FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


เก็บ'ล้านละพัน'ภาษีบ้าน'ที่ดิน'จ่ายเพิ่มอีก คลังสรุปจ่อครม. คิดตามอัตรา 0.1% ของราคาประเมิน ถ้าต่ำกว่าล้านบาท ไม่เสีย-ได้ยกเว้น

วันที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8864ข่าวสดรายวัน เก็บ'ล้านละพัน'ภาษีบ้าน'ที่ดิน'จ่ายเพิ่มอีกคลังสรุปจ่อครม. คิดตามอัตรา 0.1% ของราคาประเมิน ถ้าต่ำกว่าล้านบาท ไม่เสีย-ได้ยกเว้น คลังเคาะแล้ว สรุป'ล้านละพัน'อัตราภาษีที่ดินและที่อยู่อาศัย หรือที่ดินประ เมินราคา 1 ล้านบาท เสียภาษี1,000 บาท บ้านต่ำกว่า 1 ล้านไม่ต้องเสียภาษี บ้านที่ไม่เกิน 3 ล้าน เสีย 50% ของ 0.1% บ้านที่เกิน 3 ล้าน ในส่วน 3 ล้านบาทแรก เสีย 50% ของ 0.1% ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท เสียเต็ม 0.1% เตรียมชงเข้าครม.เห็นชอบอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า'สมหมาย ภาษี' ลั่นถ้ายังเป็นขุนคลังต้องผ่านกฎหมายนี้ให้ได้ อ้างถ้าไทยไม่เก็บภาษีที่ดิน-ที่อยู่อาศัยจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วไม่ได้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาษีที่ดินและ ที่อยู่อาศัยซึ่งขณะนี้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง พิจารณาอัตราที่จะจัดเก็บและได้ปรับลดลงมาครึ่งหนึ่งจากอัตราที่เสนอมาตั้งแต่แรก และนอกจากอัตราภาษีที่จะประกาศจะลดลง การจัดเก็บจริงก็จะผ่อนผันลงจากที่ประกาศเพดานสูงสุด ทั้งนี้ คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบได้ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า "เมื่อที่ประชุม ครม.เห็นชอบและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาแล้ว กฎหมายนี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที แต่จะมีระยะเวลาเว้นการใช้กฎหมายประมาณ 2 ปี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินราคาที่ดินทั่วประเทศเป็นรายแปลง" รองนายกฯ กล่าว รองนายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักเกณฑ์ยกเว้นและผ่อนปรนในการจ่ายภาษีที่ดินและภาษีที่อยู่อาศัย คาดว่าจะมีความชัดเจนเมื่อ ถึงขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เช่น บ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี ส่วนที่เข้าข่ายจะต้องเสียภาษีแม้จะมีเพดานสูงสุด เช่น ที่ดินสำหรับทำเกษตร เสียภาษี 0.25% หรือบ้านจัดสรรที่ราคาไม่สูงเสียภาษี 0.5% ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดแต่ในขั้นตอนการจัดเก็บจริงจะมีขั้นต่ำอยู่ด้วย เช่น เริ่มจัดเก็บภาษีที่อัตรา 0.1% แต่ในส่วนที่จะต้องเสียภาษีในอัตราสูงจะเป็นที่ดิน ว่างเปล่า เพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินที่ครอบครองไปใช้ประโยชน์หรือขายต่อให้คนอื่นไปใช้ประโยชน์ต่อไป รมว.คลังพยายามปรับลดลง ไม่ให้คนตกใจ ตอนนี้อัตราสูงสุดลดลงมาครึ่งหนึ่งแล้วแต่เวลาเก็บจริงจะลดลงมาอีก ด้านนายสมหมาย รมว.คลัง กล่าวว่า คลังจะเสนอภาษีที่ดินให้ครม.พิจารณาแน่นอน เพราะทั่วโลกมีกว่า 40 ประเทศ ที่เก็บภาษีที่ดิน สำหรับคนที่ไม่เคยเสียภาษีและต้องมาเสียและคิดว่าต้องเสียค่าเช่าบ้านตัวเองอยู่นั้นเป็นการคิดที่ผิด หากประเทศไทยยังไม่ยอมเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็ไม่มีทางเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้ "ตราบใดที่ผมยังเป็น รมว.คลังอยู่จะต้องเสนอร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากไม่ต้องการให้เสนอเรื่องนี้ก็ต้องให้ออกจากตำแหน่ง ส่วนใครจะต่อว่าหรือต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่าเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประเทศ" รมว.คลังกล่าว จากนั้น รมว.คลัง กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการปฏิรูปภาษี ว่า คณะกรรมการมีข้อถกเถียง ร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ยังมีปัญหา เพราะต้องดูรายละเอียดในส่วนของราคาที่ดินที่ราคาปรับแพงขึ้น ซึ่งต้องหาแนวทางมาเพื่อสรุปในการจัดเก็บอีกครั้ง แต่เบื้องต้นจัดเก็บอัตรา 0.1% ของราคาประเมิน หรือล้านบาทละ 1,000 บาท ส่วนบ้านที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี บ้านที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท เสีย 50% ของ 0.1% และบ้านที่เกิน 3 ล้านบาท ในส่วน 3 ล้านบาทแรก เสีย 50% ของ 0.1% ส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท เสียเต็ม 0.1% "หากบ้านมีมูลค่าเกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป จะเสียภาษีล้านละ 1,000 บาท เช่น บ้านมีมูลค่า 5 ล้านบาท จะเสียภาษีอยู่ที่ 3,500 บาท แบ่งเป็น ช่วง 3 ล้านบาทแรก เสียภาษี 1,500 บาท ส่วนที่เกินจากนั้นอีก 2 ล้านบาท จะต้องเสียในอัตรา 0.1% หรือเท่ากับ 2,000 บาท โดยยืนยันว่าจะไม่แพงกว่าภาษีรถยนต์ ซึ่งการดำเนินการภาษีในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้คนไทยต้องรู้ว่ามีหน้าที่เสียภาษี"รมว.คลังกล่าว ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีบ้านซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยอาจเป็นบ้านที่อยู่กลางเมืองซึ่งซื้อไว้หลายสิบปีก่อน แล้วปัจจุบันราคาพุ่งสูงขึ้น อาจประสบปัญหากับรุ่นลูกหรือรุ่นหลานที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน นายสมหมายกล่าวว่า อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ

เทียนฉายอุ้ม-ไม่ยุบกก.ชุดไพบูลย์ อ้างไม่ยุ่ง คณะสงฆ์ แค่ปฏิรูป ฆราวาส! พระจี้เลิก

วันที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 24 ฉบับที่ 8864ข่าวสดรายวันเทียนฉายอุ้ม-ไม่ยุบกก.ชุดไพบูลย์อ้างไม่ยุ่ง คณะสงฆ์ แค่ปฏิรูป ฆราวาส! พระจี้เลิก 'เทียนฉาย' โต้วุ่น อ้างกก. ปฏิรูปพุทธศาสนาฯ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับคณะสงฆ์ แค่จัดการฆราวาสที่เข้าไปมีผลประโยชน์ โดยใช้ศาสนาบังหน้า เช่น กรณีพุทธพาณิชย์ คนปลอมบวชถือบาตรเรี่ยไร วอนประชาชนให้คำแนะนำ อ้างถ้าปฏิรูปศาสนาและประเทศชาติได้พร้อมๆ กันไทย ก็จะเป็นเมืองที่มีธรรมะ ด้าน 'วิษณุ' โยนประธานสปช.พิจารณา ชี้กก.ปฏิรูปฯ ตั้งขึ้นมาใหม่อยู่นอกเหนือกมธ. ทั้ง 18 คณะ รัฐบาลจึงก้าวก่ายไม่ได้ ยันรัฐไม่มองข้ามมส. ถ้ามีเรื่องของการแก้กฎหมาย ก็จะต้องหารือ คณะสงฆ์อยู่แล้ว พระเมธีธรรมาจารย์ จี้สปช.หยุดพฤติกรรมกก.ปฏิรูปพุทธฯ บางคน ระบุถ้าปล่อยไว้ทำสงฆ์แตกแยกแน่ๆ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ในฐานะ ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าแกนนำที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นเครือข่ายกลุ่มที่รับผลประโยชน์จากการอาศัยกลไกกิจการพระพุทธศาสนา รวมถึงปกป้องเพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบ และดิสเครดิตฝ่ายการเมืองว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า ขอยืนยัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองและวัดพระธรรมกาย เพียงแต่ออกมาแสดงให้เห็นว่า การที่ฆราวาสบางคนกล่าวจาบจ้วง ไม่ให้ความเคารพต่อพระผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นสิ่งที่ ไม่เหมาะสม รวมทั้งแสดงจุดยืนว่า เราไม่ได้ปฏิเสธการปฏิรูปหรือการตรวจสอบใดๆ ก็ตาม แต่ขอให้ดำเนินการด้วยความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยมุ่งเป้าหมายไปที่จุดใดจุดหนึ่ง หากจะตรวจสอบก็ต้องทำให้เหมือนกันทั่วประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งให้พระสงฆ์เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูป ในขณะเดียวกัน คณะสงฆ์ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลว่าให้พิจารณายุบคณะกรรมการปฏิรูปฯ พระพุทธศาสนา มิเช่นนั้น จะเกิดความแตกแยกมากกว่านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประสานงานเครือข่ายพระธรรมทูตไทย และกลุ่มชาวพุทธไทยในยุโรป และสหราชอาณาจักร ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่พิเศษ/2558 เรื่องขอให้ดำเนินการยุบคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนางนงนุช เพ็ชรรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน โดยระบุตอนหนึ่งว่า พฤติกรรมของคณะกรรมการปฏิรูปฯ พระพุทธศาสนา ได้ดำเนินการรูปแบบต่างๆ เช่น ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อแบบรายวัน ในลักษณะการข่มขู่คุกคามว่า จะดำเนินการตรวจสอบที่นั่นที่นี่ และมีพฤติกรรมแอบแฝง แอบอ้าง โดยมักอ้างความชอบธรรมต่างๆ ในการสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคม เครือข่ายพระธรรมทูตไทย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณา รับฟังเสียงเรียกร้องของพระสงฆ์ทั่วโลก และของชาวพุทธทั่วโลก ลงนามโดย พระโสภณพุทธวิเทศ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายพระธรรมทูตไทย และกลุ่มชาวพุทธไทยในยุโรป และสหราชอาณาจักร ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอชี้แจงตามที่เรียกร้องให้นายกฯ ยกเลิกคณะกรรมปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา โดยสปช. ที่มีนายไพบูลย์เป็นประธานนั้น เรื่องนี้คสช. เป็นคนตั้งสปช.ขึ้นมา จากนั้นประธานสปช.ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา 18 คณะ สิ่งที่กำลังเป็นปัญหาในสังคมไม่ได้อยู่ที่ตัวกมธ. แต่อยู่ที่คณะกรรมการตั้งขึ้นภายหลัง นอกเหนือจาก 18 คณะ ดังนั้นรัฐบาลจึงยุบคณะกรรมการชุดนายไพบูลย์ไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นคนตั้ง ถ้าจะยุบหรือ ไม่ยุบ ต้องถามประธาน สปช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้ สปช.ทำงานอย่างเป็นอิสระ ไม่แทรกแซง สิ่งที่รัฐบาลทำได้ คือหาก สปช.ส่งเรื่องเข้ามายังรัฐบาล เราจะทำอะไรต่อหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง "รัฐบาลแยกเรื่องศาสนากับบ้านเมืองออกจากกัน ประเด็นใดที่เป็นเรื่องศาสนา เช่น กรณีพระลิขิตว่ามีความหมายอย่างไร หรือปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับพระธัมมชโย ในทางสงฆ์จะทำได้หรือไม่ ทั้งหมดเป็นเรื่องของคณะสงฆ์จะเป็นผู้วินิจฉัย ไม่ใช่รัฐบาล ยืนยันไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย เพราะรัฐบาลจะดำเนินการในเรื่องของบ้านเมืองเท่านั้น เช่น คดีความต่างๆ ขณะนี้อัยการตรวจสอบอยู่ หรือกรณีการทุจริตในเครดิตสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ติดตามอยู่ ผิดไม่ผิดก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลจะใช้หลัก 3 หลักดำเนินการ คือหลักกฎหมาย หลักการให้ความเป็นธรรม และหลักการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ที่สำคัญที่สุดวันนี้เราต้องตามเอาเงินคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯก่อน" รองนายกฯ กล่าว นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลชี้แจงกับหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า การจะปฏิรูปองค์การศาสนา ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป แต่เมื่อสุดท้ายมีข้อสรุปว่าจะต้องปฏิรูป เช่นสมมติว่าต้องมีกฎหมายคณะสงฆ์ ในที่สุดต้องส่งมาใช้รัฐบาลทำ และเรื่องใดที่จะแตะต้องคณะสงฆ์ รัฐบาลไม่มีทางทำเรื่องนี้โดยพลการ หากได้รับเรื่องมา จะต้องส่งเรื่องทุกอย่างไปให้มหาเถรสมาคม(มส.) พิจารณาอีกครั้ง เพราะถือเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดฝ่ายสงฆ์ จึงขอให้ไว้วางใจได้ว่าการดำเนินการใดของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับคณะสงฆ์ จะต้องผ่านมส. นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบ สวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียก พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมพระลูกวัดจำนวนหนึ่งให้ปากคำ ฐานมีชื่อในการรับเช็คจากอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นว่า เป็นหน้าที่ของดีเอสไอตามปกติ ซึ่งรัฐบาลให้ดีเอสไอและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ร่วมกันตรวจสอบคดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ โดยติดตามตรวจสอบการเชื่อมโยงว่าเงินได้โอนออกไปหาใครอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ และใครเป็นผู้รับ เรื่อง ดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยเฉพาะ แต่เราจะตั้งข้อสังเกตไปที่การโอนเงินว่าโอนไปที่ใคร โดยในวันที่ 6 มี.ค. เวลา 13.00 น. ได้เชิญหน่วยงานทั้ง 4 มารายงานความคืบหน้าในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมอบนโยบายแล้ว ส่วนการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกายและคณะสงฆ์ รัฐบาล มีแนวทางชัดเจนอยู่แล้ว ด้านนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางในการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องนอกกรอบการดำเนินการของสปช. หน้าที่ของสปช.คือการให้ความเห็น ข้อเสนอแนะการปฏิรูป แต่เราไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการ ส่วนความเห็นเรื่องกิจการศาสนา เรายืนยันว่าเราไม่ได้ให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะแก่สงฆ์ เพราะไม่ใช่หน้าที่เรา แต่เป็นเรื่องที่พระสงฆ์ต้องจัดการชำระปัญหาและปฏิรูปกันเอง นายเทียนฉาย กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่สปช. มีอำนาจในการเสนอแนะเพื่อปฏิรูปนั้น เกี่ยวข้องกับฆราวาสข้องเกี่ยวกับพระศาสนา เช่น พุทธพาณิชย์ ผู้ที่ปลอมเป็นพระสงฆ์ได้ถือบาตรเรี่ยไรกลางถนน เป็นต้น อีกทั้งเรื่องคดีความที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ก็มีผู้รับผิดชอบ อยู่แล้ว โดยทั้งหมดถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ จะต้องจัดการ ดังนั้น ตนอยากจะย้ำว่าต้องให้ประชาชนให้ข้อเสนอแนะ และช่วยกันบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งถ้าการปฏิรูปทั้งในส่วนของพระสงฆ์ และฆราวาสสำเร็จพร้อมกันก็จะเป็นประเทศที่มีธรรมะและเป็นเครื่องจรรโลงศีลธรรมอันดีของประชาชน นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยไปบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ร่วมกับนายไพบูลย์ ซึ่งตนได้ชี้แจงนอกรอบไปว่า สนพ.ไม่ได้คัดค้าน ทั้งจะสนับสนุนด้วย ในกรณีการตรวจสอบวัดพระธรรมกาย แต่การเคลื่อนไหวของสนพ.คือไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการ ปฏิรูปฯ พระพุทธศาสนา ซึ่งนายไพบูลย์ก็เข้าใจตรงกัน แต่หลังจากนั้นนายไพบูลย์กลับออกมาให้ข่าวผ่านสื่อโดยตลอดว่า การเคลื่อนไหวของ สนพ. ได้รับการสนับสนุนจากวัดพระธรรมกาย จึงอยากแจ้งนายไพบูลย์ว่า หากยังให้สัมภาษณ์ในลักษณะดังกล่าวอีก ทางสนพ.จะดำเนินการแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาท นอกจากนี้ เห็นว่าอยากให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เพราะหากประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.นี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมได้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.ท. ปกรณ์ สุวชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับ วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบสิ่งก่อสร้างภายในวัดพระธรรมกายเพื่อประเมินมูลค่าทรัพย์สินของวัด และหาความเชื่อมโยงของจำนวนเงินที่มีการยักยอกจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. เป็นต้นไป จะสอบปากคำพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระลูกวัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเช็คจำนวน 878 ฉบับ รวมทั้งบุคคลและนิติบุคคลที่มีชื่อปรากฏในเช็คทั้งหมด โดยจะทยอยสอบปากคำวันละ 3-4 คน ส่วนคดีจะรวดเร็วหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งคดียักยอกทรัพย์มีอายุความถึง 15 ปี เริ่มนับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อปี 2552 พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังพบว่านาย ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น โอนเงินให้พระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย และโอนเงินต่อไปยังบุคคลอื่นอีกหลายกลุ่ม แต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามีกี่คน มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารกว่า 8-9 แห่ง ทั้งนี้ ยอมรับว่าการติดตามเส้นทางการเงินเป็นเรื่องยากที่จะทราบว่าจำนวนเงินดังกล่าวไปสิ้นสุดปลายทางที่ใคร "ถ้ามีการรับเงินแล้วโอนเงินต่อไปในช่วง 1-2 วัน ก็จะตรวจสอบได้ง่าย แต่ถ้าโอนต่อเข้าไปที่วัดแล้วพักเงินไว้เป็นเวลานาน ก่อนที่จะโอนย้ายเงินให้กับบุคคลอื่นก็จะยากในการติดตามตรวจสอบว่าเงินไปสิ้นสุดที่ใด จุดนี้ถือว่ายากในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะต้องใช้เวลามาก เพราะถ้าเขาไซฟ่อนเงินคนที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ก็จะต้องมีความพยายามยักย้ายถ่ายเทโอนเงิน เพื่อไม่ให้ เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินได้" พ.ต.ท. ปกรณ์กล่าว รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนชุดติดตามร่องรอยการเงินวัดพระธรรมกาย นำโดย พ.ต.ท.ปกรณ์ นำพนักงานสอบสวนลงพื้นที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี เพื่อตรวจสอบมูลนิธิที่มีชื่อรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำนวน 119 ล้านบาท โดยการสอบสวนของพนักงานสอบสวนชุดแรกระบุว่าเป็นการบริจาคเพื่อนำไปก่อตั้งมูลนิธิดูแลเด็ก แต่ปัจจุบันไม่พบว่าการดำเนินกิจการ นอกจากนี้ ยังได้แยกชุดพนักงานสอบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของนายศุภชัย ซึ่งเข้าไปอาศัยอยู่ในอาคารยูทาวเวอร์ ที่นาย ศุภชัยนำเงินที่ยักยอกจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ไปก่อสร้างอาคาร ดังนั้น อาคารดังกล่าวถือเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ การเข้าไปพักอาศัยโดยไม่จ่ายค่าเช่า ทำให้สหกรณ์ขาดผลประโยชน์ ขณะเดียวกันระหว่างการตรวจสอบของดีเอสไอ ปรากฏว่ามีข่าวรั่วไหลจากวงในทำให้ผู้บริหารสหกรณ์ยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลมีนบุรี เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ว่า นายศุภชัย ติดค้างค่าเช่าอาคารยูทาวเวอร์เป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวของบุคคลบางกลุ่มที่ต้องการให้ยุติคดีที่เชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการชะลอหมายเรียกพระธัมมชโย และพระลูกวัดเข้าให้ปากคำด้วย แหล่งข่าวจากปปง. เปิดเผยว่า นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล ได้เข้าให้การโต้แย้งคำสั่งอายัดทรัพย์ บริษัท เอส.ดับบลิว. โฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด โดยระบุว่า บริษัทประกอบธุรกิจค้าอัญมณีและของเก่า รวมถึงการรับจำนำและค้าขายทั่วไป มีที่มาทรัพย์สินจากมรดกที่แม่ได้จากการขายที่ดิน โดยนายสถาพรระบุว่า ทำธุรกิจค้าอัญมณีตั้งแต่สมัย ที่ยังบวชเป็นพระวัดพระธรรมกาย โดยรู้จักกับนายศุภชัยผ่านการแนะนำของพระครูปลัดวิจารณ์ และได้ทำการซื้อขายอัญมณีเรื่อยมา กระทั่งสึกออกมาเปิดบริษัท ส่วนการนำเงินมาเพิ่มทุนของนายศุภชัยไม่ได้มีการจ่ายเงินกันจริง แต่เป็นการทำสัญญาด้วยความเชื่อใจ ต่อมาเมื่อนายศุภชัยไม่ยอมชำระเงินให้บริษัท นายสถาพรจึงรับซื้อหุ้นลมจากนายศุภชัย ไว้ทั้งหมด

ดัชนีเช้าลุ้นเทคนิคเคิลรีบาวด์ตาม ตปท.ขานรับผลประชุม ECB

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นเทคนิคเคิลรีบาวด์ตาม ตปท.ขานรับผลประชุม ECB นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเชียพลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ได้ หลังจากผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB)วานนี้คงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป และให้เริ่มซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ด้วยเม็ดเงิน 6 หมื่นล้านยูโร ซึ่งจะเป็นลักษณะของการทยอยซื้อทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงกรีซ แม้ผลตอบแทนอาจติดลบ ด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นแรง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเยอรมันทำ New High และตลาดในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก ส่วนบ้านเราก็น่าจะรีบาวด์ขึ้นมาได้หลังจากช่วง 4 วันที่ผ่านมาดัชนีฯได้ปรับตัวลงไปราว 2.7% แล้ว พร้อมให้แนวรับ 1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570-1,575 จุด ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน -ตลาดหุ้นนิวยอร์คล่าสุด(5 มี.ค.58)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 18,135.72 จุด เพิ่มขึ้น 38.82 จุด(+0.21%),ดัชนีNASDAQ ปิดที่ 4,982.81 จุด เพิ่มขึ้น 15.67 จุด(+0.32%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,101.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.51 จุด(+0.12%) - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 63.01 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ ลดลง 0.44 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 42.72 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ ลดลง 7.50 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 5.59 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 15.04 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ ลดลง 1.23 จุด - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(5 มี.ค.58)1,553.33 จุด ลดลง 9.51 จุด(-0.61%) - นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 993.93 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 มี.ค.58 - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(5 มี.ค.58) ปิดที่ 50.76 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 77 เซนต์ - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(5 มี.ค.58)ที่ 9.39 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล - เงินบาทเปิด 32.42/43 ทรงตัวจากวานนี้ รอตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ - "ประยุทธ์" สั่งคลังทบทวนภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง หามาตรการยกเว้น เผย "บ้านหลังแรก-มรดก" อาจยกเว้น ยันเป็นกฎหมายจำเป็น จัดเก็บรายได้เข้ารัฐ แก้ปัญหาระยะยาวของประเทศ เผยด้าน "ปรีดิยาธร" คาดคลังเสนอ ครม.ใน 2 สัปดาห์ ยันเสียไม่มาก แม้กำหนดเพดานสูงสุด แต่ออกข้อยกเว้น ขณะ "สมหมาย" เดินหน้าเพื่อปฏิรูปประเทศ ชี้กว่า 40 ประเทศทั่วโลกมีการจัดเก็บ - กนอ.ขานรับนโยบายรัฐบาลพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ดึง "พีทีทีจีซี-เอสซีจี" ตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติก-บรรจุภัณฑ์ เตรียมเสนอบอร์ดกนพ.ที่มีนายกฯเป็นประธาน 16 มี.ค. ขณะปีนี้ ตั้งเป้าพัฒนาอีก 3 นิคมฯ พื้นที่กว่า 5 พันไร่ มูลค่าลงทุนกว่า 1.85 แสนล้านบาท มั่นใจยอดขายทะลุเป้า 4 พันไร่ - นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. อยู่ที่ 79.1 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยมีปัจจัยจากความกังวลปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง - "ธนวัฒน์ คุ้มสิน" นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2559 ที่เปลี่ยนวิธีจัดเก็บภาษี จากเดิมที่คำนวณขนาดกระบอกสูบเครื่องยนต์ (ซีซี) เป็นคำนวณจากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) จะส่งผลให้ราคารถยนต์ทุกประเภทปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% - พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)เผยขณะนี้ รฟม.อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองราคากับบริษัทเอกชนที่ชนะการประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 18.2 กิโลเมตร คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้จะมีความชัดเจน ซึ่งยอมรับว่ากระบวนการต่อรองราคาล่าช้ากว่าแผนงานเดิมที่กำหนดเล็กน้อย ที่เดิมจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม จากนั้นก็จะเริ่มก่อสร้างโดยจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี 8 เดือน หรือประมาณ 1,350 วัน จึงจะเปิดให้บริการได้ *หุ้นเด่นวันนี้ - MLINK-W1 ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบมจ.เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น(MLINK)เทรดวันนี้วันแรก และเป็นหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขาย ระดับ 1 : Cash Balance มีผลตั้งแต่วันที่ 6-13 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ MLINK-W1 มีจำนวน 107,999,952 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 4.00 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 3 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (16 มกราคม 2558) ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 29 ม.ค. 2559 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 15 ม.ค. 2561 - SAMART-W ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น(SAMART)เทรดวันนี้วันแรก มีจำนวน 201,265,500 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 45 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 3 ปี นับแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งออกวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 กำหนดราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย กำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 19 ก.พ. 2561 และวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 19 ก.พ. 2561 - CK (บัวหลวง)"ซื้อ"เป้า 32.75 บาท คงมุมมองเชิงบวก และคงประมาณการณ์กำไรปีนี้ 1.86 พันลบ.(-22% y-y) ประเด็นการลงทุน 1) คาดได้งานระบบสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายจาก BMCL 2) มีโอกาสได้งานอุโมงค์ระบายน้ำ กทม. 6 พันลบ. และคาดได้แบ่งงานถนนมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด 3) แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q15 เติบโตสูงจากกำไรขายไซยะบุรี - ITD(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ทยอยสะสม"เป้า 10.50 บาท ประกาศออก Warrant ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 Warrant อายุ 4 ปี อัตราการใช้สิทธิ 1 : 1 และราคาแปลงสภาพ 14.00 บาท โดยจะนำเข้าพิจารณาในการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 8 เม.ย.2558 โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อการออก Warrant ดังกล่าว เนื่องจากราคาแปลงสภาพที่ 14 บาท จะไม่ส่งผลกระทบให้เกิด Share Dilution ในระยะเวลาอันใกล้ และเป็นจัดโครงสร้างทางการเงินเพื่อรองรับการลงทุนใหญ่อย่างเหมืองโปรแตซที่คาดว่าจะได้ประทานบัตรใน 1H58 รวมทั้งโครงการอื่นๆในอนาคต และคาดกลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับตัว Outperform ตลาดได้ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากจะมีการประชุมระหว่างคณะทำงานไทย–จีน เพื่อหารือแผนการลงทุนโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ระหว่างวันที่ 10-12 มี.ค.2558 พร้อมคาดกำไรปกติปี 2558 เติบโต +56.9% yoy เป็น 904 ล้านบาท ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับ ECB เตรียมใช้ QE สัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวก หลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันว่า ECB จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ตามเวลาโตเกียว ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 18,814.85 จุด เพิ่มขึ้น 63.01 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,248.04 จุด ลดลง 0.44 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 24,235.76 จุด เพิ่มขึ้น 42.72 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 9,587.59 จุด ลดลง 7.50 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 2,003.97 จุด เพิ่มขึ้น 5.59 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,410.31 จุด เพิ่มขึ้น 15.04 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,804.86 จุด ลดลง 1.23 จุด นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.พ.ของสหรัฐ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 212,000 รายในเดือนก.พ. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 220,000 ราย ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 41.90 จุด หลัง ECB ยันเดินหน้า QE ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันว่าการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโรจะเริ่มขึ้นในเดือนนี้ ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 41.90 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 6,961.14 จุด ตลาดปรับตัวแข็งแกร่ง หลังนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB กล่าวในการแถลงข่าวว่า ECB จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ในวันที่ 9 มี.ค.นี้ ขณะเดียวกัน ECB ยังประกาศเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน โดยคาดว่าเศรษฐกิจในยูโรโซนจะเติบโต 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.0% ในเดือนธ.ค. หลังจากขยายตัว 0.9% ในปีที่แล้ว ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจะดีดตัว 1.9% ในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมเช่นกัน และแตะ 2.1% ในปี 2560 ทั้งนี้ ECB จะซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนก.ย.ปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมี.ค. คิดเป็นวงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโร ซึ่งมีเป้าหมายที่จะอัดฉีดเม็ดเงินใหม่ๆเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศยูโรโซนที่กำลังซบซาลง และจัดการกับภาวะเงินฝืดและอัตราว่างงานในยูโรโซนที่อยู่ในระดับสูงถึง 11% ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.05% ตามคาด ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน โดยเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ หุ้นเฟรนด์ส ไลฟ์ กรุ๊ป พุ่งขึ้นมากที่สุด 7.07% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส ตามด้วยหุ้นอาวิวา ซึ่งดีดขึ้น 7.05% ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับ ECB ประกาศทำ QE ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ประกาศว่า ECB จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 0.81% ปิดที่ 393.78 จุด ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,963.51 จุด เพิ่มขึ้น 46.16 จุด หรือ +0.94% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,504.01 จุด พุ่งขึ้น 113.63 จุด หรือ +1.00% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,961.14 จุด เพิ่มขึ้น 41.90 จุด หรือ +0.61% ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นหลังจากนายดรากีออกแถลงการณ์ว่า จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค.นี้ โดยคาดหวังว่าการอัดฉีดเม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน และหนุนอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ECB จะซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนก.ย.ปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมี.ค. คิดเป็นวงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโร โดย ECB จะซื้อพันธบัตรดังกล่าวจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ในระยะกลาง ขณะเดียวกัน ECB จะซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงกรีซ นอกจากนี้ ECB คาดว่าเศรษฐกิจในยูโรโซนจะเติบโต 1.5% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ที่ระดับ 1.0% ในเดือนธ.ค. หลังจากขยายตัว 0.9% ในปีที่แล้ว ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจะดีดตัว 1.9% ในปีหน้า ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมเช่นกัน และแตะ 2.1% ในปี 2017 นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเป็นวงกว้าง โดยหุ้นอาดิดาส พุ่งขึ้น 3.43% ขณะที่หุ้นอินฟีเนียน เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ ปรับตัวขึ้น 2.43% หุ้น ThyssenKrupp ซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของเยอรมนี ดีดตัวขึ้น 2.32% หุ้นแอร์บัส พุ่งขึ้น 4.76% หุ้นแอคคอร์ ทะยานขึ้น 3.73% และหุ้นเซฟราน ปรับขึ้น 2.98% ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 38.82 จุด รับข่าว ECB ทำ QE ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) หลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันว่า ECB จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด เพราะตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ รวมถึงจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,135.72 จุด เพิ่มขึ้น 38.82 จุด หรือ +0.21% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,982.81 จุด เพิ่มขึ้น 15.67 จุด หรือ +0.32% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,101.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.51 จุด หรือ +0.12% ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นหลังจากนายดรากีออกแถลงการณ์ว่า จะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค.นี้ โดยคาดหวังว่าการอัดฉีดเม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน และหนุนอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ECB จะซื้อพันธบัตรมูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน จนถึงเดือนก.ย.ปีหน้า โดยเริ่มต้นในเดือนมี.ค. คิดเป็นวงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโร โดย ECB จะซื้อพันธบัตรดังกล่าวจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับ 2% ในระยะกลาง ขณะเดียวกัน ECB จะซื้อพันธบัตรของรัฐบาลหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงกรีซ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. เพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 320,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว ส่วนยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลงเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันในเดือนม.ค. โดยลดลง 0.2% หลังจากที่ดิ่งลง 3.5% ในเดือนธ.ค. หุ้นคอสท์โค โฮลเซล คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 2.72% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด ส่วนหุ้นเทคโนโลยีชีวภาพปรับตัวขึ้นขานรับข่าวที่ว่า บริษัท AbbVie จะเข้าซื้อกิจการบริษัทฟาร์มาไซคลิกส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเทคโนโลยีชีวภาพด้านการรักษาโรคมะเร็ง โดยข้อตกลงครั้งนี้มีมูลค่าสูงถึง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ หุ้นฟาร์มาไซคลิกส์ พุ่งขึ้น 10% หุ้นเวอร์เท็กซ์ ฟาร์มาซูติคอลส์ ปรับขึ้น 5.8% แต่หุ้น AbbVie ร่วงลง 5.7% นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.พ.ของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 212,000 รายในเดือนก.พ. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 220,000 ราย นอกเหนือจากข้อมูลด้านแรงงานแล้ว นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลด้านอื่นๆของสหรัฐในวันนี้ด้วย รวมถึงข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนม.ค. และสินเชื่อผู้บริโภคเดือนม.ค. World Markets:สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 5 มี.ค.2558 ดัชนีDJIAตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 18,135.72 จุด เพิ่มขึ้น 38.82 จุด +0.21% ดัชนีNASDAQตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,982.81 จุด เพิ่มขึ้น 15.67 จุด +0.32% ดัชนีS&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,101.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.51 จุด +0.12% ดัชนีFTSE100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,961.14 จุด เพิ่มขึ้น 41.90 จุด +0.61% ดัชนีDAXตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,504.01 จุด เพิ่มขึ้น 113.63 จุด +1.00% ดัชนีCAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,963.51 จุด เพิ่มขึ้น 46.16 จุด +0.94% ดัชนีALL ORDINARIESตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,873.70 จุด เพิ่มขึ้น 2.20 จุด +0.04% ดัชนีS&P/ASX200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,904.20 จุด เพิ่มขึ้น 2.60 จุด +0.04% ดัชนีTAIEXตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 9,595.09 จุด ลดลง 26.64 จุด -0.28% ดัชนีNIKKEI225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 18,751.84 จุด เพิ่มขึ้น 48.24 จุด +0.26% ดัชนีKOSPIตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 1,998.38 จุด เพิ่มขึ้น 0.09 จุด +0.00% ดัชนีSSE Compositeตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,248.48 จุด ลดลง 31.05 จุด -0.95% ดัชนีPSE Compositeตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,819.04 จุด ลดลง 28.79 จุด -0.37% ดัชนีHSIตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 24,193.04 จุด ลดลง 272.34 จุด -1.11% ดัชนีJakarta Compositeตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 5,450.95 จุด เพิ่มขึ้น 2.89 จุด +0.05% ดัชนีFBMKLCIตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,806.09 จุด ลดลง 19.45 จุด -1.07% ดัชนีFTSE STIตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,395.27 จุด ลดลง 20.26 จุด -0.59% ดัชนีSENSEXตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 29,448.95 จุด เพิ่มขึ้น 68.22 จุด +0.23% ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) หลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB)ยืนยันว่าECBจะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด เพราะตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ รวมถึงจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,135.72 จุด เพิ่มขึ้น 38.82 จุด หรือ +0.21% ดัชนีNASDAQปิดที่ 4,982.81 จุด เพิ่มขึ้น 15.67 จุด หรือ +0.32% ดัชนีS&P500 ปิดที่ 2,101.04 จุด เพิ่มขึ้น 2.51 จุด หรือ +0.12% ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB)ที่ประกาศว่าECBจะเริ่มต้นโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซน ดัชนีStoxx Europe600 เพิ่มขึ้น 0.81% ปิดที่ 393.78 จุด ดัชนีCAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,963.51 จุด เพิ่มขึ้น 46.16 จุด หรือ +0.94% ดัชนีDAXตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,504.01 จุด พุ่งขึ้น 113.63 จุด หรือ +1.00% ดัชนีFTSE100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,961.14 จุด เพิ่มขึ้น 41.90 จุด หรือ +0.61% ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB)ยืนยันว่าการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)วงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโรจะเริ่มขึ้นในเดือนนี้ ดัชนีFTSE100 เพิ่มขึ้น 41.90 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 6,961.14 จุด สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI)ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด หลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ที่พุ่งขึ้นกว่า 10 ล้านบาร์เรล และปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก สัญญาน้ำมันดิบWTIส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 77 เซนต์ ปิดที่ 50.76 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 7 เซนต์ ปิดที่ 60.48 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโร ขณะที่นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐอย่างใกล้ชิด สัญญาทองคำตลาดCOMEX (Commodity Exchange)ส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 4.7 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 1,196.20 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค.ทรงตัวที่ 16.158 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 1.6 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,180.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบสกุลเงินหลักอื่นๆเมื่อคืนนี้ (5 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนคาดว่าข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่จะรายงานในวันนี้จะบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของตลาดแรงงานสหรัฐ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1027 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.1074 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์ลดลงที่ 1.5238 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.5261 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 120.16 เยน เทียบกับระดับ 119.71 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9747 ฟรังก์ จาก 0.9629 ฟรังก์ ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7774 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7820 ดอลลาร์ ดัชนี ค่าระวางเรือBDIปิดวันทำการล่าสุดที่ 561.00 จุด เพิ่มขึ้น 2.00 จุด, +0.36% อินโฟเควสท์

จับตาหุ้นเด่นวันนี้ 6-3-15

จับตาหุ้นเด่นวันนี้ *PTTGC,SCC-นสพ.รายงาน กนอ.ขานรับนโยบายรัฐบาลพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ดึง "พีทีทีจีซี-เอสซีจี" ตั้งนิคมอุตสาหกรรมพลาสติก-บรรจุภัณฑ์ เตรียมเสนอบอร์ดกนพ.ที่มีนายกฯเป็นประธาน 16 มี.ค. ขณะปีนี้ ตั้งเป้าพัฒนาอีก 3 นิคมฯ พื้นที่กว่า 5 พันไร่ มูลค่าลงทุนกว่า 1.85 แสนล้านบาท มั่นใจยอดขายทะลุเป้า 4 พันไร่ *กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ -นสพ.รายงาน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รับตลาดคอนโดมิเนียมชะลอตัว หลังซัพพลายล้นช่วง 2-3 ปีก่อน เพอร์เฟคชี้แค่ระยะสั้น วางนโยบายปีนี้เน้นเจาะบ้านเดี่ยวไฮเอนด์ รับความต้องการซื้อเพิ่ม ตั้งเป้ารายได้จากแนวราบ1หมื่นล้านบาท จากทั้งหมด 1.76 หมื่นล้านบาท ด้าน "แอลพีเอ็น" เชื่อคอนโดโตช้าลง คาดปีนี้เปิดใหม่ 8 หมื่นยูนิตจากปีก่อน 7.8 หมื่นยูนิต มั่นใจรายได้ปีนี้โต 36% ตามเป้า แตะ 1.6 หมื่นล้านบาท *SAT,AH-นสพ.รายงาน จีเอ็มลดพนักงาน 30% ยกเลิกลงทุนอีโค คาร์เฟส 2 ด้านสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยชี้ไม่สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมแม้อยู่ในภาวะถดถอย กำลังซื้อร่วงหนักคาดไตรมาสแรกยังไม่ฟื้น ชี้ทุกค่ายต้องอดทนรอผลจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ -นสพ.รายงาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2559 ที่เปลี่ยนวิธีจัดเก็บภาษี จากเดิมที่คำนวณขนาดกระบอกสูบเครื่องยนต์ (ซีซี) เป็นคำนวณจากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) จะส่งผลให้ราคารถยนต์ทุกประเภทปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% *BTS-นสพ.รายงาน “ประจิน" จี้กทม.เร่งสรุปการรับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ แบริ่ง-สมุทรปราการ มั่นใจได้ข้อยุติเดือนมิ.ย.นี้ ฟาก BTS ย้ำมีความพร้อมรับงานเดินรถ เตรียมทุ่ม 5 พันล้านบาทซื้อรถไฟฟ้า 10 ขบวน วิ่งบริการทางสายใหม่ *SUPER,DEMCO,SPCG,IFEC,TPCH,EA,TSE-นสพ.รายงาน เปิดโผ 7 หุ้นพลังงานทางเลือก ไม่ขัดต่อระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มค้างท่อของกกพ.ฉบับใหม่ ที่เริ่มประกาศใช้ 30 ธ.ค. 57 “จอมทรัพย์" ระบุชัดเข้าถือหุ้นโซลาร์ฟาร์มก่อน 8 ธ.ค. 57 มั่นใจปีนี้กำลังผลิตครบ 400 เมกะวัตต์ ส่วน IFEC เป้าหมายชัดซื้อโซลาร์ฟาร์มที่จ่ายไฟแล้ว ไม่สนโครงการค้างท่ออยู่แล้ว *KCM-นสพ.รายงาน แย้มงบไตรมาสแรกใกล้เคียงปีก่อน หลังยอดขายฟื้น คาดรับงานโครงการ 300 ล้านบาทภายในปีนี้ ขณะที่เตรียมรับรู้รายได้จากโกดังให้เช่าที่ จ.ขอนแก่นในไตรมาส 3/58 *LPN-นสพ.รายงาน คาดไตรมาส 1/58 มีรายได้ 1.8 พันล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 2 พันล้านบาท เหตุมีคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมโอนน้อย ขณะที่ยอดขาย 2 เดือนแรกอยู่ที่ 2 พันล้านบาท เล็งเปิด 1 โครงการ มูลค่า 1.75 พันล้านบาทปลายไตรมาส 1/58 นี้ *MIDA-นสพ.รายงาน เตรียมเสนอบอร์ดสัปดาห์หน้าขออนุมัติจ่ายปันผลพิเศษ หลังได้กำไร 218 ล้านบาท จากขายหุ้นไมด้า ลิสซิ่ง หรือ ML จำนวน 114 ล้านหุ้น หรือ 13.02% พร้อมขยายธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์เต็มสูบ *SCC-นสพ.รายงาน โอดวัสดุก่อสร้าง 2 เดือนแรกซึม ลุ้นครึ่งปีหลังรัฐเข็นเมกะโปรเจกต์ ดันตลาดโต 5% *FORTH-นสพ.รายงาน ใส่เกียร์ลุยโปรเจ็กต์ใหม่ภาครัฐ 2 พันล้านบาท คาดคว้าชัยไม่ต่ำกว่า 30% ตุน Backlog เพิ่ม จากเดิมราว 800 ล้านบาท กินยาวสิ้น Q4 นี้ ควักงบ 600 ล้านบาท เสริมทัพธุรกิจเต็มสูบ แถมการันตีปีนี้รายได้แตะ 5 พันล้านบาท แถมบริษัทลูก FSMART หนุน *EPCO-นสพ.รายงาน ซุ่มร่วมทุนโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ดันโครงการกระแสไฟฟ้าจากไบโอแมสล็อตแรก 9 เมกะวัตต์ ย้ำการเจรจาทุกดีลต้องถือหุ้นใหญ่ 70% แถมเจรจาโซลาร์ฟาร์มภาครัฐอื้อซ่า ทุ่มงบ 1 พันล้านบาท เร่งเครื่องเทกโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น 50-60 เมกะวัตต์ พร้อมใส่เกียร์ดัน "บ่อพลอย" เข้าตลาดปลายปีนี้ ส่วนปี 2558 กำไรแรง 30% *TIPCO-นสพ.รายงาน อัพเครื่องจักรใหม่ พร้อมเดินหน้าลุยขยายกำลังการผลิตน้ำแร่ และเครื่องดื่มน้ำผลไม้วางเป้าปี 2558 ปั๊มยอดดันรายได้โต 10% อีกทั้งนี้จะบุ๊กกำไรจากการลงทุนในธุรกิจของ TASCO ที่มีแนวโน้มสดใส เล็งขยับฐานตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้ ในประเทศเกาหลีใต้ จากดีมานด์การตอบรับสูง *DELTA-นสพ.รายงาน แย้มไตรมาส 1/2558 ผลงานเฉิดฉายอานิสงส์ดีมานด์ทะลัก พร้อมคอนเฟิร์มปี 2558 รายได้ตามนัดพุ่ง 10% จากปีก่อน หลังพอร์ตลูกค้าขยายตัว เดินหน้าบุก AEC เสริมช่องรับทรัพย์ แถมลุยเทกกิจการอัพฐานแกร่ง ฟากนักวิเคราะห์ ฟันธงปี 2558 กำไรพอง 21% ออเดอร์เรียงคิวเพียบ *FOCUS-นสพ.รายงาน เดินเกมรุกประมูลงานใหม่มูลค่า 1 พันล้านบาท คาดคว้าได้ 30-40% มั่นใจหนุนผลงานพลิกเป็นบวกชัวร์ วางเป้ารายได้ปี 2558 แตะ 1 พันล้านบาท เล็งหาที่ดินใหม่ปูพรมสร้างคอนโดมิเนียม *DCON-นสพ.รายงาน ตั้งเป้ารายได้แตะ 2,000-3,000 ล้านบาท ภายใน 2-3 ปี หลังจากที่มีการลงทุนครั้งใหญ่กว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 2558 นี้ ลุยธุรกิจอสังหา เปิดคอนโด มูลค่า 1,500 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรร่วมทุนสร้างโรงงานพรีคาสต์ทั้งในประเทศ และที่กัมพูชา เล็งลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 18 เมกะวัตต์ ลุ้นรับอานิสงส์รถไฟรางคู่ อินโฟเควสท์

การซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 5 มี.ค. 2558

รายงานการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 5 มี.ค. 2558 สรุปภาพรวมการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2558 พบว่ามีมูลค่าการซื้อสุทธิรวมทั้งหมด (SET+MAI) จำนวน 1,904.62 ล้านบาท โดยหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 100 อันดับแรก ได้แก่ชื่อหุ้น มูลค่าซื้อ (บาท) มูลค่าขาย (บาท) มูลค่าการซื้อขายรวม มูลค่าการซื้อขายสุทธิ สัดส่วนซื้อขาย NVDRต่อการซื้อขายหุ้นอ้างอิงKBANK 2,561,878,109.40 1,095,111,439.40 3,656,989,548.80 1,466,766,670.00 60.74 ADVANC 539,854,121.00 402,177,400.00 942,031,521.00 137,676,721.00 33.17 SCC 565,293,120.00 367,151,400.00 932,444,520.00 198,141,720.00 42.77 KTB 560,830,524.20 359,874,760.00 920,705,284.20 200,955,764.20 22.41 SCB 363,793,520.00 324,094,772.00 687,888,292.00 39,698,748.00 20.61 INTUCH 254,594,064.00 424,817,408.00 679,411,472.00 -170,223,344.00 33.13 PTT 264,351,120.00 400,381,500.00 664,732,620.00 -136,030,380.00 19.04 BBL 393,817,900.00 261,120,924.00 654,938,824.00 132,696,976.00 21.50 TRUE 251,825,818.00 169,347,661.50 421,173,479.50 82,478,156.50 6.53 DTAC 132,532,985.00 281,656,500.00 414,189,485.00 -149,123,515.00 36.47 TPIPL 235,713,400.00 164,316,828.00 400,030,228.00 71,396,572.00 5.90 TUF 183,403,884.00 158,778,334.00 342,182,218.00 24,625,550.00 36.98 STEC 289,755,140.00 4,396,050.00 294,151,190.00 285,359,090.00 33.98 BAY 50,294,725.00 240,602,475.00 290,897,200.00 -190,307,750.00 30.70 PTTEP 154,879,260.00 95,590,350.00 250,469,610.00 59,288,910.00 21.19 LH 118,058,150.00 129,565,490.00 247,623,640.00 -11,507,340.00 54.39 CPALL 113,258,429.00 110,541,250.00 223,799,679.00 2,717,179.00 13.79 TOP 197,143,470.00 22,215,800.00 219,359,270.00 174,927,670.00 19.74 MAX 4,628,002.00 179,685,883.00 184,313,885.00 -175,057,881.00 30.05 AOT 77,767,100.00 92,293,900.00 170,061,000.00 -14,526,800.00 10.32 BECL 129,569,350.00 34,501,825.00 164,071,175.00 95,067,525.00 29.42 CPF 70,431,698.00 87,089,070.00 157,520,768.00 -16,657,372.00 5.31 DELTA 97,698,825.00 38,698,975.00 136,397,800.00 58,999,850.00 33.81 BTS 102,385,780.00 32,326,345.00 134,712,125.00 70,059,435.00 23.16 MINT 34,267,800.00 98,123,325.00 132,391,125.00 -63,855,525.00 21.45 TISCO 77,741,550.00 52,477,950.00 130,219,500.00 25,263,600.00 69.64 BDMS 87,007,189.30 42,686,020.00 129,693,209.30 44,321,169.30 7.89 ITD 52,416,760.00 75,488,938.70 127,905,698.70 -23,072,178.70 7.01 BH 26,137,425.00 83,062,500.00 109,199,925.00 -56,925,075.00 23.92 JAS 52,524,925.00 54,653,885.00 107,178,810.00 -2,128,960.00 1.88 BMCL 18,541,482.00 80,543,756.00 99,085,238.00 -62,002,274.00 3.42 SPALI 36,610,091.00 60,206,050.00 96,816,141.00 -23,595,959.00 19.99 PTTGC 29,865,795.00 59,204,525.00 89,070,320.00 -29,338,730.00 5.19 AP 69,173,030.00 18,645,631.00 87,818,661.00 50,527,399.00 14.82 MAJOR 47,389,975.00 37,425,850.00 84,815,825.00 9,964,125.00 59.83 SAMART 1,241,975.00 82,326,950.00 83,568,925.00 -81,084,975.00 10.69 IRPC 59,014,645.68 22,892,734.00 81,907,379.68 36,121,911.68 4.48 TRC 36,602,035.00 44,577,600.00 81,179,635.00 -7,975,565.00 15.06 KTC 57,302,675.00 22,003,000.00 79,305,675.00 35,299,675.00 22.63 TMB 21,587,552.00 54,582,060.00 76,169,612.00 -32,994,508.00 12.25 AAV 44,307,405.00 26,569,895.00 70,877,300.00 17,737,510.00 27.45 GFPT 12,830,510.00 52,030,620.00 64,861,130.00 -39,200,110.00 24.86 IVL 31,927,300.00 28,337,000.00 60,264,300.00 3,590,300.00 8.89 PS 41,275,900.00 17,744,225.00 59,020,125.00 23,531,675.00 13.22 BANPU 30,296,305.00 26,911,521.75 57,207,826.75 3,384,783.25 7.77 CPN 22,318,264.00 33,908,150.00 56,226,414.00 -11,589,886.00 9.57 BEC 13,808,250.00 38,721,700.00 52,529,950.00 -24,913,450.00 23.41 TCAP 19,789,625.00 30,886,400.00 50,676,025.00 -11,096,775.00 19.99 HANA 3,171,100.00 36,434,125.00 39,605,225.00 -33,263,025.00 41.25 SIRI 25,968,028.00 10,983,672.00 36,951,700.00 14,984,356.00 6.53 TASCO 30,159,325.00 6,728,050.00 36,887,375.00 23,431,275.00 13.72 CK 8,486,175.00 27,684,056.25 36,170,231.25 -19,197,881.25 4.37 HEMRAJ 29,411,096.00 6,288,206.00 35,699,302.00 23,122,890.00 21.56 SUPER 13,195,624.00 22,484,698.00 35,680,322.00 -9,289,074.00 1.99 AJD-W2 1,741,740.00 33,433,296.00 35,175,036.00 -31,691,556.00 15.33 THCOM 7,918,600.00 24,484,075.00 32,402,675.00 -16,565,475.00 12.51 CENTEL 28,258,125.00 2,532,525.00 30,790,650.00 25,725,600.00 18.37 GLOW 5,396,225.00 24,881,975.00 30,278,200.00 -19,485,750.00 14.15 HMPRO 11,876,925.00 17,791,085.05 29,668,010.05 -5,914,160.05 9.03 KCE 18,057,075.00 10,804,575.00 28,861,650.00 7,252,500.00 15.37 AMATA 22,148,260.00 4,585,240.00 26,733,500.00 17,563,020.00 11.15 RML 7,633,868.00 18,493,023.00 26,126,891.00 -10,859,155.00 23.35 CHUO 20,004,900.00 4,354,130.00 24,359,030.00 15,650,770.00 7.69 BLAND 14,751,291.00 8,688,486.00 23,439,777.00 6,062,805.00 4.80 TTA 4,925,500.00 17,721,860.00 22,647,360.00 -12,796,360.00 3.16 MTLS 4,785,990.00 17,434,400.00 22,220,390.00 -12,648,410.00 4.76 RCL 21,198,585.00 77,660.00 21,276,245.00 21,120,925.00 21.70 EGCO 3,702,300.00 17,480,300.00 21,182,600.00 -13,778,000.00 13.54 AIT 20,603,475.00 546,400.00 21,149,875.00 20,057,075.00 29.01 STPI 2,900,470.00 17,505,400.00 20,405,870.00 -14,604,930.00 12.69 QH 3,231,195.76 16,731,212.00 19,962,407.76 -13,500,016.24 6.47 ESSO 17,702,655.00 1,726,575.00 19,429,230.00 15,976,080.00 33.06 SEAFCO 3,761,510.00 15,568,490.00 19,330,000.00 -11,806,980.00 10.57 WHA 11,038,450.00 7,986,600.00 19,025,050.00 3,051,850.00 27.79 GL 17,537,330.00 1,458,375.00 18,995,705.00 16,078,955.00 20.21 EA 2,786,550.00 15,266,300.00 18,052,850.00 -12,479,750.00 2.04 THAI 4,697,990.00 12,675,840.00 17,373,830.00 -7,977,850.00 17.66 DEMCO 2,677,010.00 14,341,490.00 17,018,500.00 -11,664,480.00 9.06 LPN 2,797,330.00 13,635,060.00 16,432,390.00 -10,837,730.00 5.95 BCP 5,481,875.00 10,621,075.00 16,102,950.00 -5,139,200.00 3.22 SAWAD 12,007,750.00 3,924,775.00 15,932,525.00 8,082,975.00 2.39 SVI 4,346,054.00 11,365,212.00 15,711,266.00 -7,019,158.00 7.01 TICON 11,303,610.00 4,285,140.00 15,588,750.00 7,018,470.00 26.04 SPCG 11,600,175.00 3,975,150.00 15,575,325.00 7,625,025.00 5.45 BIGC 2,325,700.00 12,770,500.00 15,096,200.00 -10,444,800.00 13.54 ERW 14,192,400.00 489,742.00 14,682,142.00 13,702,658.00 25.22 RATCH 595,200.00 12,521,650.00 13,116,850.00 -11,926,450.00 9.23 BA 12,294,000.00 - 12,294,000.00 12,294,000.00 12.33 NOK 5,662,680.00 6,320,490.00 11,983,170.00 -657,810.00 16.62 UV 11,024,455.00 767,840.00 11,792,295.00 10,256,615.00 9.25 S11 5,750,900.00 5,922,710.00 11,673,610.00 -171,810.00 0.29 TTW 821,000.00 10,814,010.00 11,635,010.00 -9,993,010.00 14.04 THRE 526,260.00 10,702,908.00 11,229,168.00 -10,176,648.00 19.62 SGP 951,620.00 9,489,050.00 10,440,670.00 -8,537,430.00 5.44 GUNKUL 8,906,167.00 1,498,975.00 10,405,142.00 7,407,192.00 2.75 GEL 2,503,366.00 7,854,035.00 10,357,401.00 -5,350,669.00 6.54 TFD 536,325.00 9,734,465.00 10,270,790.00 -9,198,140.00 0.91 ML 9,646,184.00 447,090.00 10,093,274.00 9,199,094.00 5.67 MCOT 1,653,330.00 7,512,730.00 9,166,060.00 -5,859,400.00 13.34 SCCC 5,725,100.00 3,398,800.00 9,123,900.00 2,326,300.00 5.06 อินโฟเควสท์


   
×

Message

Content unpublished

   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
000269252
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987656605
13542
43024
159161
43024
226228
269252
Your IP: 54.205.73.176
Fri, 06 Mar 2015 03:54:12 +0000
   
© ALLROUNDER