล้านบาท เข้าครม.ต้นเดือนก.ย.นี้ เตรียมมอบนโยบายบอร์ดใหม่ ร.ฟ.ท.ช่วยเร่งประมูลให้ครบ 5 สายทางภายในปีนี้
  +/- "โกลด์แมน แซคส์"ออกรายงานเตือนการฟื้นตัวของราคาน้ำมันยังคงมีความเปราะบาง เนื่องจากมีสัญญาณว่า ความขัดแย้งภายในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในไนจีเรีย อิรัก และลิเบีย กำลังคลี่คลายลง
  ** 26 ส.ค.ติดตามการประชุมประจำปีของเฟด ซึ่งอาจส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
  แม้ว่าจะมีแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น แต่คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงอยู่ในช่วงพักฐานต่อไป เนื่องจากนลท.รอคำแถลง FED ในวันที่ 26 ส.ค.เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดังนั้นประเมินว่า SET แกว่งตัวในกรอบ 1,530 - 1,550 จุด

กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy ในกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน
  - 25 ส.ค. ประกาศรายชื่อผู้ได้โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ 36 Mw. (TPCH , FPI + ECF )
  - IFEC เผยศาลฯมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของ"โรงแรมดาราเทวี"หลังดำเนินการสำเร็จตามแผน คาดบุ๊คกำไรพิเศษราว 500 ล้านบาท
  - LOXLEY ขสมก. ลุยรถเมล์ไฟฟ้าล็อตแรกต.ค.59 ตามโรดแม็ปนายกฯเต็มระบบ 200 คัน งบ 3 พันล้าน
  - KSL BRR ราคาน้ำตาลดีดตัวขึ้นล่าสุด 20.75 US/Tons

หุ้นแนะนำพิเศษ
SYNEX ราคาปิด 5.85 บาท แนะนำ ซื้อ ราคา 6.50 บาท
รายงานกำไรไตรมาส 2 ที่ 81 ล้านบาทลดลง 18%QoQ และลดลง 4%YoY เพราะรายได้อื่นปรับตัวลง 24 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมปรับตัวลงเล็กน้อย 1%QoQ สู่ระดับ 5,230 ล้านบาทจากปัจจัยฤดูกาล
การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ HUAWEI P9 ในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาคาดว่าจะหนุนยอดขายในครึ่งปีให้เติบโตทั้งปีตามเป้าที่ 2.3 หมื่นล้านบาท (1H59 มีรายได้ 1.05 หมื่นล้าน) นอกจากนี้บริษัทกำลังเจรจาร่วมทุนดำเนินธุรกิจด้านปล่อยสินเชื่อเกี่ยวข้องกับสินค้าเทคโนโลยีซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 4 นี้
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD แล้ววันที่ 23 ส.ค.) ซึ่งเราคาดว่าปี 59 จะจ่ายเงินปันผลทั้งปีที่ 0.26 บาทต่อหุ้นคิดเป็นอัตราเงินปันผลที่สูงถึง 4.44% ทำให้ Downside ค่อนข้างจำกัด
หุ้นมีข่าว

GPSC (ราคาปิด 35.75 ราคาเหมาะสม 35.7) เผยบริษัทฯอยู่ระหว่างการจัดทำแผนธุรกิจ 5 ปี (60-64) เพื่อเสนอต่อที่ประคณะกรรมการบริษัทในช่วงเดือนธ.ค.59 เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1.9 หมื่นล้านบาท มาจากกระแสเงินสดในมือ 1 หมื่นล้านบาท และอีก 9 พันล้านบาทจะมาจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงิน จากปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับ 0.13 เท่า
TOP (ราคาปิด 67.50 ราคาเหมาะสม 71) เร่งขยายกำลังการผลิตทุ่มงบลงทุน 3,000-4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัพการผลิตเพิ่ม 400,000 บาร์เรลต่อวัน รองรับดีมานด์ในประเทศฟื้นตัว
PTTGC (ราคาปิด 61.00 ราคาเหมาะสม 71) ลั่นงบครึ่งปีหลังโตแกร่ง คาดกำไรสุทธิมากกว่าครึ่งปีแรก รับผลบวกเดินเครื่องผลิตโอเลฟินส์เต็มกำลัง ไร้แผนชัทดาวน์โรงงาน กางแผนบุกตลาดเม็ดพลาสติก CLMV ต่อเนื่อง หวังเพิ่มมาร์เก็ตแชร์พุ่งแตะ 15% ภายในปี 63
PTTEP (ราคาปิด 80.75 ราคาเหมาะสม 85) หั่นงบลงทุนเหลือ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ รัดเข็มขัดรับมือน้ำมันชะลอตัว คาดยอดขายปิโตรเลียมปี 59 ทรงตัว 3.22 แสนบาร์เรลต่อวัน
VGI สยายปีกสื่อโฆษณาครบวงจร กู้เงินบริษัทแม่ (BTS) กว่า 2,000 ล้านบาท เข้าซื้อกิจการ "แรบบิท" จากกลุ่ม BTS ปูทางฟาดรายได้สื่อโฆษณาออนไลน์ ชูจุดแข็งใช้ฐานข้อมูลแรบบิทต่อยอด เพิ่มศักยภาพเจาะลูกค้าตรงเป้าหมาย
EA จ่อ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมนครศรีธรรมราช 126 MW ปลายปีนี้ หนุนกำลังการผลิตแตะ 404 MW หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากกว่าเท่าตัว ดันผลงานปี59 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ผู้บริหารเดินหน้าอีก 5 โครงการที่ชัยภูมิ มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ดันกำลังผลิตเพิ่มเป็น 664 MW ภายในปี'61 รายได้-กำไร โตก้าวกระโดด
TFG มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 20,000 ล้านบาท เร่งเพิ่มปริมาณผลิตไก่-สุกร ส่งออกเป็นหลัก ดันสัดส่วนรายได้ส่งออกเพิ่มเป็น 20% ประเมินราคาไก่ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ITD ได้งานก่อสร้างโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ มูลค่า 1.28 พันลบ.
PLE ออกหุ้นเพิ่มทุนขาย ผถห.เดิม 1:1 ที่ 1 บ./หุ้น แถมวอร์แรนต์ 2:1
PTT ยังมองราคาน้ำมันปีนี้ในช่วง 42-46 เหรียญ/บาร์เรล แม้กำลังผลิตสูงแต่ดีมานด์สูงตาม
"อาม่า มารีน" (AMA) ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 108 ล้านหุ้น เข้า MAI ขยายกองเรือบรรทุกน้ำมัน-สารเคมี
IFEC เผยศาลฯมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของ"โรงแรมดาราเทวี"หลังดำเนินการสำเร็จตามแผน
BWG เผยบจ.เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ (ETC) ที่ถือหุ้น 60% ตั้ง 2 บริษัทย่อยรองรับยื่นเสนอขอขายไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ

ตลาดหุ้นดาวโจนส์ : +17.88 จุด
  ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,547.30 จุด เพิ่มขึ้น 17.88 จุด หรือ +0.10% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,260.08 จุด เพิ่มขึ้น 15.48 จุด หรือ +0.30% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,186.90 จุด เพิ่มขึ้น 4.26 จุด หรือ +0.20% ขานรับข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ระบุว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวขึ้นของราคาน้ำมัน หลังจากอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อเข้าพยุงราคาในตลาด

ตลาดน้ำมัน NYMEX : +0.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
  สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 69 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ 48.10 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อเข้าพยุงราคาในตลาด

Analyst : วิลาสินี บุญมาสูงทรง
ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์
ชัยยศ จิวางกูร

   

SME300

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
002832825
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987659688
8920
31647
2733600
250744
152436
2832825
Your IP: 54.242.224.250
Wed, 28 Sep 2016 15:20:37 +0000
   
© ALLROUNDER