FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

BAACx60

   

Intuch1

   

SME

   

CPFxx

   


พรุ่งนี้ SET ผันผวน หลังยืนเหนือ 1400 จุด รอปัจจัยใหม่

โบรกฯ คาดพรุ่งนี้ SET ผันผวน หลังยืนเหนือ 1400 จุด รอปัจจัยใหม่ โบรกฯ คาดพรุ่งนี้หุ้นไทยแกว่งผันผวนกรอบแคบ หลังขึ้นมายืนเหนือ 1400 จุด เพื่อรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะความชัดเจนกรอบเวลาปรับขึ้นดอกเบี้ย ของเฟด แนะซื้อหุ้น ADVANC-DTAC-KBANK-CK ในจังหวะที่ดัชนีฯ อ่อนตัว ประเมินแนวรับ 1,420-1,415 จุด แนวต้าน 1,430-1,435 จุด นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งผันผวนบวกและลบสลับกันไปในกรอบแคบ หลังปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง จนขึ้นมายืนเหนือ 1,400 จุด ปัจจัยต่างประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะความชัดเจนกรอบเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเสียงคาดการณ์ของตลาดฯ คาดว่ามีโอกาส 32% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม กลางเดือน มิ.ย. และมีโอกาส 52% ที่จะปรับขึ้นในการประชุมปลายเดือน ก.ค. นี้ "ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่ามีแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงสองเดือนนี้ สอดคล้องกับถ้อยแถลงล่าสุดของนางเจเน็ต เยเลน ประธานเฟด ที่แสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งพอที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย" นายวิวัฒน์ กล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ความกังวลว่าหากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย จะทำให้กระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่กลับไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่เชื่อว่าด้วยสภาพคล่องที่เรียกได้ว่าล้นโลก เงินที่ซ่อนอยู่ในรูปตราสารหนี้และเงินฝากจะไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นมากขึ้น ตลอดจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออกไป 2-3 แสนล้านบาท ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่าจึงค่อนข้างจำกัด ดังนั้น จึงอาจจะเห็นกระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามารอบใหม่ หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างสมเหตุสมผลกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญหนุนเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ สำหรับ พรุ่งนี้ คาดหุ้นไทยแกว่งผันผวนกรอบแคบ เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ส่วนราคาน้ำมันโลกที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 50 เหรียญ/บาร์เรล มองว่า upside จำกัดมากแล้ว มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 52 เหรียญ/บาร์เรล เท่านั้น ก่อนที่จะอ่อนตัวลงมาที่แนวรับ 47 เหรียญ/บาร์เรล ด้านกลยุทธ์ เนื่องจาก SET มีโอกาสแกว่งตัวลงมาปิด gap ทีเปิดไว้ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่เป็นเป้าหมายของกระแสเงินทุนต่างชาติ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย อาทิ ADVANC-DTAC-KBANK-CK และหุ้นที่ราคายังไม่ได้ปรับขึ้นมาก อย่าง AOT-TASCO พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,420-1,415 จุด แนวต้าน 1,430-1,435 จุด โบรกฯประเมิน SET พรุ่งนี้แกว่งตัวกรอบแคบ หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ. แนะซื้อบิ๊กแคปดักฟันด์โฟลว์ครึ่งปีหลัง สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,424.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.16 จุด ซื้อขาย 67,210.28 ล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดบวก 0.16 จุด แกว่งกรอบแคบรอติดตามตัวเลขศก.สหรัฐฯ,พบวอลุ่มทะลักก่อนปิดตลาด ตลาดหลักทรัพย์ ดัชนี ปิดบ่ายนี้ที่ 1,424.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.16 จุด ซื้อขาย 67,210.28 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกและลบสลับกัน โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,428.29 จุด และดัชนีทำระดับต่ำสุดของวันที่ 1,420.19 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 561 หลักทรัพย์ ลดลง 577 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 331 หลักทรัพย์ นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบทั้งแดนบวกและแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนต่างรอดูความชัดเจนของโอกาสในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนมิถุนายนจะมีโอกาสปรับขึ้นหรือไม่ โดยจะต้องพิจารณา 2 ปัจจัยในสหรัฐฯ ได้แก่ การประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐฯในวันพรุ่งนี้ และการประกาศตัวเลขการว่างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ นอกจากนี้ตลาดยังรอดูปัจจัยของจีนประกอบการลงทุน คือ การประกาศตัวเลข PMI ของจีนในวันพรุ่งนี้ "ตอนนี้ตลาดรอดูปัจจัย 2 อย่าง คือ ตัวเลข PMI ของสหรัฐฯ และตัวเลขการว่างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯที่เป็นองค์ประกอบไปสู่การพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ภาพยังไม่ชัด ทำให้ดัชนีในช่วงนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ ซึ่งรวมไปถึงตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียด้วย"นายศราวุธ กล่าว แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้คาดว่าดัชนีจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบเช่นเดียวกับวันนี้ เนื่องจากนักลงุทนต่างรอดูปัจจัยที่ส่งผลไปสู่การพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ โดยต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศตัวเลข PMI ของสหรัฐฯและจีน "ช่วงนี้ภาพของตลาดหุ้นก็น่าจะแกว่งในกรอบแคบ ๆ อยู่ แต่ถ้าปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯออกมาชัดเจนแล้ว และตัวเลขที่เป็นองค์ประกอบนั้นออกมาดี ก็มีแนวโน้มที่ตลาดจะเชื่อว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อตลาด"นายศราวุธ กล่าว พร้อมให้แนวต้าน 1,433 จุด แนวรับ 1,422 จุด นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า มูลค่าการซื้อขาย (วอลุ่ม) ช่วงท้ายตลาดวันนี้เพิ่มเข้ามามากอย่างผิดปกติจนเห็นได้ชัด โดยพบว่ามาจากโบรกเกอร์ที่มีฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ เช่น UBS TISCO CLSA ส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามามากช่วงก่อนปิดตลาดไม่กี่นาที จนผลักดันให้วอลุ่มรวมของตลาดฯสูงไปถึงกว่า 6 หมื่นล้าบาท ซึ่งขณะนี้แรงซื้อ-ขายของต่างชาติส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นไทย และในช่วงนี้ฝั่งต่างชาติเป็นฝั่งซื้อมากกว่าขาย ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์รายหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า วอลุ่มช่วงท้ายตลาดเข้ามาอย่างผิดปกติในหุ้นบางตัว เช่น MINT, ROBINS, TMB, EGCO เป็นต้น โดยบางตัวมีวอลุ่มเข้ามาก่อนปิดตลาดสูงถึง 50% ของวอลุ่มรวมในหุ้นตัวนั้นๆ ทั้งวันนี้ ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่ CPALL มูลค่าการซื้อขาย 3,908.16 ล้านบาท ปิดที่ 49.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,171.59 ล้านบาท ปิดที่ 301.00 บาท ลดลง 9.00 บาท EGCO มูลค่าการซื้อขาย 2,937.30 ล้านบาท ปิดที่ 186.50 บาท ลดลง 1.00 บาท PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,811.23 ล้านบาท ปิดที่ 77.75 บาท ลดลง 2.50 บาท AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,788.24 ล้านบาท ปิดที่ 396.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท อินโฟเควสท์

เด็กแนว : ไม่ต้องเพิ่มทุน

บล.คันทรี่ กรุ๊ป : ครึ่งบ่าย ไม้สั้น สรุปตลาดภาคเช้า   ตลาดภาคเช้าปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ตลาดรอบบ้านยังสลับบวกสลับลบมีทิศทางไม่ชัดเจน สำหรับกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเด่นในภาคเช้าคือกลุ่ม ICT นำโดย THCOM INTUCH JAS และ ADVANC ขณะที่กลุ่มที่อ่อนตัวลงมากกว่ากลุ่มอื่นคือกลุ่มพลังงาน -0.83% ด้านปริมาณการซื้อขายอยู่ในระดับหนาแน่นที 2.3 หมื่นล้านบาท แนวโน้ม ภาคบ่าย  คาดดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ คาดตลาดทุน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะแกว่งตัวออกด้านข้าง เพื่อรอทาทีจากการประชุม OPEC ที่กรุงเวียนนา ในวันพฤหัสบดีนี้ เรายังคงแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิคส์ และ กลุ่ม ส่งออกอาหาร วิเคราะห์ทางเทคนิคATP30 ราคาปิด1.42 บาท แนวรับ 1.41 บาท แนวต้าน 1.80 บาทแนว cut loss เมื่อราคาหุ้นใกล้หลุด 1.38 บาท  กราฟ ATP30 เคลื่อนไหว side way ระหว่าง 1.20-1.50 บาท โดยเครื่องมือทางเทคนิคส่งสัญญาณการดีดตัวต่อไป โดยหากผ่าน 1.50 บาทได้จะกลับเป็นขาขึ้นที่น่าสนใจ เพราะโครงสร้างจะเปลี่ยนเป็นบันไดขั้นที่ 2 ไปถึง 1.80 บาทได้ไม่ยาก จึงแนะนำเข้าเก็งกำไร เด็กแนว :ไม่ต้องเพิ่มทุน   TRC เป็นหนึ่งในหุ้นที่ราคา undervalue มากๆ เกือบ 60% และสามารถดูบทวิเคราะห์ได้จากหลากหลายโบรกเกอร์ที่ประเมินมูลค่าหุ้นไว้สูงลิบ เฉลี่ยราวๆ 2.5 บาท แต่นับจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ราคาหุ้นกลับร่วงลงผิดปกติ ลงยาวจนแทบจะติดดิน และเข้าสู่แนว Oversold ที่ต่ำกว่าราคา 1.6 บาท เด็กแนวสงสัยมากว่าเกิดอะไรครับ ซึ่งก็พบว่ามีความกังวลเรื่องการเพิ่มทุนหากบริษัทได้โครงการยักษ์คือเหมืองโปแตชมูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเพิ่มทุนตามความกลัวแต่อย่างใด การประเมินจากการใช้เงินลงทุนและกระแสเงินสดสามารถทำได้ชัดเจนว่า บริษัทมีสภาพคล่องพอที่ไม่ต้องเพิ่มทุนแต่อย่างใด นอกจากนี้ มีการเข้าใจผิดว่าโครงการที่ได้มาจะมีปัญหา หรือเป็นภาระกับบริษัท ซึ่งล่าสุดเด็กต่อสายตรงคุยกับท่านผ.บ. ก็พบว่าตอนนี้งานได้เริ่มต้นไปส่วนใต้ดินใกล้เสร็จแล้วตะหาก ราบรื่นดีทุกประการ และกำลังอยู่ในระหว่างหาพันธมิตรต่างประเทศเข้ามาร่วมลงทุนในบางโครงการ ส่วนการรับรู้รายได้จะทยอยไปเรื่อยๆ แล้ว สิ่งที่นักวิเคราะห์เคยประเมินไว้ว่ารายได้ปีละหมื่นล้านบาท ก็มีควรผิดเพี้ยนแต่อย่างใด ดังนั้นราคาหุ้นที่ลงต่ำแบบนี้ เด็กแนวว่านี่คือโอกาสของการสะสมก้อนโตๆ ของหุ้นที่มีอนาคตจริงแท้แน่นอน นอกจากนี้บริษัทอยู่ในระหว่างเจรจาทำโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน หากสำเร็จจะกลายเป็นบริษัทที่มีงานในมือไม่แพ้ STEC และจะมีรายได้มั่นคงอย่างน้อย 20 ปี   กราฟ TRC อยู่ในช่วง minor downtrend และกำลังก่อตัวที่ใกล้แนว Oversold ของ Stoch เพื่อดีดตัวให้ผ่านแนวกดทับที่ 1.66 บาทให้ได้ โดยหากผ่านได้จะฟื้นตัวขึ้นไปยัง 1.80 บาท หรือจบการปรับฐานในรอบนี้ ขณะที่กราฟกำลังฟื้นตัวจึงเป็นโอกาสในการซื้อสะสม แนะนำซื้อ ฝ่ายวิเคราะห์ฯ
loading...

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 31-5-16

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน "เลือกซื้อ/ถือด้วยค่าบวก"Stock Picks-May 2016 : Fundamental : ADVANC, AOT, BA, LPH, TMTDark Horse : FSMART, RS Fundamental Pick -Today: EPG(ดู Theme ลงทุนด้านใน)Top Picks-High Div Yield : ADVANC, INTUCH, TMT, JASIF, DIF, CPNRF, SC, QH, SIRI, BCP Shot Sell-Prev : DTAC 16.8% PTTEP 10.6% PTTGC 6.9% CPN 6.1% Technical View ภาพตลาดเป็นบวกเล็กๆ โดยมีลุ้นเด้งก่อนลงต่ำต่อ Support Resistance Stop LossSET -- 1430,(1440,1450) ต่ำกว่า 1410SET50 -- 920, (930) ต่ำกว่า 900 Technical Picks - Today KTB STEC KTP SCN VGI VIH BWG BA หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : ไม่มี ปัจจัย&กลยุทธ์ทางปัจจัยพื้นฐาน : นักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างชาตินำซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ ปิดตลาด SET Index +11.45 จุดที่ 1424.12 นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร และหุ้น Big Cap อื่นๆ เช่น SCC, PTT, CPALL เป็นต้น สำหรับ ปัจจัยในตลาด วันนี้ (31 พ.ค.) เป็นวันที่ MSCI Quarterly Review มีผลบังคับใช้ โดยในดัชนี MSCI Thailand หุ้นเข้ามาคำนวณใหม่ คือ ROBINS, EGCO และไม่มีหุ้นออก ส่วน MSCI Global Small Cap หุ้นไทยที่เข้ามาคำนวณใหม่เป็น DNA, GL, S ส่วนหุ้นออก คือ EFORL, SAMTEL, SAT, SRICHA, TIPCO, TTCL ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่มีน้ำหนักยังคงเป็นข่าวความเคลื่อนไหวของรายบริษัท โดยยังคงเฟ้นหาหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งและราคาหุ้นยังต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่ปัจจัยมหภาคของไทยยังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงนี้เนื่องจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐหลังตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 2/59 พลิกฟื้นดีขึ้นจากไตรมาสแรกที่ชะลอตัวไป แต่ค่าเงินบาทก็ไม่ได้แกว่งรุนแรงมาก กลยุทธ์ : การลงทุนหรือเก็งกำไรในช่วงนี้ยังคงเน้นเลือกเป็นรายบริษัท ส่วนภาพรวมตลาด เราประเมินกรอบล่าง-บนของ SET Index ในระยะ 1 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1380-1370, 1350 จุด และ 1430, 1440-1450 จุด หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้เป็น EPG การวิเคราะห์ทางเทคนิค : ภาพตลาดเป็นบวกเล็กๆ ต่อ โดยมีสิทธิรีบาวด์ต่อได้ในวันนี้ แนวต้านระยะสั้น 1430,(1440,1450) จุด แนวตัดขาดทุน คือ ต่ำกว่า 1410 จุด กลยุทธ์ ซื้อเก็งกำไรตามด้วยค่าบวกและไม่ควรหวัง Gap มาก สำหรับ การ SCAN หุ้นที่มีสัญญาณทางเทคนิคดีและมีโอกาสปรับขึ้น พบว่าหุ้นที่เข้ามาใหม่ คือ KTP, SEAFCO, VGI, SCN ส่วนหุ้นที่ยังอยู่ใน List คือ RATCH, MALEE, GLOBAL, PTTGC, TNH, SIRI, BEM, SPA หุ้นที่หาจังหวะ Take Profit คือ KAMART, CKP, VIH, CPN, BWG หุ้นที่หลุด List -ไม่มี- Need to know TODAYปัจจัยต่างประเทศ ญี่ปุ่น : เลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีขายออกไป นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยแผนเลื่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีขายจาก 8% ในปัจจุบันเป็น 10% ออกไป จากที่จะต้องปรับขึ้นในเดือนเม.ย.60 ทั้งนี้เพราะเศรษฐกิจญี่ปุ่นซบเซามาก ส่วนหนึ่งถูกกระทบจากสึนามิและแผ่นดินไหว และอีกส่วนมาจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจโลก...นับว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ - ญี่ปุ่น : ยอดผลิตรถยนต์เม.ย.หดตัว ยอดการผลิตของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงในเดือนเม.ย.59 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งส่งผลให้โรงงานหลายแห่งต้องระงับการผลิต รวมทั้งมีข่าวเกี่ยวกับการโกงผลทดสอบการประหยัดพลังงานของค่ายมิตซูบิชิด้วย ทั้งนี้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป มียอดการผลิตลดลง 18.8%YoY ในเดือนเม.ย.59 เป็น 200,675 คัน เนื่องจากการจัดหาชิ้นส่วนต้องสะดุดลงจากเหตุแผ่นดินไหวที่จังหวัดคูมาโมโตะเมื่อเดือนเม.ย.ส่วนค่ายนิสสันยอดผลิตลดลง 5.1%YoY เป็น 60,086 คัน และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส มียอดการผลิตลดลง 16.7%YoY มาอยู่ที่ 38,713 คัน โดยมิตซูบิชิได้ระงับการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กที่โรงงานในจังหวัดโอคายามานับตั้งแต่เกิดข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการโกงผลการทดสอบการประหยัดน้ำมันช่วงปลายเดือนเม.ย.59 สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ของบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ โค ลดลงน้อยกว่าบริษัทอื่น (-0.7%YoY) มาอยู่ที่ 51,581 คัน จีน : คาดอัตราเงินเฟ้อจีนเดือนพ.ค.59 ยังคงทรงตัว แบงก์ ออฟ คอมมูนิเคชันส์ (BOCOM) คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของจีนในเดือนพ.ค.59 มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในระดับเดียวกับเดือนเม.ย.เนื่องจากราคาอาหารขยับขึ้นช้าลง โดยประมาณการว่า CPI เดือนพ.ค.จะ +2.3%YoY เท่ากับเดือนเม.ย. ตลาดหุ้นและตลาดเงินสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์ที่ 30 พ.ค.59 เนื่องในวัน Memorial Day ปัจจัยในประเทศ & หุ้นเด่น +/- MSCI Quarterly Review มีผลบังคับใช้ 31 พ.ค.59 สำหรับดัชนี MSCI Thailand หุ้นเข้ามาคำนวณ คือ ROBINS, EGCO และไม่มีหุ้นออก ส่วน MSCI Global Small Cap หุ้นไทยที่เข้ามาคำนวณในดัชนีเป็น DNA, GL, S ส่วนหุ้นออก คือ EFORL, SAMTEL, SAT, SRICHA, TIPCO, TTCL PTT (ราคาปิด 310 บาท) : กพช.อนุมัติให้สร้างคลัง LNG แห่งที่ 2 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแ)ห่งชาติ (กพช.) อนุมัติให้ PTT สร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งที่ 2 ที่จ.ระยองขนาด 5 ล้านตัน/ปี ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 65 รวมทั้งให้ขยายคลัง LNG แห่งที่ 1 ที่มาบตาพุด อีก 1.5 ล้านตัน/ปี มูลค่าเงินลงทุน 1.5 พันล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 62 เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินมีความล่าช้าจึงต้องใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากแผนเดิม ความเห็นเชิงกลยุทธ์ Retail Research : เป็นไปตามคาดการณ์ของบริษัทและนักวิเคราะห์ DBSV และเราเชื่อว่าธุรกิจก๊าซยังเป็น Key growth ของบริษัท โดยธุรกิจ LNG มีโอกาสเติบโตสูง เพราะเป็นอีกแหล่งพลังงานที่จะใช้ได้ในอนาคต เนื่องจากมีต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่มาก และสอดคล้องกับแผน PDP ที่จะหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนก๊าซธรรมชาติที่มีปริมาณสำรองเหลืออยู่ไม่มาก ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน พลังงานทางเลือก และอื่นๆ ซึ่งความคืบหน้าของการหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ก็ค่อนข้างล่าช้ากว่าเป้าหมายพอควร ฝ่ายวิจัยฯ DBSV คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจก๊าซ (รวม PTTEP) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและยาว เพราะบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ PTTEP และขาดทุนจาก NGV น้อยลง รวมถึงจะมีส่วนแบ่งกำไรจาก LNG Terminal ในระยะต่อไปด้วย แนะนำซื้อ PTT โดยให้ราคาพื้นฐาน 320 บาท (Sum-of-parts) EPG (ราคาปิด 12.80 บาท) : กำไรปี 59 เติบโต 123%YoY บริษัทรายงานกำไรสุทธิปี 59 (สิ้นสุดมี.ค.59) 1.4 พันล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 123%YoY แต่ต่ำกว่าที่เราประมาณการไว้ เนื่องจากมีการตั้งสำรองด้อยค่าในสินค้าล้าสมัยและหมุนเวียนช้ารวมถึงมูลค่าสินค้าคงคลังที่อาจขายได้ในราคาต่ำกว่าตลาดทั้งหมดจำนวน 154 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานปกติ ถือว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยรายได้เติบโต 27%YoY และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 33% จาก 26% ในงวดเดียวกันของปีก่อน แนวโน้มประมาณการกำไรปี 60 (สิ้นสุดมี.ค.60) ไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ประมาณการไว้ โดยในปีนี้จะไม่มีผลขาดทุนจากการปิดโรงงานของบริษัทลูกเข้ามาแล้ว และยอดขายของ JTM และ AFC ในต่างประเทศเติบโตได้ดี ขณะที่ประสิทธิภาพในการผลิตของ EPP ก็ดีขึ้นหลังติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ด้านต้นทุนเม็ดพลาสติกก็ยังไม่ได้กดดัน ทำให้มาร์จิ้นปีนี้จะยังอยู่ในระดับสูงได้ บริษัทประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.12 บาท/หุ้น กำหนด XD 2 ส.ค.59 และชำระเงิน 24 ส.ค.59 ฝ่ายวิจัยฯ DBSV คงคำแนะนำซื้อให้ราคาพื้นฐาน 17 บาท/หุ้น + คลังชงกระตุ้นลงทุนเพิ่มลดภาษี 2 เท่าเข้าครม.วันนี้ ปลัดคลังระบุเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนเข้า ครม.วันนี้ สิทธิ์หักลดหย่อนภาษี 2 เท่า ของเงินลงทุนจริง แต่ต้องเริ่มโครงการภายในปีนี้เท่านั้น เดินหน้าเร่งเบิกจ่ายดันจีดีพีขยายตัว 3.3% ด้านดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจครึ่งปีหลังสดใส ผลกระทบ: เป็นบวกกับหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, HEMRAJ (WHA), ROJNA รวมทั้งการให้เช่าโรงงาน และคลังสินค้าให้เช่า เช่น WHA, TICON เป็นต้น + อิโตชู-3 พันธมิตรลุยไฮสปีด รองนายกฯสมคิด เปิดเผยระหว่างการโรดโชว์การลงทุนที่ญี่ปุ่นว่ากลุ่มพันธมิตร อิโตชู-ซีพี-สหพัฒน์-อมตะ ลุยลงทุนรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง และ BOI ได้จัดให้พบบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารที่ญี่ปุ่นคือ อายิโนะโมะโต๊ะ และ โอซึกะ ฟาร์มาซูติคอล ที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานในการผลิตอาหาร + นายกฯลั่นซื้อรถเมล์เอ็นจีวี และลงทุนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต้องโปร่งใส นายกฯให้ ขสมก. เร่งรัดจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน และให้ รฟม. เร่งแก้ปัญหาการดำเนินการโครงการรถรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งระบบให้เสร็จภายใน 3 เดือน (โพสต์ ทูเดย์) ผลกระทบ: เป็นบวกกับหลักทรัพย์ที่ให้ความสนใจเข้าประมูลการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี เท่าที่ติดตามข่าวมีผู้สนใจ 2 รายคือ LOXLEY และ CHO โดยจะเข้าซื้อซองประมูล มี กำหนดยื่นเอกสารประกวดราคา 8 มิ.ย.นี้ และประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบ 23 มิ.ย. 59 กำหนดเคาะราคาอี-อ็อคชั่น 8 ก.ค. 59 ด้านการลงทุนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เป็นที่คาดกันในตลาดฯอยู่แล้วว่าผู้ที่จะได้รับคือ BEM เพราะมีความพร้อมทั้งประสบการณ์ และเกิดการประหยัดในการต่อเชื่อมกับเส้นทางรถไฟฟ้ในปัจจุบัน คงคำแนะนำ ถือ สำหรับ BEM นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค - arparporns@th.dbsvickers.com
loading...

บล.บัวหลวง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 31-5-16

บล.บัวหลวง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน ดัชนีฯลุ้นทำนิวไฮท์เร็วๆนี้-ย่อมาซื้ออีก (เลือกรายตัว) วันนี้คาดดัชนีฯ เด้งต่อ แนวรับ 1,415 จุด แนวต้าน 1,430 จุด ข่าวบวก ประชุม ครม.วันนี้ ปรับเกณฑ์สนับสนุนการลงทุนภาคเอกชน เป็นลงทุนปีนี้ลดภาษี 2 เท่า ไม่จำเป็นว่าต้องเสร็จปีนี้ เป็นบวกกลุ่มแบงก์โดยตรง และธุรกิจที่กำลังสร้าง นำเข้าเครื่องจักร์-อุปกรณ์ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, นิคมฯ ฯลฯ / MSCI ปรับหุ้นเข้าออก และ น้ำหนักลงทุน มีผลวันนี้เป็นต้นไป สัปดาห์นี้ คาด Range bound ต่อ แนวรับ 1,400/1,395 จุด แนวต้าน 1,420/1,430 จุด สัปดาห์นี้ มีลุ้นดัชนีฯทำนิวไฮท์ทะลุ 1,430 จุด ปัจจัยหนุน ตลาดหุ้นต่างประเทศยังคงเดินหน้าบวก สวนเฟดส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นดอกเบี้ยแน่เดือน กค.นี้ สะท้อน Risk appetites ในตลาดมีมากกว่าความกังวลเรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย, พฤหัสนี้ นายกอังกฤษ ให้สัมภาษณ์สื่อใหญ่ รณรงค์ให้ประชาชนโหวตอยู่ต่อ EU รายเดือน การปรับฐานในเดือน พค. คาดแนวรับ 1,380/1,370 จุด (หลุด 1,365 จุด เลิก) แนะนำ เลือกเก็งกำไรรายตัว หุ้นกลาง-เล็ก ที่มีประเด็นบวกหนุน หุ้นแนะนำวันนี้ TMB (Laggard play) แนวรับ 2.28 บ. ต้านสั้น 2.40 บ. (คาดตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อกระแสข่าว อดีตผู้บริหาร SCB คุณ ญนน์ โภคทรัพย์ มีแนวโน้มย้ายมาบริหาร TMB แทน MD คนเดิมที่กำลังจะหมดวาร), WHA แนวรับ 3.08 บ. ต้าน 3.20/3.26 บ. รายงานพื้นฐาน BLS วันนี้ (0) กลุ่มยานยนต์ คงน้ำหนัก "เท่ากับตลาด" และคงคาดการณ์ปริมาณการผลิตรถยนต์ปีนี้เท่ากับปีที่แล้วที่ 1.96 ล้านคัน คาดผลประกอบการของกลุ่มฯ ใน 2Q16 จะเติบโตได้ YoY (เพราะปีที่แล้วมีการหยุดการผลิตปิ๊กอัพรุ่นเก่า) แต่คาดกำไรอ่อนตัวลง QoQ จากผลของการปล่อยสินเชื่อที่ยากขึ้นของธนาคาร ในกลุ่มเราชอบ SAT และ STANLY เพราะการออกรถรุ่นใหม่คาดจะช่วยหนุนยอดสั่งซื้อและยอดส่งออกในครึ่งปีหลัง (0) STANLY ประเด็จจากการประชุมกับผู้บริหาร 1) ผู้บริหารมีมุมมองเชิงลบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ 2) คาดการออกรถรุ่นใหม่ Toyota (new Fortuner), Nissan (new Navara), Honda (new Accord and new CIVIC) and Mitsubishi (new Pajero Sport and new Triton) จะช่วยหนุนให้ภาพรวมอุตสาหกรรมดีขึ้นได้ 3) เราคงประมาณการกำไรที่ 1.35 พันล้านบาท (+4%YoY) และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 208 บาท (0) กลุ่มพลังงาน กพช ประกาศเปิดประมูลแหล่ง บงกช-เอราวัณ แทนการให้ต่ออายุสัมปทาน คาดการประมูลจะเกิดขึ้นหลังจากนี้อีกประมาณ 1 ปี ซึ่งจะก่อให้เกิด overhang ต่อราคาหุ้นเพราะความไม่แน่นอนของกฎเกณฑ์ใหม่ และกรณีเลวร้ายที่สุด หาก PTTEP ไม่เข้าประมูล คาดกระทบคาดการกำไร 5% (+) THCOM คงคำแนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้น 2% เป็น 46 บาท จากความสำเร็จในการยิงดาวเทียม ไทยคม 8 เมื่อวันที่ 27/5/16 แม้บริษัทยังคงเผชิญความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ แต่มองว่าราคาหุ้น undervalued อย่างมาก คาด ไทยคม 8 จะพร้อมรับรู้รายได้ภายใน 1 เดือน และคาด utilization rate จะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจดีกว่าประมาณการณ์เชิงอนุรักษ์นิมยของเรา หุ้นมีข่าว (+) IFEC คาดรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาทใน 3ปี ข้างหน้า สัดส่วนรายได้ 60% จะมาจากพลังงานทดแทน (I-Wind จะเป็นรายได้หลักโดยได้ GOLD Wind เป็น Strategic partner), 20% จากระบบ สมาร์ทกริด (มี LG เป็น Strategic partner) และ 15% รายได้จาก ธุรกิจ โรงแรมดาราเทวี ที่วางแผนจะ M&A เพิ่มโดยใช้แบรนด์ ดาราเทวี เข้ามาบริหาร (ที่มา ASPEN) (*) จับตาการเปลี่ยนแปลงเก้าอี้ผู้บริหาร 3 แบงก์พาณิชย์ หลัง "ญนน์ โภคทรัพย์" ลาออกจากไทยพาณิชย์ ชี้มีคั่ว เก้าอี้เอ็มดี "กรุงไทย-ทหารไทย" ที่มี "ธเนศ ภู่ตระกูล" ลูกหม้อไอเอ็นจีเป็นคู่แข่งเบอร์ 1 งานนี้ตัวเต็งกรุงไทยอย่าง "ปริญญา-ระเฑียร" อาจถูกเบียด เผย "ต่อ-วรภัค" อยากสลับเก้าอี้ไปแทน "ญนน์"!! (ที่มา ASTV) (+) RATCH ร่วมพัฒนาโครงการพลังงานลมเมาท์ เอเมอรัลด์ กำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลีย มูลค่าโครงการ 9,500 ล้านบาท คาดเดินหน้าสร้างปีนี้ (0) PTTEP รมว.พลังงาน เผยรัฐบาลมีมติ ให้ดำเนินการเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่เป็นการทั่วไป (+) DRT อนุมัติซื้อหุ้นคืน 100 ล้านหุ้น วงเงิน 520 ล้านบาท (ซื้อคืนระหว่าง 20-29 มิย.59) (+/-) MSCI Standard index add ROBINS, EGCO MSCI Global Small Cap เพิ่ม DNA ,GL , S ออก EFORL, SAMTEL, SAT, SRICHA, TIPCO, TTCLน้ำหนักเพิ่ม CPALL MINT SUPER WHA PS ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด (+) อังคาร US Core PCE เดือน เมย. คาด +0.2% จาก +0.1% m-m, เงินเฟ้อ ยุโรป HICP inflation พค. คาด -0.1% จาก -0.2% y-y, ไทย ตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือน (เมย.) คาด การผลิต +0.7% จาก +1.8% y-y, อินเดีย GDP 1Q16 คาด +7.5% จาก 7.3% y-y (+/-) พุธ US ISM ภาคการผลิต พค. คาด +50.6 จาก 50.8, เฟด รายงาน Beige Book, Euro area PMI mfg พค. คาด 51.5, จีนรายงาน PMI พค. คาด 50 จาก 50.1, เกาหลีใต้ ส่งออกเดือน พค. คาด -1.4% จาก -11.2% y-y, เงินเฟ้อไทย เดือน พค. คาด +0.2% จาก +0.1% y-y. (*) พฤหัส ประชุม ธนาคารกลางยุโรป คาดคงดอกเบี้ยเงินฝาก -0.40%, ญี่ปุ่น Consumer confidence index (พค.), เกาหลีใต้ GDP 1Q16 คาด +2.7% y-y คงที่, นายกอังกฤษ ให้สัมภาษณ์ EU Referendum program (*/0) ศุกร์ US การจ้างงานนอกภาคเกษตร พค.คาด +1.7 แสนราย, อัตราว่างงาน 5%, Euro area PMI composite พค. คาด 52.9, PMI เยอรมนี, ฝรั่งเศส, สเปน, Justice Secretary Michael Gove answers questions on Sky News EU Referendum Program, มาเลเซีย ส่งออก เมย. คาด +2% จาก 0.2% วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค รายงานวันนี้ กลุ่ม: ปิโตรเคมี คำแนะนำ: NEUTRAL ราคาเป้าหมาย (บาท): - ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการชะลอตัวของอุปสงค์ในภูมิภาค ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์อ่อนตัวลง WoW ส่วนต่างราคา HDPE และ MEG ปรับตัวลดลง WoW ส่วนต่างราคาพีวีซีอ่อนตัวลง WoW นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข, นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ กลุ่ม: ยานยนต์ คำแนะนำ: NEUTRAL ราคาเป้าหมาย (บาท): - เรามองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะปรับตัวดีขึ้น YoY ในช่วงไตรมาส 2/59 สภาอุตสาหกรรมไทยรายงานตัวเลขยอดขายรถยนต์ในเดือนเมษายน 2559 เท่ากับ 138.2 พันคัน เราประมาณการยอดขายรถยนต์ตลอดทั้งปี 2559 แบบอนุรักษ์นิยมเท่ากับ 1.95 ล้านคัน เราคาดว่าหุ้นในกลุ่มยานยนต์ จะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น YoY ในช่วงไตรมาส 2/59 เรายังคงคำแนะนำ "เท่ากับตลาด" เราแนะนำซื้อ SAT และ STANLY นักวิเคราะห์: สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม, นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม Technical Analysis Security: KTB Position: ซื้อ เป้าหมาย : 18 Stop loss: < 16.8 Reason: ราคาหุ้นกำลังดีดตัวขึ้น เรากำลังหาจุดกลับตัวและปัจจุบันพบว่าหุ้นเริ่มมีสัญญาณบวกจากการทะลุต้านสำคัญ 16.8 สอดคล้องกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นและสัญญาณฟื้นตัวจาก MACD Security: UNIQ Position: ซื้อ เป้าหมาย : 18.5-19 Stop loss: < 16.7 Reason: เรายังคงมองว่าหุ้นมีโอกาสขยับขึ้นต่อเนื่อง โครงสร้างของราคาทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 3 สัปดาห์ พร้อมกับวอลุ่มและค่า RSI ปรับขึ้นได้ตามกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง Security: SAMART Position: ซื้อ เป้าหมาย : 17.2 Stop loss: < 16.1 Reason: เราแนะนำเพิ่มหุ้น SAMARTเข้าพอร์ต เนื่องจากปรับตัวขึ้นโดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่ม Leading stock สัญญาณทะลุแนวต้านสำคัญที่ราคา 16 บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นรอบใหม่ Security: KAMART Position: ซื้อ เป้าหมาย : 8.6 Stop loss: < 7.6 Reason: โครงสร้างแกว่งตัวอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมขาข้น กรณีทะลุกรอบด้านบน 7.8 บ. จะส่งสัญญาณบวกต่อแนวโน้มระยะกลางหรือการเปลี่ยน เป็นขาขึ้นรอบใหม่ Security: TOP Position: ขาย Reason: ราคาหุ้นปรับตัวลงมาถึงจุดที่มีความเสี่ยงของการโครงสร้างเป็นลง หากหลุดแนวรับ 62 บ. แนะนำขายหรือหลีกเลี่ยง เนืองจากหุ้นส่งสัญญาณอ่อนกว่าตลาด Security: EPG Position: ขาย Reason: หุ้นปรับตัวขึ้นแรง แต่การขึ้นต่อจากนี้คาดว่ามีความเสี่ยง เนื่องจากทดสอบอยู่ที่จุดยอดเดิมในอดีต 13.5 ปัจจุบันพบว่าหุ้นถูกขายทำกำไร ปิดต่ำและ Stochastic เริ่มปรับลง ธนรัตน์ อิศรกุล Tel. (662) 618-1334 นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์และปัจจัยทางเทคนิค
loading...


   
   

GHBx60

   

GSB

   

ALL-Hoon

   

Kform18

   
002208830
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
987656602
8117
17177
2162738
107072
86204
2208830
Your IP: 54.224.18.22
Tue, 31 May 2016 14:13:14 +0000
   
© ALLROUNDER